กฎแห่งกรรม

วันที่ 19 มิย. พ.ศ.2557

 

 

กฎแห่งกรรม

 

 

                2) สถานที่ สถิตของชีวิตหลังความตาย เป็นธรรมดาของธรรมชาติว่า เมื่อมีชีวิตเกิดขึ้น ก็จำเป็นต้องมี สถานที่สำหรับอยู่อาศัยรองรับ เช่น เมื่อมีต้นหญ้าเกิดขึ้น ก็ต้องมีพื้นที่รองรับ เมื่อมีสังขารโลกและสัตวโลก ก็จำเป็นต้องมีโอกาสโลกเป็น สถานที่รองรับเราจะสามารถเลือก สถานที่ สถิตของชีวิตในปรโลกได้หรือไม่คงจะไม่ถูกต้องนักถ้าใช้คำว่า "เลือก" แต่เราอาจจะตั้งความปรารถนาว่าจะไป สถิตอยู่ ณ ที่ใดในปรโลก แล้วสร้างกรรมดีหรือสั่ง สมบุญให้มากๆ ให้ สมกับมาตรฐานของ สถานที่นั้นๆ ก็อาจจะสมปรารถนาส่วนผู้ที่สร้างกรรมชั่วหรือสั่ง สมบาปไว้มากๆ กรรมชั่วของเขาก็จะจัดการหาที่อยู่อย่างสมควรแก่กรรมของเขาเอง โดยที่เขาไม่ต้องตั้งความปรารถนาเลยอย่างไรก็ดี ได้กล่าวมาแล้วว่า แนวทางไปสู่ปรโลกนั้นมีอยู่ 2 แนวทาง คือสุคติ กับ ทุคติบุคคลใดจะมีโอกาสไปสู่คติไหน ย่อมขึ้นอยู่กับกรรมที่ตนทำไว้ในชาตินี้โดยเหตุที่คนเราทุกคนยังมีกิเลส อยู่ ปุถุชนทั้งหลายย่อมจะทำทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว คือทำทั้งบุญและบาปปนเปกันไป จะต่างกันก็แต่เพียงว่า ใครทำบุญมากกว่าบาป หรือทำบาปมากกว่าบุญสำหรับการออกผลของกรรมนั้น โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใดที่สั่ง สมบาปไว้มากกว่าบุญ ครั้นเมื่อละโลกนี้ไป บาปที่เขาทำไว้ก็จะได้โอกาส่งให้เขาไปสู่ทุคติก่อนทันทีส่วนผู้ที่สั่ง สมบุญไว้มากกว่าบาป ครั้นเมื่อละโลกนี้ไป บุญที่เขาทำไว้ก็จะได้โอกาส่งให้เขาไปสู่สุคติก่อนทันที แต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไป เพราะเมื่อเวลาใกล้ตาย ถ้าบุคคลมีจิตเศร้าหมองก็จะไปสู่ทุคติก่อน จิตที่ผ่องใสเท่านั้นจึงจะมีโอกาสไปสู่สุคติ ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในวัตถูปมสูตร 1 ว่า


          "เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันหวังได้
 เมื่อจิตไม่เศร้าหมองสุคติเป็นอันหวังได้"
           เพราะฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่า ถานที่สิง ถิตของชีวิตในโลกหน้าเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน อาจ
 เป็นไปได้ทั้งทุคติและสุคติ ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง โดยมีเหตุปัจจัย 2 ประการ คือ กรรมที่ทำมาตลอดชีวิตนี้และ สภาวะของจิตก่อนสิ้นลมหายใจ

 

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก