โลกนี้มีที่มา

วันที่ 18 มิย. พ.ศ.2557

 

โลกนี้มีที่มา

 

          3) การทำความเข้าใจให้ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องโลกนี้ต้องเข้าใจเรื่องอะไรบ้างสิ่งสำคัญที่ทุก
 คนต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องโลกนี้มีอยู่อย่างน้อย 4 ประการ คือ


       3.1) โลกนี้มีที่มา หมายความว่า การที่สัตวโลกหรือคนเราจะมี ภาพอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นด้านรูปร่างหน้าตา ฐานะ ความเป็นอยู่ ติปัญญา ตลอดจนนิสัยสันดาน ล้วนมีสาเหตุทั้งสิ้น และสาเหตุนั้นก็คือ "กรรม" ที่ตนเป็นผู้ก่อขึ้นเองในอดีต ดังพุทธภาษิตที่ยกมากล่าวแล้วในเรื่องกฎแห่งกรรมว่า


          "สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน" นั่นคือ ผู้ที่เคยสั่ง มกรรมดี หรือบุญไว้มากในอดีตชาติ ย่อมได้ถือกำเนิดมา สมบูรณ์พร้อมทุกด้าน ในชาตินี้ และบุญนั้นยังจะส่งผลต่อไปในปัจจุบันชาติอีกด้วยส่วนผู้ที่เคยร้างกรรมชั่วหรือบาปด้วยการทำผิดศีลไว้มากในอดีตชาติ หลังจากที่ต้องไปเสวยวิบากกรรมหนักในนรก(ทันทีที่ละโลก) แล้ว ถ้ามีโอกาสได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ในโลกนี้อีก ก็จะประสบเศษแห่งวิบากกรรมในปัจจุบันชาติอีก พระพุทธองค์ ได้ตรัสถึงวิบากกรรมอย่างเบาที่สุดไว้ใน ทุจริตวิปากสูตร 1 ดังนี้


            "วิบากแห่งปาณาติบาตอย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้เป็นผู้มีอายุสั้น
 วิบากแห่งอทินนาทานอย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้เป็นผู้ยากจน
 วิบากแห่งกาเมสุมิจฉาจารอย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้เป็นผู้มีศัตรูและมีเวร
 วิบากแห่งมุสาวาทอย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้ถูกกล่าวตู่ด้วยคำเท็จ
 วิบากแห่งปิสุณวาจาอย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้แตกจากมิตร
 วิบากแห่งผรุ วาจาอย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้ได้ฟังแต่เรื่องที่ไม่สบายใจ
 วิบากแห่งสัมผัปปลาปะอย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้มีวาจาที่ไม่น่าเชื่อถือ
 วิบากแห่งการดื่มสุราและเมรัยอย่างเบาที่สุด ย่อมอำนวยผลให้เป็นผู้วิกลจริต"


          3.2) โลกนี้มีความไม่แน่นอน หมายความว่า หลังจากที่ได้มีโอกาสมาถือกำเนิดเป็น


           มนุษย์แล้ว ไม่ว่าจะมี ภาพชีวิตอย่างไรก็ตาม มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เช่นคนที่เกิดมา มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ก็อาจกลายเป็นคนขี้โรคได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคคลที่ไม่รู้จักระมัดระวังดูแลรักษาุสุขภาพให้ดี หรือชอบแส่หาโรคร้ายมาใส่ตัวด้วยความโง่ ความประมาทเพราะอำนาจกิเล ในกมลสันดานคนที่เกิดมาเป็นทายาทเศรษฐี ก็อาจกลายเป็นยาจก หรือเป็นคนล้มละลายได้ คนที่เคยยากจน ก็อาจกลายเป็นเศรษฐีได้ คนทุพพลภาพก็อาจกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เนื่องจากสามารถ

 

ทำคุณประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่บางประการให้แก่ชาวโลกได้


ความไม่แน่นอนนี้เกิดจากอะไร


           ความไม่แน่นอนนี้ล้วนเกิดจากกรรมของเราเอง ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้งกรรมในอดีตชาติของเรา
 เพียงลำพังๆ ที่ยังตามส่งผลอยู่ หรือกรรมที่เราทำขึ้นใหม่ในชาตินี้ร่วมด้วยก็ได้ ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า การออกผลของกรรมเป็นเรื่อง ลับซับซ้อนมาก เกินกว่า ที่เราจะคิดหาเหตุและผล ที่ถูกต้องตามความเป็นจริงอย่างชัดเจนเช่น สมการคณิตศาสตร์ได้ ต่อเมื่อไรมีดวงตาเห็นธรรมแล้ว จึงจะสามารถ อบเหตุหาผลได้ชัดเจน


