บุพการี

วันที่ 21 มิย. พ.ศ.2557

       

 

   บุพการี

 

          ผู้คนที่ไม่ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวแต่เยาว์วัยดังกล่าวนี้ส่วนมากก็จะนึกถึงพระคุณของมารดาไม่ออก เพราะมีความรู้สึกว่าการเกิดมาของตน เป็นเพียงผลิตผลจากความสุขทากามารมณ์ของผู้ให้กำเนิดเท่านั้นพระพุทธศาสนาให้ความเห็นเกี่ยวกับพระคุณมารดาอย่างไรพระคุณที่สำคัญยิ่งของมารดาตามทรรศนะทางพระพุทธศาสนามีอยู่ 4 ประการ คือ


        1) ให้ชีวิตแก่บุตร การที่มารดาอุ้มครรภ์มาจนกระทั่งบุตรคลอดแล้วให้การเลี้ยงดูประคบ
 ประหงมมาเป็นอย่างดี บุตรจึงมีชีวิตและเจริญเติบโตเป็นผู้เป็นคนอยู่ถึงทุกวันนี้ ถือว่าเป็นการให้ชีวิตแก่บุตรนับเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ของมารดาทีเดียว ถ้ามารดาไม่ให้ชีวิตก็อาจจะคิดทำแท้ง หรือมิฉะนั้นเมื่อคลอดบุตร ออกมาแล้วก็นำไปโยนทิ้งไว้ตามกองขยะ หรือที่ลับตาผู้คน ดังที่มีข่าวบ่อยๆ


        2) ให้ต้นแบบร่างกายที่เป็นมนุษย์แก่บุตร เราคงได้เห็นกันทุกคนว่า ในโลกนี้มีสัตวโลกอยู่
 มากมายหลายพันหลายหมื่นชนิด แต่ละชนิดล้วนมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไป และไม่ว่าจะมีรูปร่างใหญ่โตแข็งแรง มีพละกำลังมากเพียงใด หรือมีรูปร่างหน้าตา วยงามน่าเอ็นดูอย่างไร รูปร่างของสัตว์เหล่านั้นก็ไม่เหมาะแก่การบำเพ็ญคุณความดีเท่าร่างกายของมนุษย์ การที่เราเกิดมามีร่างกายเป็นมนุษย์ ก็เพราะมีมารดาเป็นต้นแบบให้ นับว่าเป็นโชคมหาศาลของเรา มารดาของเรานั่นเองเป็นผู้อำนวยโชคดีแก่เรา นี้ก็ถือว่าเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ของมารดา อีกประการหนึ่ง


       3) ให้ต้นแบบจิตใจที่เป็นมนุษย์แก่บุตร แม้เราจะเกิดมามีร่างกายเป็นมนุษย์ก็ตาม แต่
 ถ้าบังเอิญตกไปอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งในป่าที่ไม่มีผู้คน ตั้งแต่เรายังเป็นทารกจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม มมุติว่าตกไปอยู่ในการเลี้ยงดูของแม่ลิงซิมแปนซีตัวหนึ่งที่รักใคร่เอ็นดูเราเหมือนลูกของมัน ถามว่า ครั้นเมื่อเราเจริญเติบโตขึ้น ทั้งๆ ที่ มีรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์ แต่ความคิดจิตใจของเราจะเหมือนมนุษย์ หรือเหมือนลิงซิมแปนซี แน่นอนเหลือเกินว่าความคิดจิตใจของเราก็คงจะไม่แตกต่างกับลิงซิมแปนซีเลย แม่ลิงซิมแปนซีคงจะปลูกฝังให้เรารู้จักคิด และทำสิ่งต่างๆ เหมือนกับลูกของมันนั่นเอง


        แต่เพราะเหตุที่มารดาของเราเป็นมนุษย์ จึงอบรมสั่ง อนเราให้มีความคิดจิตใจเป็นมนุษย์ เป็นต้นว่า ให้มีความรัก ความโอบอ้อมอารี และความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ ด้วยการแบ่งปันกัน งเคราะห์ช่วยเหลือกันในยามยาก ให้รู้จักเคารพยกย่องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องยกย่องบูชาคนดี ให้รู้จักว่าสิ่งใดดีสิ่งใดชั่ว แล้วเลือกทำแต่สิ่งที่ดี โดย รุปก็คือการที่เรามีจิตใจเป็นมนุษย์ ก็เพราะมีมารดาเป็นคนแรกที่อบรมบ่มนิสัยให้ นี้ก็เป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ของมารดาอีกประการหนึ่ง


       อย่างไรก็ตาม แม้มารดาบางคนจะบกพร่องในการเป็นต้นแบบด้านจิตใจ หรือมีการกระทำที่ทำให้บุตรโกรธเคือง คับแค้นใจ หรือไม่มีมรดกมอบให้ลูกเลย แต่มารดาก็ยังมีพระคุณต่อบุตรอย่างแน่นอน เพียงแต่มีความบกพร่องในพระคุณประการที่ 3 เท่านั้น


      4) เป็นบุพการีแปลว่า เป็นคนให้อุปการะก่อน ในพระพุทธศาสนา เรียกพ่อแม่ว่าเป็น "บุพการี"
ของบุตร จัดเป็นบุคคลหาได้ยากในโลกอันดับแรกเหตุที่จัดว่ามารดาเป็นบุพการีของบุตร ก็เพราะมารดาเป็นผู้ให้ความอุปการะแก่บุตรก่อนโดยไม่มีการยื่นเงื่อนไขใดๆ นับตั้งแต่ให้ชีวิตในครรภ์ ให้การดูแลประคบประหงมอย่างดีมาตั้งแต่เป็นทารกจนกระทั่งเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้เลยว่าบุตรจะเป็นคนอย่างไรในภายภาคหน้า จะเป็นคนเนรคุณหรือไม่


         แต่ก็มุ่งมาดปรารถนาให้บุตรมีความสุขความเจริญ จึงพยายามพร่ำสอนให้การอบรมบ่มนิสัยเพื่อให้บุตรเป็นคนดี โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก ครั้นเมื่อเติบใหญ่ก็ลงทุนส่งเสริมสนับสนุน ให้บุตรได้รับการศึกษาเล่าเรียนให้มากที่สุด ไม่ให้น้อยหน้าใครถ้าเปรียบมารดาเป็นนายทุนออกเงินกู้ ก็เป็นนายทุนที่ใจดีที่สุดในโลก เพราะนอกจากจะไม่คิดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังไม่เคยอนาทรร้อนใจเลยว่า ลูกหนี้จะชำระหนี้คืนให้หรือไม่ มิหนำซ้ำเมื่อบุตรออกเรือนไปแล้ว ยังแถมมรดกของตน (ถ้ามี) ให้ไปทำทุนอีกด้วย เป็นนายทุนที่ไม่หน้าเลือด แต่มีเมตตาธรรมอย่างสูงที่บุตรจะพึงหาได้ในโลกนี้ ก็มีเฉพาะบุพการีของตนเท่านั้น นี่คือพระคุณอันยิ่งใหญ่ของมารดาที่มีต่อบุตรอีกประการหนึ่ง

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก