เครื่องมือค้นหามิตร

วันที่ 28 มิย. พ.ศ.2557

 

เครื่องมือค้นหามิตร


                  ด้วยพระมหากรุณาธิคุณสุดจะนับจะประมาณมิได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้ตรัสแสดงพฤติกรรมของ มิตรเทียม และมิตรแท้ เพื่อใช้เป็นข้อสังเกตและเป็นกฎเกณฑ์สำหรับเลือก คบหา มาคมกับผู้คนหรือจะเรียกว่าเป็นเครื่องมือสำหรับ ค้นหาว่าใครเป็นมิตรเทียม ใครเป็นมิตรแท้ ก็คงจะได้ แต่ในที่นี้จะขอเรียกเครื่องมือนี้ว่า "ตะแกรงกายสิทธิ์" ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 4 ใบๆ ละ 4 ช่องสำหรับร่อนทิ้งคนพาลหรือมิตรเทียม และอีก 4 ใบๆ ละ 4 ช่องสำหรับร่อนหาคนดีหรือมิตรแท้ ซึ่งอาจแ ดงได้ด้วยตารางต่อไปนี้

 

                กลุ่มที่ ลักษณะนิสัย พฤติกรรมคนปอกลอก คิดเอาแต่ได้ เสียให้น้อย ตัวมีภัยจึงช่วย คบเพื่อนเพราะฝ่ายเดียว คิดเอาให้มาก ทำกิจของเพื่อน เห็นแก่ประโยชน์ตนมิตรมีอุปการะ เพื่อนประมาท เพื่อนประมาท เป็นที่พึ่งให้ เพื่อนมีกิจช่วยรักษาเพื่อน ช่วยรักษาทรัพย์ เพื่อนยามมีภัย จำเป็นออกสินของเพื่อน ทรัพย์ให้เกินกว่าที่ขอคนดีแต่พูด อ้างเอาเรื่องที่ อ้างเอาเรื่องที่สงเคราะห์ด้วย หาเหตุปฏิเสธผ่านไปแล้ว ยังไม่เกิดสิ่งที่ไม่มี เมื่อเพื่อนขอมาปราศรัย มาปราศรัย ประโยชน์ ความช่วยเหลือมิตรร่วมทุกข์ บอกความลับ ปิดความลับ เมื่อเพื่อนมีภัย แม้ชีวิตร่วมสุข ของตนแก่เพื่อน ของเพื่อน ไม่ละทิ้ง ก็ สละให้ได้

             จากตารางแ ดงตะแกรงกายสิทธิ์นี้ นักศึกษาย่อมได้เห็นแล้วว่า มิตรเทียม 4 กลุ่ม มีพฤติกรรมชั่วช้าน่ารังเกียจ และเป็นอันตราย กลุ่มละ 4 อย่าง รวมกันทั้งหมด 16 อย่าง เป็นอย่างน้อยส่วนมิตรแท้ 4 กลุ่ม ก็มีพฤติกรรมดีงาม และมีคุณประโยชน์ กลุ่มละ 4 อย่าง รวมกันทั้งหมด 16 อย่างเป็นอย่างน้อยด้วยเหมือนกัน


                 ถ้าการพิจารณาคัดเลือกบุคคลไว้คบหา มาคมสามารถใช้ตระแกรงกายสิทธิ์นี้ร่อนได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ก็เชื่อว่าแต่ละท่าน คงจะตั้งใจร่อนทิ้งบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นมิตรเทียม ซึ่งแสดงด้วยสัญลักษณ์ ออกไปจนหมดสิ้น เหลือเอาไว้แต่บุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นมิตรแท้ล้วนๆ ซึ่งแสดงด้วยสัญลักษณ์ เท่านั้นอย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์เช่นนี้คงจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้ก็เพราะผู้คนโดยทั่วไป ถึงแม้จะชื่อว่าเป็นปุถุชนคนมีกิเล หนา แต่ก็คงจะไม่มีผู้ใดมีพฤติกรรมเป็นมิตรเทียมครบทั้ง 16 ประการ คงจะมีพฤติกรรมเป็นมิตรแท้ผ มคละเคล้าอยู่มากบ้าง น้อยบ้าง แตกต่างกันออกไปแต่ละคน และถ้าใครก็ตามมีพฤติกรรมเป็นมิตรเทียมครบทั้ง 16 ประการ ก็คงจะไม่มีผู้ใดคบหา มาคมด้วย เขาก็คงจะมีชีวิตอยู่ในสังคมมนุษย์ไม่ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เขาก็คงจำเป็นจะต้องเรียนรู้เพื่อปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมให้เป็นมิตรแท้บ้าง เพื่อความอยู่รอดของตน

