โรคภัยหาย ได้บ้านอยู่ วรรณสง่า นนทสิน อาชีพค้าขาย

วันที่ 05 กค. พ.ศ.2557

 

โรคภัยหาย ได้บ้านอยู่

วรรณสง่า นนทสิน  อาชีพค้าขาย


    ดิฉันมีปัญหาด้านสุขภาพมาประมาณเกือบ ๔ ปีแล้ว ในตอนแรก ๆ มีปัญหาอยู่ประมาณ ๓ ปี แต่ไม่เอะใจว่าตัวเองมีปัญหาด้านสุขภาพ ก็ไปแสวงหาอาหารเสริมมากิน แต่เวลาไม่มีเงินซื้ออาหารเสริมกิน อาการก็มาอีก จนกระทั่งตัดสินใจไปตรวจเลือดเมื่อ ๓ - ๔ เดือน  ที่ผ่านมา หมอบอกว่าความดันโลหิตสูงและโคเลสเตอรอลสูงมาก 


    ดิฉันมีอาการเหนื่อยมาก รู้สึกเหมือนกายละเอียดจะถอดแล้ว รู้สึกไม่ไหว ทำใจแล้วว่าตัวเองคงไม่รอดแน่ ภายหลังมากราบพระอาจารย์ ท่านถามว่าเป็นโรคอะไร ดิฉันบอกว่าเป็นความดันโลหิตสูง โคเลสเตอรอลสูง ท่านบอกว่าให้ลองเอา “สัมมา อะระหัง” รักษาดู ดิฉันสงสัยว่าแค่ “สัมมา อะระหัง” จะรักษาได้หรือ แต่ก็ตัดสินใจว่าต้องลองดู 


    เชื่อไหมคะ ตอนที่ยังไม่ “สัมมา อะระหัง” ดิฉันต้องดื่มน้ำ     สมุนไพรทุกวัน ร่างกายถึงจะอยู่ได้ แต่พอพระอาจารย์บอกให้ “สัมมา อะระหัง” วันแรก พอความดันขึ้นดิฉันก็ “สัมมา อะระหัง ๆ ๆ อย่าขึ้น” “สัมมา อะระหัง ลงไป ๆ” จนกระทั่งจากที่รู้สึกเหนื่อยมากวันละหลายรอบ พอ “สัมมา อะระหัง” ผ่านไปหนึ่งเดือน อาการที่เป็นทุกวัน วันละหลาย ๆ รอบ ไม่เป็นอีกเลย 


    สิ่งที่ดีกว่านั้นก็คือ ตอนนั้นพอมีปัญหาสุขภาพ ก็ต้องเสียค่า ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ดิฉันเป็นแม่ค้าขายน้ำหอมอยู่ที่ตลาดบางแค ไปหาเงิน
ไม่ค่อยได้ ภาวนา “สัมมา อะระหัง” แค่ ๒ อาทิตย์ จู่ ๆ พ่อของลูกที่เลิกกันมา ๑๗ ปีแล้ว บอกว่าอยากให้ไปอยู่กับลูก เขาเซ้งตึก ๓ ชั้น ให้อยู่ โดยที่เราไม่ได้เอ่ยปากอะไรสักคำ ทุกวันนี้อยู่ตึก ๓ ชั้น ๒ คน    แม่ลูก รู้สึกสบายมาก หมดปัญหาเรื่องค่าเช่าบ้าน แล้วก็มีความสุขขึ้น สุขภาพดีขึ้น ไม่ต้องมากังวลค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพด้วย จนกระทั่ง    ตอนนี้มีความรู้สึกว่า การภาวนา “สัมมา อะระหัง” ทำให้ทุกอย่างในชีวิตดีขึ้นจริง ๆ อยากให้ลองพิสูจน์ด้วยตนเอง แล้วคุณจะพบการเปลี่ยนแปลงในชีวิตหลาย ๆ อย่างค่ะ


    จากเรื่องราวประสบการณ์ที่เป็นตัวอย่างของอานุภาพการภาวนาในเบื้องต้น เราจะสามารถนำมาเป็นเครื่องประเมินตัวเองได้ในระดับหนึ่งว่า ทำไมบางท่านนั่งสมาธิมานานมาก แต่ไม่เป็นสมาธิสักที ซึ่งอาจจะวินิจฉัยได้ว่า เรายังทำตามขั้นตอนที่ครูบาอาจารย์ท่านแนะนำสั่งสอนมาไม่ครบถ้วนหรือไม่ต่อเนื่อง คือ บางท่านไม่ค่อยจดจ่อกับการภาวนา ประกอบกับมีใจที่ยังไม่ละเอียดและไม่แข็งแรงพอ จึงทำให้พ่ายแพ้ต่อนิวรณ์ทั้งหลายได้ง่าย แต่หากเราภาวนาจนกระทั่งใจละเอียดนุ่มนวลความรู้สึกค่อย ๆ กลืนเข้าไปสู่ความละเอียดภายใน และใจเคลื่อนเข้าสู่กลางของกลางได้เองโดยอัตโนมัติแล้วจึงหยุดภาวนา ก็ไม่เป็นปัญหา แต่ที่ส่วนใหญ่ยังมีปัญหา ก็เพราะขาดการภาวนา หรือไม่ได้ภาวนาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง บางคนเมื่อมีความทุกข์จึงมาภาวนา ความต่อเนื่องจากการภาวนาจึงทำให้เห็นผลที่ดีต่อชีวิตและจิตใจอย่างเห็นได้ชัด


    ดังนั้น เรามาเร่งทำความเพียร หมั่นเจริญภาวนา “สัมมา อะระหัง” กันเถิด เพื่อให้บังเกิดผลอันประเสริฐ คือการเข้าถึง   พระธรรมกายภายใน สมความปรารถนากันทุกคน..