เรื่องที่ 1 ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

วันที่ 24 มิย. พ.ศ.2557

 

เรื่องที่ 1 ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

 


            สมัยนั้น พระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ได้มีเรื่องนายพรานล่าเนื้อชื่อโกกะ 1
เกิดขึ้นเช้าวันหนึ่ง นายพรานโกกะออกไปป่า โดยมีสุนัขห้อมล้อมติดตามหลายตัว ระหว่างทางเขา
ได้พบพระภิกษุรูปหนึ่ง กำลังเดินบิณฑบาต เขารู้สึกโกรธ เพราะเกิดความคิดขึ้นว่า "วันนี้คงจะล่าอะไรไม่ได้เลย เพราะได้พบคนกาลกรรณี" ฝ่ายพระเถระเที่ยวบิณฑบาตในหมู่บ้าน ทำภัตกิจเสร็จแล้วจึงกลับไปสู่วิหาร


           ฝ่ายนายพรานเที่ยวไปในป่าทั้งวัน ก็ล่าเนื้อไม่ได้เลย จึงกลับบ้าน ระหว่างทางก็ได้พบพระเถระอีกเขาจึงคิดอย่างคนพาลว่า การได้พบพระเถระรูปนี้เอง เป็นเหตุให้เขาล้มเหลวทั้งวัน คิดดังนั้นแล้ว เขาจึงให้สัญญาณสุนัขให้กรูกันเข้าไปทำร้าย พระเถระ แม้ท่านจะอ้อนวอนมิให้เขาทำเช่นนั้น แต่เขากลับโต้ตอบว่า "ข้าพเจ้าไม่ได้อะไร เพราะประสบท่านในตอนเช้า นี่เย็นแล้ว ท่านก็มาประสบข้าพเจ้าอีก" กล่าวจบ


          เขาก็ยุให้สุนัขกัดพระเถระ ท่านจึงรีบปีนต้นไม้ ขึ้นไปนั่งอยู่บนกิ่งไม้ซึ่งสูงจาก พื้นดินประมาณ 2 เมตรสุนัขเหล่านั้นก็พากันล้อมโคนไม้ไว้เมื่อสุนัขไม่สามารถกัดพระเถระได้ นายพรานจึงแทง ฝ่าเท้าของท่านด้วยปลายลูกศร แม้ท่านจะอ้อนวอนขอให้เขาหยุดแทง แต่เขากลับกระหน่ำแทงหนักยิ่งขึ้น เพราะได้รับความเจ็บปวดอย่าง


          แสนสาหัสจนไม่สามารถกุม ติไว้ได้ จีวรของท่านจึงหลุด และตกลงมาคลุมร่างของนายพราน ตั้งแต่ศีรษะจรดพื้นเหล่าสุนัขเห็นเช่นนั้นจึงวิ่งกรูกันเข้าไป ด้วยสำคัญว่าพระเถระตกลงมา แล้วขย้ำกัดกินเนื้อของนายพรานจนเหลือแต่กระดูก แล้วถอยออกมายืนมองอยู่ห่างๆ พระเถระจึงหักกิ่งไม้แห้งกิ่งหนึ่งขว้างไปที่ฝูงสุนัขนั้น เหล่าสุนัขแหงนหน้าขึ้นไป เห็นพระเถระ ก็รู้ว่าพวกมันกัดกินผู้เป็นเจ้าของแล้ว จึงพากันหนีเข้าป่าไป


           พระเถระลงจากต้นไม้แล้วไปสู่สำนักของพระบรมศาสดา เพื่อกราบทูลถามว่า ศีลของตนด่างพร้อยหรือไม่ เนื่องจากจีวรของท่านหล่นลงไปคลุมร่างของนายพรานพระบรมศาสดาทรง ดับเรื่องราวของพระเถระแล้วตรัสตอบว่า "ศีลของเธอไม่ด่างพร้อย สมณภาพของเธอยังมีอยู่ เขาจะประทุษร้ายต่อเธอผู้ไม่ประทุษร้าย จึงถึงความพินาศ มิใช่ แต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในอดีตกาล เขาก็ประทุษร้ายผู้ไม่ประทุษร้าย ถึงความพินาศแล้วเหมือนกัน"ครั้นเมื่อตรัสแ ดงบุพกรรมของนายพรานแล้ว พระบรมศาสดาจึงตรัสพระคาถา ดังนี้


              "ผู้ใดประทุษร้ายต่อนรชนผู้ไม่ประทุษร้าย ผู้บริสุทธิ์ ไม่มีกิเลสดุจเนิน
บาปย่อมกลับถึงผู้นั้นซึ่งเป็นคนพาลนั่นเอง เหมือนธุลีอันละเอียดที่เขาซัดทวน
ลมไป ฉะนั้น"


             นักศึกษาย่อมทราบแล้วว่า พระภิกษุผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนั้น เป็น 1 ในทิศ 6 ของคฤหัสถ์ เป็นผู้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในทิศเบื้องบน ทรงมอบหมายให้ทำหน้าที่ สอนวิชาความ เป็นมนุษย์ ที่สำคัญคือเป็นผู้ชี้ทาง สวรรค์ให้แก่คฤหัสถ์สำหรับพระเถระในเรื่องนี้ แม้นายพรานจะไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหรือไม่แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ศีลของท่านบกพร่อง พฤติกรรมของท่านไม่เหมาะ สมหรือจะก่อให้เกิดอันตรายแก่เขา เหตุไฉนจึงประทุษร้ายท่านความหลงที่คิดไปอย่างไร้เหตุผล อันเป็นมิจฉาทิฏฐิในใจของเขานั่นเอง ที่กระตุ้นให้เขาโกรธจนไร้ความสำนึกรับผิดชอบ แล้วประทุษร้ายท่าน ซึ่งในที่สุดกลับกลายเป็นการประทุษร้ายตนเอง เข้าทำนองให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัวนั่นเอง

 

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก