ได้กำไรจากงานศพ !!!

วันที่ 25 มิย. พ.ศ.2557

 
 
ได้กำไรจากงานศพ !!!


เราเคยไปงานบำเพ็ญกุศลกันมาทั้งนั้น ไปแล้วทำอย่างไรจึงจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่?

สิ่งที่ควรทำในงานบำเพ็ญกุศลมีอย่างน้อย 3 ประการ คือ

1. ขอขมา และอโหสิกรรม

2. เจริญมรณสติ

3. บำเพ็ญบุญ และอุทิศส่วนกุศล


1. ขอขมา และอโหสิกรรม ได้อะไรจากการขอขมา และอโหสิกรรม?

วิบากกรรมที่เคยทำผิดพลาดกันมาในอดีต จะเบาบางลงด้วยเหตุ 3 ประการ คือ

1.1 วิบากกรรมส่งผลจนหมดกำลัง มันก็เลิกให้ผล

1.2 สั่งสมบุญให้เต็มที่ อธิษฐานจิตให้บุญไปตัดรอนวิบากกรรมให้เบาบางลง

1.3 ขอขมา และอโหสิกรรมให้กันการขอขมาไม่ได้ปรารภเฉพาะชาตินี้เท่านั้น

แต่ปรารภอดีตชาติอันยาวนานนับภพ นับชาติไม่ถ้วน

ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า

"สรรพชีวิตที่เวียนว่ายตายเกิดกันมายาวนาน ผู้ที่ไม่เคยเกิดเป็นญาติกันมานั้น หาไม่ได้ง่ายเมื่อขอขมากันแล้ว วิบากกรรมจากหนัก ก็จะเบาบางลงที่เบาบางแล้ว ก็มลายหายสูญกลายเป็นอโหสิกรรมไป"

2. เจริญมรณสติ ไปงานบำเพ็ญกุศล ไประลึกนึกถึงความตายโดยอาศัยร่างของผู้วายชนม์เป็นสื่อให้ระลึกนึกถึงความตายเพราะปกติของชีวิตผู้ครองเรือนจะวนเวียนอยู่กับเรื่องปากท้องภารกิจหน้าที่การงาน ครอบครัวจนลืมไปว่า ชีวิตมีเวลาจำกัด เช่นพิจารณาว่า "เมื่อก่อนท่านก็เป็นอย่างเรา อีกหน่อยเราก็จะเป็นอย่างท่าน" จะทำให้เราไม่ประมาทว่า เราพร้อมที่จะเดินทางไปสู่โลกหน้าแล้วหรือยัง? เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย ไม่บอกล่วงหน้าว่าจะตายวันไหน? ตายเวลาไหน?ตายที่ไหน? ตายด้วยอาการอย่างไร? ตายเมื่อไหร่?

3. บำเพ็ญบุญ และอุทิศส่วนกุศลเพราะชีวิตในปรโลก (โลกหน้า)ไม่มีการทำมาหากิน มีความสุขอยู่ได้ด้วยบุญที่ตนเองทำไว้เมื่อเป็นมนุษย์ และบุญที่หมู่ญาติอุทิศไปให้

ไปงานบำเพ็ญกุศลครั้งต่อไปอย่าลืม 3 ประการ คือ

ไปขอขมา ไปเจริญมรณสติ และไปอุทิศส่วนกุศล อย่างนี้ไปแล้วได้กำไร
 

ราตรีสว่าง 21.00 น.
18 มิถุนายน พ.ศ. 2557
พระครูวินัยธรไพบูลย์ ธมฺมวิปุโล