ที่พึ่งที่ควรนำใจไปพึ่ง

วันที่ 13 สค. พ.ศ.2557

 
ที่พึ่งที่ควรนำใจไปพึ่ง
 
 

อวิชชา คือความไม่รู้แจ้ง ได้ปิดบังดวงปัญญาของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทำให้เวียนวนอยู่ในกิเลส กรรม วิบาก ดังนั้น สัตว์โลกจึงเกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ เมื่อไม่รู้ ชีวิตก็ต้องพบเจอกับภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโจรภัย ทุพภิกขภัย อัคคีภัย อุทกภัย หรือภัยทุกชนิด

เมื่อมีภัย ความกลัวจึงบังเกิดขึ้น เมื่อมีความกลัว จึงต้องเที่ยวแสวงหาที่พึ่งพิง เพื่อเป็นเครื่องปัองกัน และต้านทานต่อความกลัวนั้น

แต่ส่วนมากแล้วยังหาพึ่งที่แท้จริงกันไม่พบ เพราะที่พึ่งเหล่านั้นยังตกอยู่ในกฎของไตรลักษณ์ คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และมิใช่ตัวตนที่แท้จริง บังคับบัญชาไม่ได้ ไม่อยู่ในอำนาจของเรา ที่พึ่งบางอย่างก็ยังมีความสะดุ้งกลัวอยู่ในตัว ยังต้องหาที่พึ่งอื่นป้องกันกันต่อไปอีก แต่ก็ไม่รู้ว่าที่พึ่งแท้จริงนั้นมีลักษณะอย่างไร  อยู่ที่ตรงไหน และจะเข้าถึงได้ด้วยวิธีการอย่างไร

จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ทรงได้เข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงด้วยพระองค์เอง และยังได้สั่งสอนให้สัตว์โลกทั้งหลายได้ตรัสรู้ตาม ทำลายอวิชชา ประหารกิเลสอาสวะได้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ ทำให้ความสะดุ้งกลัวที่มีอยู่ในใจของสรรพสัตว์ทั้งหลายหมดไป

เราจะเห็นว่า ที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงนั้น จะต้องหนักแน่นมั่นคง เหมือนเกาะท่ามกลางทะเลลึก จะต้องทนต่อกระแสคลื่นลมให้ได้ ถ้าเกาะนั้นไม่มั่นคง จะพังทลายไปกับสายน้ำที่เซาะอยู่ทุกวัน เป็นที่พึ่งให้ก็ไม่ได้

ในโลกปัจจุบันนี้ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเทวดา ถ้าตนเองไม่เข้าที่พึ่งของตัวเสียก่อน ก็ไม่สามารถจะเป็นที่พึ่งให้กับคนอื่นได้อย่างสมบูรณ์

แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา พระองค์ก็ยังให้เหล่าสาวกมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก เพราะพระรัตนตรัยนั้น เป็นแก่นแท้ของชีวิตของเราทีเดียว เมื่อระลึกถึงท่านได้ จิตใจจะสงบนิ่งใสบริสุทธิ์

ส่วนการที่จะระลึกถึงท่านจนกระทั่งแล่นเข้าไปถึงตัวจริงของพระรัตนตรัยได้นั้น ก็ต้องหยุดใจลงไปตรงกลางให้ได้ ให้เข้าไปถึงพระรัตนตรัยภายใน ซึ่งก็คือ พุทธรัตนะ พระธรรมกายแก้วใสที่อยู่ในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของมนุษย์ทุกๆ คน ธรรมรัตนะ ดวงธรรมที่ใสบริสุทธิ์ภายใน และสังฆรัตนะธรรมกายละเอียดที่ใสที่ละเอียดหนักเข้าไปอีก จึงจะเป็นการแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกที่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา

เมื่อเราเข้าถึงได้อย่างนี้ ยามใดที่เรามีทุกข์เราก็พึ่งท่านได้ มีสุขแล้วก็จะทับทวีความสุขให้เพิ่มมากขึ้นไปอีก ถ้าทำได้อย่างนี้ คือได้เข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัยภายใน จะได้ชื่อว่าเป็นสาวกของพระบรมศาสดา เดินตามรอยของพระอริยเจ้าทั้งหลาย ชีวิตเราจะมีที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง ติดตามตัวไปข้ามภพข้ามชาติ จะปลอดภัยจากภัยทุกชนิด ทั้งภัยในปัจจุบันนี้ ภัยในอบายภูมิ และภัยในสังสารวัฏ เราจะมีความองอาจในการสร้างบารมี ไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้นให้ตั้งใจปฏิบัติให้เข้าถึงพระรัตนตรัยให้ได้กันทุกๆ คน


บทคัดย่อ เรื่อง ที่พึ่งอันอมตะ จากหนังสือ ธรรมะเพื่อประชาชน ฉบับพระรัตนตรัย (โดย LP.Ping)

พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี
นามเดิม พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)