           3.3) โลกนี้มีคุณ หมายความว่าสังขารโลก คือร่างกายที่เป็นมนุษย์ของเรานี้มีประโยชน์
 อย่างยิ่ง เนื่องจากเหมาะแก่การสร้างบุญกุศล หรือกรรมดีได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งสังขารของสัตวโลกชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะมีเท้าน้อยเท้ามาก หรือไม่มีเท้าเลย ก็ไม่สามารถสร้างกรรมดีหรือบุญกุศลดังเช่นมนุษย์ได้เพราะเหตุนี้ใครก็ตามที่ฆ่าตัวตาย จึงเป็นคนที่น่า มเพชที่สุด เพราะไม่รู้คุณค่าของการได้โอกาสมาเกิดเป็นมนุษย์ ไม่รู้ถึงความโชคดีของตนที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ อันที่จริงนั้นกว่าที่แต่ละคนจะได้โอกาสมาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสุดแสนยาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุปมาความยากนี้ว่า มมุติว่ามีเต่าตาบอดตัวหนึ่งอาศัยอยู่ก้นมหา สมุทร ครบร้อยปีเต่านั้นจึงจะผุดขึ้นมาที่ผิวน้ำสักครั้งหนึ่ง แล้วบังเอิญ สวมคอเข้าไปในบ่วงอันหนึ่ง ซึ่งมีผู้โยนทิ้งไว้โดยผูกติดกับทุ่น ลอยไปลอยมาอยู่บนผิวน้ำเพราะถูกคลื่นลมซัดไปมาอยู่ตลอดเวลาการได้โอกาสมา เกิดเป็นมนุษย์นั้นยังยากกว่าการที่เต่าตาบอดจะ สวมคอเข้าไปในบ่วงโดยบังเอิญเสียอีก 1ด้วยเหตุนี้แม้ร่างกายของคนเราจะมี สภาพทุพพลภาพ ก็ยังมีคุณค่า เพราะยังสามารถใช้สร้างบุญกุศลได้ ยิ่งกว่านั้นยังจะมีคุณค่ามากกว่าร่างกายที่ สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งผู้เป็นเจ้าของเอาไปใช้ทำบาปอกุศลเสียอีกสำหรับโอกาสโลก คือโลกมนุษย์ที่เราอาศัยอยู่นี้ก็มีคุณแก่เราเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นที่อยู่ของมนุษย์ จึงทำให้เรามีโอกาสร้างกรรมดีอย่างกว้างขวาง นับตั้งแต่การให้ของบุพการีแก่บุตรเพื่อแสดงความรักและความรับผิดชอบ การแบ่งปันระหว่างญาติมิตร เพื่อนฝูง เพื่อลดความเห็นแก่ตัวลง การสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสเพื่อลดความตระหนี่ในใจ และพันาความเมตตากรุณาขึ้นมาแทน การบูชาบุคคลที่ควรบูชาเพื่อเป็นการแสดงกตัญูกตเวทิตาต่อผู้มีพระคุณ และคนดี ที่สำคัญก็คือ มี สมณพราหมณ์เป็นผู้ชี้ทาง สวรรค์ให้เรา อีกทั้งเป็น เนื้อนาบุญให้เราได้มีโอกาสั่ง สมบุญกุศล ได้มากยิ่งกว่าการสร้างสาธารณกุศลอื่นๆ
แม้พระพุทธองค์ก็ทรงแสดงว่า โลกมนุษย์เป็นสุคติของเทวดาทั้งหลายที่จุติจากโลก สวรรค์ ครั้นเมื่อเทวดามาเกิดเป็นมนุษย์แล้วก็จะได้ลาภ คือศรัทธาในพระธรรมวินัยที่พระตถาคต ประกาศแล้ว ดังที่ตรัสไว้ใน ปัญจปุพพนิมิตตสูตร 2 ว่า

 

            "ภิกษุทั้งหลาย การเกิดเป็นมนุษย์ ชื่อว่าเป็นการไปเกิดในภูมิที่ดี
 ของเทวดา การที่เทพบุตร ลงมาเกิดเป็นมนุษย์ แล้วได้ความศรัทธาในธรรม
 วินัยที่ตถาคตประกาศไว้ นี้ชื่อว่า เป็นการได้ลาภอันดีของเทวดา..."
อย่างไรก็ตาม บุคคลที่ยึดเอาโลกนี้เป็นเวทีสร้างกรรมชั่วต่างๆ นั้น น่าสงสารยิ่งนัก เขาทำ
 เช่นนั้นก็เพราะความโง่เขลาของเขานั่นเอง นิสัยสันดานเช่นนี้แหละ เป็นสิ่งที่จะต้องปฏิรูปกันให้ได้

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก