บวช...ชีวิตเป็นสุข

วันที่ 10 มีค. พ.ศ.2557

 

บวช...ชีวิตเป็นสุข

      ทรัพยากรที่ทรงคุณค่าที่สุด  คือ ทรัพยากรมนุษย์ หากสามารถพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แต่ละบุคคลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด  รู้จักรับผิดชอบตนเอง  สังคมโลก  มีชีวิตที่สวยงาม  ไม่คิดร้ายทำลายตัวเองและผู้อื่น ( โลกนี้ก็จะน่าอยู่เหมือนชะลอสวรรค์มาแดนดิน )

       การพัฒนาคนให้มีประสิทธิภาพในช่างเวลาสั้นๆ เพียง  1  เดือน  หรือ สามเดือน  ไม่มีวิธีใดจะได้ผลสูงสุดเท่ากับการ “บวช” โดยเฉพาะเยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ  เป็นแก้วตาดวงใจของแม่
      การบวช  ได้มีโอกาส ทำทาน รักษาศีล  นั่งสมาธิได้เต็มที่เต็มเวลา  ได้สร้างเกราะแก้วปกป้องชีวิต  สร้างภูมิคุ้มกันจากสิ่งเลวร้าย  ภัยจากอบายมุขสิ่งเสพติดต่างๆ ช่วยให้พ่อแม่คลายความกังวลต่ออนาคตของลูกรัก  ไม่ว่าลูกจะก้าวเดินไปทิศทางไหน  ทำให้พ่อแม่มีความเชื่อมั่นว่า  ลูกรักยังเป็นคนดีอย่างแน่นอน

      โครงการบรรพชาสามาเณร  มัธยมปลาย  ต้นแบบสู่  AEC  รับสมัครตั้งแต่วันนี้ -  26  มีนาคม  พ.ศ2557  สอบถามได้ที่  02-831-2134  หรือ  www.dmc.tv.com  


    เยาวชนจะได้ฝึกความอดทน  กล่อมเกลาจิตใจ  ให้รู้จักรับผิดชอบ  รู้จักชั่วดี  เชื่อในผลของบุญบาปได้ฝึกอุปนิสัยผ่าน  กิจกรรม  5  ห้องชีวิต  เนรมิตนิสัย  อย่างต่อเนื่องทุกวัน  ก่อให้เกิดนิสัยดีตามมา  ถึง  5  ประการ  ที่เป็นหลักชัยของชีวิต

      หนึ่ง รักความสะอาด  บุคคลใดก็ตามที่แต่งกายสะอาดสุภาพ  ไม่ปล่อยให้ห้องนอน  ห้องทำงานสกปรกรกรุงรัง  กายก็สะอาดเว้นจากการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เลวร้าย  ปกครองตนด้วยศีล  เหมือนเป็นธรรมบูญของชีวิต  ทำให้เป็นผู้มีความองอาจสง่างาม  เทวดาคอยลงปักรักษาให้แคล้วคลาดจากภัยอันตราย

      สอง  มีระเบียบ  วินัย  ความมีระเบียบวินัยจักบังเกิดขึ้นได้  ต้องอาศัยการฝึกฝนหล่อหลอมเป็นหมู่คณะ  เพราะมองเห็นภาพได้ชัดเจน  แค่เพียงรับประทานอาหาร  ฉันภัตตาหารในแต่ละมื้อเสร็จ  แล้วล้างถ้วยชามให้สะอาด  วางคว่ำเป็นแถวเป็นแนวอย่างเป็นระเบียบ  มองแล้วสบายตาสบายใจ  น่าหยิบมาใช้ใหม่ในคราวต่อไป  ต่างกับทิ้งภาชนะถ้วยชาม  ค้างคืนไว้  หรือวางไว้สะเปะสะปะ  กลิ่นเน่าบูดรบกวนจมูกหูตา  มองแล้วเกิดอารมณ์ขุ่นมัวเป็นคนผัดวันประกันพรุ่ง ความประณีต  งดงาม  ห่างหายไปจากชีวิต

