บุคคลที่เก็บไม่เป็นย่อมมีพฤติกรรม 4 ประการ 1

วันที่ 28 มิย. พ.ศ.2557

 

บุคคลที่เก็บไม่เป็นย่อมมีพฤติกรรม 4 ประการ 

 


               1. ไม่แสวงหาพัสดุที่หายไป


               2. ไม่ซ่อมแซมพัสดุที่เก่าคร่ำคร่า


               3. ไม่รู้จักประมาณในการบริโภคใช้ สอย


               4. ตั้งสตรีหรือบุรุษทุศีลให้เป็นใหญ่ในเรือน


         สำหรับพฤติกรรม 2 ประการแรก ย่อมชี้ชัดอยู่ในตัวแล้วว่าเป็นพฤติกรรมของคนไม่รู้จักเก็บส่วนประการที่ 3 ผู้ที่ไม่รู้จักประมาณในการบริโภค ย่อมเป็นเหตุให้ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย อันจะเป็นผลให้ไม่มีเงินทองเหลือเก็บ หรือบางรายอาจต้องเป็นหนี้เป็นสินก็มี ดังนั้นใครก็ตามที่ไม่รู้จักประมาณในการบริโภคก็ไม่ถือว่าเป็นผู้ "เก็บเป็น" หรือเป็นผู้ "เก็บไม่เป็น" นั่นเอง


             สำหรับประการที่ 4 ตั้ง ตรีหรือบุรุษทุศีลให้เป็นใหญ่ในเรือน ถ้ามองในแง่ของการเก็บรักษาทรัพย์สมบัติ บ้านเรือนใดหรือครอบครัวใดที่ตั้งบุคคลขึ้นมาเป็นใหญ่ในเรือนในครอบครัว ในบริษัทเพื่อดูแลทรัพย์สมบัติ ย่อมแสดงว่าบ้านเรือนนั้นหรือครอบครัวนั้นมีทรัพย์สมบัติมาก ผู้เป็นเจ้าของอาจเป็นนักธุรกิจ หรือผู้ประกอบการใหญ่


           ถ้าบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดูแลรับผิดชอบทรัพย์สมบัติเป็นคนทุศีล แทนที่เขาจะเก็บรักษาทรัพย์สมบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เขากลับจะเป็นผู้ทำลายทรัพย์สมบัตินั้นเสียเองด้วยวิธีการต่างๆ เช่นใช้จ่ายทรัพย์เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ในครอบครัวอย่างฟุ่มเฟอยสุรุ่ยสุร่ายเกินจำเป็น ยักยอกทรัพย์สมบัติบางส่วนไปเป็นของตน ยักยอกทรัพย์สมบัติบางส่วนไปใช้จ่ายเกี่ยวข้องกับอบายมุข การกระทำเหล่านี้ย่อมทำให้ทรัพย์สมบัติของครอบครัวร่อยหรอลงเรื่อยๆ ไม่ช้าไม่นานก็อาจจะถึงกับหมดสิ้นไป เหลือไว้แต่ตัวเลขในบัญชี แต่ไม่มีทรัพย์สินจริง


           ดังนั้น ใครก็ตามที่แต่งตั้งคนทุศีลให้ดูแลรับผิดชอบเรื่อง ทรัพย์สินของครอบครัว ย่อมเท่ากับแต่งตั้งคนตาเดียวขึ้นมาล้างผลาญตนนั่นเอง ทรัพย์สินที่ตนหามาได้เท่าใด ย่อมไม่พ้นอันตรายสาระสำคัญของการ "เก็บเป็น" ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ 

 

           อาจรุปได้ว่า การเก็บรักษาทรัพย์สมบัติที่หามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียรและชอบธรรมนั้น มีอยู่ 2 วิธี คือ เก็บเป็นทรัพย์หยาบ และเก็บเป็นทรัพย์ละเอียดการเก็บเป็นทรัพย์หยาบ แม้จะมีวิธีเก็บอย่างชาญฉลาดแยบยลเพียงใดก็ยังไม่พ้นอันตรายอยู่นั่นเอง และที่น่าตกใจก็คือ ถ้าเจ้าของหมดบุญทรัพย์นั้นก็จะอันตรธานไปโดยปริยายการเก็บเป็นทรัพย์ละเอียด คือการเปลี่ยนทรัพย์นั้นให้เป็นบุญ ด้วยการนำไปบริจาคเป็นทานแก่เนื้อนาบุญ คือพระสงฆ์ ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาส่วนหนึ่ง กับนำไปอุปถัมภ์ค้ำชูบุพการี พี่น้อง ญาติมิตร ตลอดจนผู้คนที่ควรได้รับการ สงเคราะห์ อีกส่วนหนึ่งบุญอันเกิดจากการเก็บเป็นทรัพย์ละเอียดนี้ นอกจากตัวของมันเองจะพ้นอันตราย เนื่องจากไม่มีใครสามารถลักขโมยไปได้แล้ว ยังจะสามารถคุ้มครองชีวิตของเราให้พ้นอันตรายทั้งในโลกนี้และโลกหน้าอีกด้วย

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก