ความรู้เรื่องของใจเพื่อการสร้างให้เกิดกำลังใจ

วันที่ 06 มิย. พ.ศ.2557

 

ความรู้เรื่องของใจเพื่อการสร้างให้เกิดกำลังใจ


              ทั้งนี้ต้องเข้าใจในเบื้องต้นเกี่ยวกับ "ใจ" ว่า ความสำเร็จของคนทั้งหลายนั้นเริ่มต้นที่ใจถ้าบุคคลใด้รักษาและควบคุมจิตใจของตนเองได้ ก็จะสามารถกุมความสำเร็จได้ทุกอย่าง แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าหากควบคุมจิตใจตัวเองไม่ได้ บุคคลนั้นก็จะสูญเสียทุกอย่างไปเช่นกัน ซึ่งใจคนเรามีส่วนประกอบและมีกระบวนการทำงานคล้ายกับเครื่องยนต์เครื่องจักร ที่มีการทำงานประสานกันเป็นทอดๆ ของอุปกรณ์ต่างๆดังนั้น ถ้าอุปกรณ์ส่วนใดเกิดชำรุด หรือบกพร่อง ก็ส่งผลให้การทำงานไม่สามารถบรรลุผล มบูรณ์ได้


              กล่าวโดยย่อว่าใจคนเราคือ ธาตุกายสิทธิ์ชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ในกาย มีอำนาจรู้ ทำหน้าที่
ประสานงานกับประสาททั้ง 5 นั้น คือ


              1. บังคับใช้ประสาททั้ง 5 (ประสาทตา หู จมูก ลิ้น กาย)
              2. รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับประสาททั้ง 5 ด้วยอาการ 4 อย่าง คือ

              เห็น ได้แก่ รับภาพ รับเสียง  รับกลิ่น รับรส  รับโผฏฐัพพะ (สิ่งแตะต้องกาย) รับอารมณ์ท่ี
กระทบผ่านมาทางประสาททั้ง 5 แล้ว เปลี่ยนสิ่งที่มากระทบทั้งหมดเหล่านั้น ให้เป็นภาพ

 

              จำ ได้แก่ บันทึกภาพต่างๆ ท่ีเห็นผ่านมาแล้วน้ันไว้อย่างรวดเร็ว เหมือนภาพท่ีถูกบันทึกไว้ใน
ฟิล์มภาพยนตร์ เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลต่อไป

 

              คิด ได้แก่ ใคร่ครวญพิจารณาข้อมูลต่างๆ ที่ได้แล้วน้ัน ไปในทำนองว่าดี ชั่ว ชอบ ชัง หรือ
เฉยๆ


              รู้   ได้แก่ ตัดสินใจเชื่อหรือรับทราบถึง ภาพสิ่งต่างๆ (ที่มากระทบกับประสาททั้ง5ก่อนที่จะ

รับและจำได้) ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้


               หากใจของคนเราคิดดี ย่อมเป็นเหตุให้บุคคลนั้นพูดดี ทำดีตามไป แต่ถ้าใจคิดไม่ดี ย่อมเป็นเหตุให้บุคคลนั้นพูดชั่ว ทำชั่วตามไป ผู้ที่ฝึกใจให้ตั้งมั่นได้เป็นนิตย์ ย่อมเป็นผู้มีใจผ่องใสเข้มแข็ง มีความเห็นถูกต้องตามความเป็นจริง แต่สิ่งที่ทำอันตราย คอยรังควานให้ใจลำบาก อ่อนแอ เศร้าหมอง เรียกว่า กิเลส

              กิเลสทำให้คนดีกลายเป็นคนชั่ว ทำให้คนใจดีกลายเป็นคนใจดำ ทำให้คนใจงามกลายเป็นคนใจง่ายทำให้คนอ่อนโยนกลายเป็นคนหยาบกระด้าง ยิ่งกว่านั้นยังทำให้คนบังอาจทำความผิด ทั้งๆ ที่รู้ ทำให้คนไม่อาจทำความดีเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพาน กิเล มีอยู่หลายประเภท เช่นเดียวกับโรคต่างๆ ของร่างกายซึ่งมีอยู่มากมาย แต่ที่เป็นตัวการใหญ่ๆ มีอยู่ 3 ตระกูล คือ


             1) ตระกูลโลภะ


             2) ตระกูลโทสะ

 
             3) ตระกูลโมหะ


               กิเลสทุกตระกูลเมื่อเข้าครอบครองใจของผู้ใดได้แล้ว ย่อมทำให้ใจของผู้นั้นขุ่นมัวลงทันที
การทำงานของใจทั้ง 4 ขั้นตอนก็วิปริตคลาดเคลื่อนไป คือ

             เห็น ไม่ตรงตามความเป็นจริง เหมือนภาพบนจอโทรทัศน์ที่ถูกคลื่นรบกวน


              จำ  ผิดๆ ไขว้ๆ เขวๆ เลือนๆ ลางๆ ลับหน้า ลับหลังไม่ต่อเนื่องกัน


             คิด  สับสนวุ่นวาย จากถูกกลายเป็นผิด ดีกลายเป็นชั่ว รักกลายเป็นชัง ตามข้อมูลที่จำมาผิดๆ
เหล่านั้น


               รู้   ปักใจเชื่อตามความคิดผิดๆ เหล่านั้น กลายเป็นคนใจวิปริต ใจบาปสามารถทำความชั่วได้โดยไม่รู้จักกลัว ไม่รู้จักอาย


            กิเลสทั้ง 3 ตระกูล คือโลภะ โทสะ โมหะ จึงเป็นต้นเหตุให้คนทำชั่วทุกอย่าง เป็นมูลเหตุแห่ง
บาปทุกชนิด อุปมาได้ว่าโรคที่เกิดในกายสามารถกำจัดรักษาให้หายสิ้นได้ด้วย "ยา" ฉันใด กิเล ที่เกิดในใจก็สามารถกำจัดให้หมดสิ้นได้ด้วย "บุญ" ฉันนั้น ดังนั้น เมื่อกิเล ที่คอยคุกคามใจมนุษย์มีอยู่ 3 ตระกูลคือ โลภะ โทสะ โมหะ จึงจำเป็นต้องตั้งใจปฏิบัติธรรมตามคำ อนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อสร้างบุญขึ้นในใจให้มีกำลัง เหนือกิเล ให้ครบทั้ง 3 ประการ คือ ทาน ศีล ภาวนา และคอยเสริมสร้างกำลังบุญเหล่านี้ให้เข้มแข็ง ยิ่งขึ้น จนสามารถทำลายล้างกิเล ได้อย่างเด็ดขาด ใจจึงจะปลอดภัยประสบสันติสุขได้อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น หน้าที่กัลยาณมิตรก็คือ หน้าที่ที่จะไปยกระดับจิตใจชาวโลกให้สูงขึ้น หน้าที่นีจึงเป็นหน้าที่อันสูงส่ง เพราะเป็นหน้าที่ของผู้ชี้ทางบุญให้กับชาวโลกทั้งหลาย

 

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชา DF 202 ทักษะการทำหน้าที่กัลยาณมิตร

กลุ่มวิชาการทำหน้าที่กัลยาณมิตร