      สาม  ความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน  เมื่อพาตัวเข้ามาบวชก็จะถูกฝึกฝนให้มีวินัยอ่อนน้อมถ่อมตน  ผ่านการเคารพกราบไหว้  พระรัตนตรัย  ผ่านมุมมองที่รู้จักเคารพในคุณงามความดีในตัวของผู้อื่น   บางคนมีคุณความดีที่รู้จักพูดจาจริงใจไพเราะ  ไม่พูดห้วนห้าวหยาบกระด้าง  บางคนตื่นเช้า ตื่นนอนได้ตรงเวลา  ไม่ต้องให้ใครมาปลุก
      เราจะมองเห็นคุณงามความดีในตัวของผู้อื่น  เมื่อมาอยู่รวมกันเป็นหมู่คณะ  และมีโอกาสฝึกสมาธิจนใจใสเป็นกลางๆ ใจที่ใสดีงาม  ย่อมจับดีผู้อื่นได้ง่าย  แล้วพร้อมที่จะมานำฝึกฝนพัฒนาตนเองทันที  ต่างกับใจที่ขุ่นมัวมองเห็นแต่ข้อบกพร่องคนอื่น  เห็นอะไรก็ขัดหูขัดตาไปหมด  การรักษาศีลและเจริญภาวนาจึงจำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้เป็นสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า

      สี่  ความเป็นคนตรงต่อเวลา  การฝึกฝนอบรมตนอยู่รวมกันเป็นหมู่คณะ  จะรู้สึกเกรงใจผู้อื่น  รู้จักแบ่งเวลาให้เหมาะสมและตรงต่อเวลา  เช่นอยู่ที่บ้านเราอาจจะตื่นตอนไหนอาบน้ำเวลาไหนก็ได้  แต่เมื่อพาตนเข้ามาบวชไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ  สามเณรก็จะมีกิจวัตรของพระคือ  เช้าต้องสวดมนต์  นั่งสมาธิพร้อมกันในเวลาที่กำหนดไว้  ทุกคนต้องปรับตัว  ปรับเวลา  ไม่ให้หมู่คณะต้องรอหรือทำให้เสียระเบียบวินัย  คนตรงต่อเวลาย่อมมีฤทธิ์เป็นที่เคารพเกรงใจของผู้อื่น  ประเทศใด  ชาติใดที่มีประชาชนพลเมืองมีระเบียบวินัยเคารพกติกาของสังคมและตรงต่อเวลา  ย่อมทำให้เจริญก้าวไกลทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก  เพียงแค่ซื้อขายส่งสินค้าตรงเวลาที่ตกลงกันไว้  สินค้าได้คุณภาพมาตรฐานก็สร้างเครดิตชื่อเสียงให้กับประเทศยิ่งกว่าสิทธิสัญญาซื้อขายที่เป็นลายลักษ์อักษร 

      ห้า  ความมีจิตตั้งมั่นจากการนั่งสมาธิ  เยาวชนที่เข้าอบรมในโครงการบรรพชาสามเณร  ย่อมได้มีโอกาสทำสมาธิพร้อมกันอย่างเต็มที่และต่อเนื่องทุกวัน  จิตใจก็ได้รับการขัดเกลาให้เบาบางจากกิเลสด้วยสมาธิ  จนจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหว  ไม่ไหลไปตามกระแสกิเลส  กระแสโลก  แม้ยังไม่หมดกิเลส  แต่ก็รู้ทันกิเลสรู้แก่ใจตนเองว่า  ตราบที่ใจเป็นสมาธิใจ  ย่อมมีฤทธิ์เหนือกิเลส  กิเลสจูงใจเราให้ทำความชั่วไม่ได้อีก .
 

บทสารคดี  รัตนวนาลี
28/02/2557