 

                  กลุ่มที่ ลักษณะนิสัย พฤติกรรมคนช่างประจบ จะทำชั่ว จะทำดี ต่อหน้า ลับหลังก็คล้อยตาม ก็คล้อยตาม ก็ สรรเสริญ ก็นินทามิตรแนะ ห้ามเพื่อนให้เว้น แนะให้ตั้งอยู่ ให้ได้ฟัง ได้รู้สิ่ง บอกทางสุขประโยชน์ จากความชั่ว ในความดี ไม่เคยฟังเคยรู้ ทาง สวรรค์ให้คนชวนฉิบหาย ชักชวน ชักชวน ชักชวนให้มัวเมา ชักชวนดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน กับสิ่งบันเทิง ให้เล่นการพนันเริงรมย์มิตรมีความรัก เพื่อนทุกข์ เพื่อนสุข ช่วยกล่าวแก้ ช่วยสนับสนุนก็ทุกข์ด้วย ก็ยินดีด้วย เมื่อเพื่อนถูก เมื่อเพื่อนได้รับติเตียน การสรรเสริญอนึ่ง แม้บุคคลที่มีพฤติกรรมของมิตรแท้ครบบริบูรณ์ทั้ง 16 ประการ ก็คงหาไม่พบอีก แม้บุคคลผู้ชื่อว่ามีสัมมาทิฏฐิเข้าไปอยู่ในใจอย่างมั่นคงก็ตาม ทั้งนี้ก็เพราะแต่ละคนยังไม่สิ้นอาสวะกิเลสนั่นเองเพราะฉะนั้น การใช้ตะแกรงกายสิทธิ์เหล่านี้เป็นเครื่องมือ พิจารณาตัดสินในการเลือกคบมิตรคงจะต้องยุติอยู่ตรงที่ว่า ถ้าบุคคลใดมีพฤติกรรมของมิตรแท้ก้ำกึ่ง หรือมากกว่าพฤติกรรมของมิตรเทียมเราก็อาจจะคบหา มาคมกับเขาต่อไปได้ แต่ก็ไม่ควรจะให้ความ สนิท สนมจนเกินไป ทั้งต้องควรระมัดระวังไม่ยอมให้ถูกชักนำไปเกี่ยวข้องพัวพันกับอบายมุข หรือกิจกรรมผิดศีล ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ขณะเดียวกันก็ควรพยายามชี้นำให้เขาเกิดสัมมาทิฏฐิ เพื่อให้สามารถแก้ไขปรับปรุงตัวของเขาเอง เพราะถึงอย่างไรๆคนเราก็ต้องการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในด้านต่างๆ เข้าทำนองน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า นั่นเองแต่ถ้าพบว่าบุคคลใดมีพฤติกรรมเป็นมิตรเทียมมากกว่ามิตรแท้ เราก็ควรจะถอยออกมาให้ห่างๆถ้าตัวเราเองอินทรีย์ยังไม่แก่กล้าพอ ศรัทธาในการทำความดียังไม่มั่นคงพอ สติปัญญายังไม่ลึกซึ้งพอ ก็จำเป็นต้องหนีให้ไกลคนประเภทนี้ เพราะนอกจากเราอาจจะติดเชื้อเลวมาแล้ว ยังจะถูกสังคมรังเกียจอีกด้วย ถ้าเรามีจิตเมตตาอยากจะเป็นกัลยาณมิตรให้แก่เขาก็ต้องคอยจนกว่าเราจะมีอินทรีย์แก่กล้า และมีความสามารถสูงพอที่จะชี้นำเขาได้

 

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก