แม้เป็นสัตว์เดรัจฉาน หากได้กัลยาณมิตรก็พิชิตอุปสรรคไปได้

วันที่ 27 พค. พ.ศ.2557

 

 

 

แม้เป็นสัตว์เดรัจฉาน หากได้กัลยาณมิตรก็พิชิตอุปสรรคไปได้

 


           มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน มหาสุวราชชาดก ความว่า
"ชนเหล่าใดเป็นมิตรของพวกเพื่อน ในคราวร่วมสุขร่วมทุกข์จนตลอดชีวิต ชนเหล่านั้นเป็นสัตบุรุษ
เมื่อระลึกถึงธรรมของสัตบุรุษอยู่ ย่อมไม่ละทิ้งเพื่อนผู้สิ้นทรัพย์หรือยังไม่สิ้นทรัพย์ไปได้"1

           ในโลกยุคปัจจุบันนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยที่เราจะได้พบกับบัณฑิตที่แท้จริง หรือกัลยาณมิตรผู้เป็นเพื่อนแท้ ลักษณะของมิตรแท้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้มี 4 ประการคือ เป็นมิตรมีอุปการะซึ่งกันและกัน คอยช่วยเหลือเกื้อกูลอยู่ตลอดเวลา มิตรแนะนำประโยชน์ ที่คอยแนะประโยชน์ให้ดำรงอยู่ในหนทางสวรรค์และนิพพาน มิตรมีน้ำใจ มีความรักใคร่อันเกิดจากน้ำใสใจจริง ไม่มีความคิดอิจฉาริษยายามเพื่อนได้ดีและมิตรที่จะกล่าวถึงนี้ คือมิตรที่ร่วมสุขร่วมทุกข์ ยามเพื่อนเกิดเหตุการณ์วิกฤติในชีวิตก็ไม่ยอมละทิ้ง แม้ชีวิตของตนเองก็สามารถที่จะ สละแทนเพื่อนได้ เพื่อนที่กล่าวถึงนี้เป็นเพื่อนแท้ และมีคุณธรรมของสัตบุรุษอย่างแท้จริง

          ดังเรื่องราวใน มหาอุกกุสชาดก1 ว่า ในอดีตกาล มี สระใหญ่อยู่ สระหนึ่ง ทางทิศใต้ของ สระมี
พญาเหยี่ยวอาศัยอยู่ ทิศตะวันตกมีนางเหยี่ยวตัวหนึ่ง ทิศเหนือเป็นที่อยู่ของราชสีห์ ทิศตะวันออกมี
พญานกออกอาศัยอยู่ส่วนใน สระน้ำมีพญาเต่าอาศัยอยู่ ครั้งนั้น พญาเหยี่ยวปรารถนาจะได้นางเหยี่ยว
มาเป็นภรรยา แต่นางเหยี่ยวได้แนะนำให้ไปผูกมิตรกับสัตว์ที่อยู่ตามทิศต่างๆ เสียก่อน เพื่อเวลามีภัยเกิดขึ้นจะได้มีมิตร สหายคอยช่วยเหลือ พญาเหยี่ยวจึงไปผูกมิตรกับพญานกออก พญาเต่า และพญาราชสีห์ จากนั้นทั้งคู่ก็ได้อยู่ร่วมกัน ทำรังอยู่บนต้นกระทุ่มบนเกาะกลาง สระน้ำ ต่อมาไม่นานนางเหยี่ยวก็ได้ใหกำเนิดลูกน้อยสองตัว

          วันหนึ่ง มีนายพรานกลุ่มหนึ่งออกล่าสัตว์ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นยังไม่ได้อะไรเลย จึงเข้าไปพัก
เหนื่อยที่ใต้ต้นกระทุ่ม และก่อไฟขึ้นเมื่อถูกยุงรุมกัด ควันไฟขึ้นไปรมลูกเหยี่ยว มันจึงส่งเสียงร้อง เมื่อพวกพรานได้ยินเสียง ก็คิดจะปีนขึ้นไปเอาลูกเหยี่ยวมาเป็นอาหาร นางเหยี่ยวเห็นจึงบอกให้พญาเหยี่ยวไปขอความช่วยเหลือจากพญานกออก

          พญานกออกได้ปลอบโยนว่า "อย่ากลัวไปเลย ธรรมดาบัณฑิตทั้งหลาย ย่อมช่วยเหลือมิตร สหายในยามมีภัย" แล้วพญานกออกก็บินมาจับที่ยอดไม้ เฝ้ามองดูการกระทำของนายพราน

         ขณะที่นายพรานปีนขึ้นต้นไม้ใกล้จะถึงรัง พญานกออกก็ดำลงไปในสระ เอาปากอมน้ำ แล้วบิน
ไปพ่นน้ำใส่คบเพลิงจนดับ นายพรานจึงต้องปีนลงมาจุดคบเพลิงใหม่ แล้วปีนกลับขึ้นไปอีก พอใกล้จะถึงรังพญานกออกก็เอาน้ำมาดับไฟอีก ทำอยู่อย่างนี้จนถึงเที่ยงคืน นายพรานทั้งหลายยังไม่ละความพยายามส่วนพญานกออกนั้นเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก

          พญาเหยี่ยวขอบคุณในน้ำใจของพญานกออก และขอร้องให้เพื่อนพักผ่อนก่อน จากนั้นก็บินไป
ขอความช่วยเหลือจากพญาเต่า

         พญาเต่าฟังคำนั้นแล้วจึงกล่าวว่า "เพื่อนไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เราจะช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง
ความสามารถ เพราะบัณฑิตทั้งหลาย ย่อมมีความจริงใจต่อมิตรสหาย และคอยให้ความช่วยเหลือใน
ทุกเรื่องอย่างสุดกำลัง"

         ลูกเต่าซึ่งอยู่ใกล้ๆ พญาเต่า มีความคิดว่า จะต้องช่วยเหลือพ่อ จึงขออาสาทำหน้าที่นี้แทน
แต่พญาเต่าห้ามไว้เพราะเห็นว่ายังเล็กอยู่ จากนั้นพญาเต่าได้ดำลงไปในน้ำ กวาดเอาเปือกตมและสาหร่ายขึ้นมาดับไฟที่ก่ออยู่ใต้ต้นไม้ พวกนายพรานเห็นจึงไล่จับเต่า พญาเต่าจึงรีบหนีดำลงไปตรงน้ำลึก นายพรานเหล่านั้นไม่รู้ว่าน้ำลึกจึงกระโดดตามลงไป งมหาเต่าอยู่ตั้งนาน ก็ไม่เห็น จึงต้องลอยคออยู่ในน้ำ ได้รับความลำบากและเหน็ดเหนื่อยมาก

          ครั้นพอขึ้นฝัง พวกนายพรานก็ก่อไฟใหม่ เตรียมขึ้นไปจับลูกนกอีก นางเหยี่ยวจึงได้บอกให้
พญาเหยี่ยวไปขอความช่วยเหลือจากพญาราชสีห์ เมื่อพญาราชสีห์ทราบเรื่องก็กล่าวว่า " สหายเหยี่ยว เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก ฉันจะช่วยเหลือเพื่อนเอง เพราะธรรมดาของวิญญูชน เมื่อรู้ว่ามีภัยเกิดขึ้นกับมิตร สหายย่อมต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยคุ้มครองมิตร" จากนั้นพญาราชสีห์ก็วิ่งไปหาพวกนายพราน นายพรานเหล่านั้นเห็นราชสีห์วิ่งตรงเข้ามาหา เกิดความกลัวตาย รีบวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต ทำให้ลูกน้อยของพญาเหยี่ยวได้รับความปลอดภัย พญาเหยี่ยวมีใจร่าเริงยินดีและขอบคุณมิตร สหายทั้งหลาย

          เพราะฉะนั้น กัลยาณมิตรจึงมีความสำคัญต่อชีวิตของเราทุกคน เมื่อมีมิตรแล้ว ก็ให้ผูกมิตรเอาไว้ให้ดีอย่าด่วนทำลายมิตรภาพของกันและกัน ต้องรู้จักถนอมน้ำใจกัน รักษาสัมพันธไมตรีไว้อย่าให้เสื่อมคลายแม้บางครั้งอาจจะมีความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น ให้ปรับเข้าหากัน ประนีประนอม อะลุ่มอล่วยกัน อย่าได้ถือสาหาความ เพราะเรื่องอื่นเป็นเรื่องเล็กแต่มิตรภาพเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และสำคัญกว่า

            มิตรแท้ที่สำคัญที่สุดที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้ ก็คือกัลยาณมิตรที่อยู่ภายในตัวของเรา หมายถึง
พระรัตนตรัยภายในนั่นเอง ท่านเป็นมิตรที่ยิ่งกว่ามิตรทั้งหลาย มีแต่ความปรารถนาดีล้วนๆ ความบริสุทธิ์ล้วนๆ ท่านสามารถช่วยให้เราพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เวลาเรามีทุกข์สามารถพึ่งท่านได้ตลอดเวลา เพราะท่านจะช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้ชีวิตของเรามีแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

 

 

 
 
 
 

จากหนังสือ DOU

วิชา DF 101 การทำหน้าที่กัลยาณมิตรเบื้องต้น

กลุ่มวิชาการทำหน้าที่กัลยาณมิตร