ลูกสะใภ้ยอดกัลยาณมิตร1

วันที่ 08 พค. พ.ศ.2557

 

ลูกสะใภ้ยอดกัลยาณมิตร1
       

ในกรุงสาวัตถี มีธิดาของสกุลอุปัฏฐากของพระอัครสาวกทั้งสอง นางเป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใส
ในพระพุทธศาสนา มีความเคารพในพระรัตนตรัยสมบูรณ์ด้วยมารยาท ยินดียิ่งในบุญมีทานเป็นต้น เมื่อตระกูลมิจฉาทิฏฐิที่มีชาติเสมอกันมาสู่ขอ แต่บิดามารดาของนางก็ไม่ยอมยกให้ เพราะกลัวว่าเมื่อยกให้ไปแล้วธิดาตนจะไม่ได้ทำทาน รักษาศีล ฟังธรรม หรือทำอุโบสถกรรมตามความพอใจของตน จึงได้ปฏิเสธไปว่าเราไม่ให้ธิดาแก่ท่านทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงไปสู่ขอนางกุมาริกาจากตระกูลอื่นเถิด

      ด้วยความที่ต้องการเอานางมาเป็นสะใภ้ให้ได้ จึงพูดว่า เมื่อธิดาของท่านไปเรือน
ของพวกเราแล้ว จงทำบุญทำทานตามความประสงค์เถิด พวกเราจะไม่ห้าม ครั้นตกลงกันได้แล้ว บิดามารดาของนางจึงยกให้ไป เมื่อฤกษ์ดีมาถึงจึงทำวิวาหมงคลแล้วได้นำนางไปสู่เรือนของตน เนื่องจากนางเป็นกุลธิดาเพียบพร้อมด้วยความประพฤติ และมารยาทจึงบำรุงสามีประดุจเทวดา ได้รับใช้พ่อแม่สามีเป็นอย่างดี เริ่มทำหน้าที่กัลยาณมิตรด้วยการให้คนในครอบครัวเห็นความดีของตนเอง ไม่ให้รู้สึกว่ามีอะไรที่ต้องแก้ไขปรับปรุง และสามารถเป็นต้นแบบที่ดีของทุกคนในครอบครัวได้ นางวางตัวได้ดี สมกับที่เป็นพุทธศาสนิกชนผู้มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง

        วันหนึ่งนางได้บอกสามีว่า "ดิฉันปรารถนาจะให้ทานแก่พระเถระประจำ สกุลของดิฉัน"
สามีกล่าวว่า "นางผู้เจริญ เธอจงให้ทานตามอัธยาศัยเถิด" นางได้รับอนุญาตแล้วจึงนิมนต์
พระอัครสาวกทั้งสองมา ได้กระทำสักการะใหญ่ ให้ฉันโภชนะอันประณีต เมื่อพระเถระทั้งหลายฉันเสร็จแล้วจึงกล่าวว่า "พระคุณเจ้าผู้เจริญ ตระกูลนี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีศรัทธา ไม่รู้คุณของพระรัตนตรัย ขอพระคุณเจ้าได้โปรดสงเคราะห์ด้วยเถิด และขออาราธนานิมนต์พระคุณเจ้าทั้งหลายจงรับภิกษาหารในที่นี้แหละ จนกว่าตระกูลนี้จะรู้คุณของพระรัตนตรัย"

         พระเถระก็รับนิมนต์ได้มาฉันที่บ้านนี้เป็นประจำ
ต่อมานางกล่าวแก่สามีอีกว่า "พระเถระทั้งหลายมาเป็นประจำ ทำไมท่านจึงไม่ไปดูพระเถระ
บ้าง เพราะการเห็นสมณะเป็นมงคล" เมื่อภรรยาพูดอย่างนี้ วันรุ่งขึ้นสามีของนางจึงเข้าไปหาพระเถระได้ทำปฏิสันถารกับพระเถระทั้งหลาย ในที่สุดพระธรรมเสนาบดีจึงกล่าวธรรมิกถาแก่สามีของนางทำให้เขาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย

       นางดีใจมากที่สามารถทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้กับสามีได้ โดยสังเกตเห็นว่า ตั้งแต่นั้นมา
ผู้เป็นสามีจะทำหน้าที่เป็นผู้ปูลาดอาสนะแด่พระเถระทั้งหลาย กรองน้ำดื่ม ฟังธรรมิกถาในระหว่างภัต ต่อมาความเป็นมิจฉาทิฏฐิของเขาก็ถูกทำลาย

       อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อพระเถระกล่าวธรรมิกถาแก่สามีภรรยาแล้วประกาศอริยสัจ ในเวลาจบ
พระธรรมเทศนาสามีภรรยาทั้งคู่ก็ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล ตั้งแต่นั้นมา ตระกูลนี้ทั้งหมดรวมทั้งบิดามารดาของสามี จนถึงคนรับใช้ทั้งหลายได้ถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งกันทุกคน

        การทำหน้าที่กัลยาณมิตรของหญิงสะใภ้ได้พัฒนาขึ้นไปตามลำดับ เพราะการวางตัว
เสมอต้นเสมอปลาย อยู่มาวันหนึ่ง นางทาริกาได้กล่าวแก่สามีว่า "ข้าแต่นาย จะมีประโยชน์อะไรสำหรับดิฉันในการอยู่ครองเรือน ดิฉันปรารถนาจะบวช"สามีกล่าวว่า "ดีละนางผู้เจริญ แม้ฉันก็จักบวช"แล้วนำภรรยาไปยังสำนักภิกษุณีด้วยบริวารมากมาย ให้บวชเป็นภิกษุณีส่วนตนเองก็เข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดาทูลขอบรรพชา พระบรมศาสดาให้บรรพชาอุปสมบทแล้ว เมื่อท่านทั้งสองเจริญวิปัสสนาไม่นานนัก ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชา DF 101 การทำหน้าที่กัลยาณมิตรเบื้องต้น

กลุ่มวิชาการทำหน้าที่กัลยาณมิตร