วิธีการรักษาศีล

วันที่ 11 มีค. พ.ศ.2558

วิธีการรักษาศีล

     การรักษาศีลสามารถกระทำได้อย่างง่ายๆโดยมีเจตนาหรือมีความตั้งใจจะรักษาศีลละเว้นความชั่วทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจโดยระลึกนึกถึงศีลไปทีละข้อด้วยความรู้สึกว่าจะพยายามรักษาศีลแต่ละข้อนั้นให้ดี เพียงเท่านี้เราก็พร้อมแล้วที่จะรักษาศีล และหากว่าต้องประสบกับเหตุการณ์ หรือโอกาสที่อาจล่วงละเมิดศีล ก็พยายามหลีกเลี่ยงเสียด้วยคิดว่าเราได้ตั้งใจสมาทานศีลมาแล้ว เช่นนี้ชื่อว่าเราได้รักษาศีลแล้ว

     จากนั้นในแต่ละวัน ก็หมั่นนึกถึงศีลเราว่า เราได้รักษาศีลได้ดีมากน้อยเพียงใดหากพลาดพลั้งกระทำผิดศีลเข้า จะด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เราก็เริ่มต้นรักษาใหม่ด้วยความตั้งใจว่าเราจะไม่ล่วงละเมิดอีก ส่วนศีลข้อใดที่เรารักษาไว้ดีแล้ว ก็ให้ตั้งใจรักษาต่อให้ยิ่งๆ ขึ้นไปอีกทำให้เป็นความเคยชินจนกระทั่งกลายเป็นนิสัยติดตัวไป ด้วยวิธีการอย่างนี้การรักษาของเราก็สามารถกระทำได้โดยง่ายโดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสแต่อย่างใด

     นอกจากนี้ยังมีวิธีการที่จะช่วยให้เราสามารถรักษาศีลได้อย่างมั่นคง นั่นคือการกล่าวคำสมาทานศีล เพราะการสมาทานศีล เป็นการแสดงออกซึ่งความสมัครใจอย่างเต็มที่ที่จะรักษาศีล โดยขอให้พระภิกษุสงฆ์เป็นสักขีพยานในการทำความดีอันยิ่งใหญ่นี้ แล้วเราจึงอาราธนาและสมาทานศีล ด้วยการเปล่งวาจาอย่างอาจหาญให้พระภิกษุสงฆ์ได้ยินอย่างชัดเจน

     เมื่อ กาย วาจา ใจ ของเราได้แสดงความมุ่งมั่น ยืนยันที่จะรักษาศีลต่อหน้าพระภิกษุสงฆ์ผู้เป็นสักขีพยานแล้ว เราย่อมมีความรัก และความเคารพในศีลของเราอย่างเต็มเปี่ยมเมื่อเรารักษาศีลด้วยความรู้สึกอันงดงามเช่นนี้ ศีลของเราก็ย่อมจะบริสุทธิ์งดงามโดยไม่ต้องสงสัยใดๆ
 

คำอาราธนาศีล 5

มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะฯ

(ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขออาราธนาศีล 5 พร้อมด้วยไตรสรณะ เพื่อประโยชน์แก่ การรักษาศีล)

ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะฯ

(ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขออาราธนาศีล 5 พร้อมด้วยไตรสรณะ เพื่อประโยชน์แก่ การรักษาศีล แม้ครั้งที่สอง)

ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะฯ

(ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขออาราธนาศีล 5 พร้อมด้วยไตรสรณะ เพื่อประโยชน์แก่ การรักษาศีล แม้ครั้งที่สาม)

(ถ้าอาราธนาศีลเพื่อตนเองตามลำพัง ให้เปลี่ยน มะยัง เป็น อะหัง และ ยาจามะ เป็น ยาจามิ)
 

นมการคาถา (กล่าวคำนอบน้อม)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะฯ (กล่าว 3 หน)

(ขอนอบน้อมถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้ห่างไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง)
 

คำขอสรณคมน์

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

(ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ)

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

(ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมว่าเป็นสรณะ)

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

(ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ)

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

(ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ แม้ครั้งที่สอง)

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

(ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมว่าเป็นสรณะ แม้ครั้งที่สอง)

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

(ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ แม้ครั้งที่สอง)

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

(ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ แม้ครั้งที่สาม)

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

(ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมว่าเป็นสรณะ แม้ครั้งที่สาม)

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

(ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ แม้ครั้งที่สาม)
 

คำสมาทานศีล 5 (เพื่อการถือเอาศีลมาถือปฏิบัติ)

1. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิฯ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเจตนาเครื่องงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง และใช้ผู้อื่นให้ฆ่า)

2. อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิฯ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เจตนาเครื่องงดเว้นจากการลักทรัพย์ด้วยตนเอง และใช้ให้ผู้อื่นลัก)

3. กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิฯ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เจตนาเครื่องงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม)

4. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิฯ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เจตนาเครื่องงดเว้นจากการพูดปด พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ และพูดคำหยาบ)

5. สุรา เมระยะ มัชชะ ปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิฯ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เจตนาเครื่องงดเว้นจากการดื่มสุราเมรัย อันเป็น ที่ตั้งแห่งความประมาท)

 

 

จากหนังสือ DOU
วิชา SB 101 วิถีชาวพุทธ

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร