โรคใจแห้งหรือโรคแล้งน้ำใจ มีอาการอย่างไร

วันที่ 15 กค. พ.ศ.2557

 

โรคใจแห้งหรือโรคแล้งน้ำใจ มีอาการอย่างไร

 

               อาการที่เห็นได้ง่ายของโรคใจแห้ง มีอยู่ 3 ประการ คือ

 

               1) ไม่มีเหตุผล หมายความว่า ผู้คนต่างใช้อารมณ์เป็นใหญ่สิ่งใดที่ทำให้เกิดความรู้สึกเพลิดเพลินรู้สึกพอใจ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะผิดศีลธรรม ผิดวันธรรม ผิดกฎหมาย คนเราก็ยินดีทำเพื่อ นองตัณหาของตนเพราะเหตุนี้ จึงปรากฏว่า ผู้คนทั่วไปนิยมความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟอย โดยไม่คำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของตน เมื่อไม่มีเงินพอที่จะจับจ่ายใช้สอย บางคนก็ใช้วิธีกู้หนี้ยืมสิน บางคนก็หันไปค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎมาย บางคนก็หันไปเล่นการพนัน บางคนก็หันไปทำอาชีพโจรกรรม บางคนก็ขายบริการทางเพศ ฯลฯ

 

               ครั้นเมื่อประสบปัญหา ที่ทำให้เกิดความทุกข์ความเดือดร้อน ก็แก้ปัญหาด้วยการล้างผลาญชีวิตกันบ้าง ยกพวกประหัตประหารกันบ้าง หรือมิฉะนั้นก็ฆ่าตัวตายบ้าง เป็นต้น กรรมชั่วเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นความไม่มีเหตุผลของคนที่เป็นโรคใจแห้งทั้งสิ้น

 

             2) ขาดความรับผิดชอบ การขาดความรับผิดชอบสำคัญ 4 ประการ ดังกล่าวแล้ว รวมทั้ง
ความรับผิดชอบที่สำคัญรองลงไป และไม่ได้นำมากล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ ย่อมเป็นสาเหตุให้ผู้คนก่อกรรมชั่วต่างกรรมต่างวาระ แตกต่างกันไปอย่างกว้างขวาง เช่น บางคนเมื่อรู้ว่าตนตั้งครรภ์ก็ทำแท้ง บางคนเมื่อทารกในได้เกิดมาดูโลกแล้ว ก็หาวิธีทำให้ตายเสีย การที่ผู้คนจำนวนมากต้องสูญเสียชีวิต จากอุบัติเหตุในระหว่างเทศกาลต่างๆ เพราะการดื่มสุรายาเมา ก็ล้วนเนื่องมาจากการขาดความรับผิดชอบของคนที่เป็นโรคใจแห้งทั้งสิ้น

 

            3) ขาดหิริโอตตัปปะ หิริ คือความอายบาป โอตตัปปะ คือความกลัวบาป บุคคลที่มักทำผิด
ศีล 5 ก็ดี ชอบพัวพันกับอบายมุขต่างๆ ก็ดี ล้วนเป็นคนที่ขาดหิริโอตตัปปะทั้งสิ้น ย่อมกล้าทำกรรมชั่ว ทำบาปทั้งรู้ได้เสมอ เมื่อมีโอกาส

 

           อาการทั้ง 3 ประการของโรคใจแห้งนี้ แท้ที่จริงก็คือพฤติกรรมของมิจฉาทิฏฐิชนนั่นเอง และ
เพราะโรคใจแห้งที่ระบาดในหมู่ทิศ 6 นี่เอง ที่ทำให้การทำหน้าที่อันเป็นอริยวินัยของทิศ 6 ล้มเหลว ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นในสังคมมากมาย เช่น ลูกที่ยังเยาว์ก็หนีออกจากบ้าน ลูกที่ปีกกล้าขาแข็งออกจากอกของพ่อแม่ไปแล้ว ก็ไม่เลี้ยงดูพ่อแม่วัยชรา ศิษย์ก็ยกป้ายรณรงค์ขับไล่ครูอาจารย์ บางกลุ่มถึงกับพากันไปร้องเรียนถึงสำนักนายกรัฐมนตรีสามีภรรยาก็แยกทางกัน เพื่อนก็แทงกันข้างหลัง ลูกจ้างก็ปล้นฆ่านายจ้างกล่าวได้ว่ามีปัญหาแตกร้าวกันทั่วทุกทิศ ไม่เว้นแม้แต่วงการสงฆ์ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตใจของสังคมอย่างไรก็ตาม ปัญหาแตกร้าวกันในทิศ 6 นี้ ย่อมจะสมาน ให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ ถ้าชาวพุทธจะหันมาเริ่มศึกษาและปฏิบัติธรรมกันอย่างจริงจัง ต่อเนื่องสม่ำเสมอ

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก