อานิสงส์ของการรักษาศีล

วันที่ 12 มีค. พ.ศ.2558

อานิสงส์ของการรักษาศีล

อานิสงส์ของการรักษาศีล 5 ประการพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอานิสงส์ของการรักษาศีลแก่ชาวปาฏลิคามใน มหาปรินิพพานสูตรว่ามี 5 ประการ คือ

1. ย่อมได้โภคทรัพย์สมบัติมากมาย

2. กิตติศัพท์อันดีงามย่อมขจรขจายไป

3. มีความองอาจเมื่อไปสู่ชุมชนใดๆ

4. ไม่เป็นผู้หลงตาย (ไม่ตายอย่างไร้สติ)

5. เมื่อแตกกายทำลายขันธ์ ย่อมมีสุคติเป็นที่ไป

     1. ย่อมได้โภคทรัพย์สมบัติมากมาย หมายความว่า ศีล ย่อมทำให้ผู้รักษาได้โภคทรัพย์ประการหนึ่ง และใช้ได้อย่างเต็มที่อีกประการหนึ่ง ศีลทำให้เกิดโภคทรัพย์ได้อย่างไรเราจะสังเกตเห็นได้โดยทั่วไปจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐบาลและเอกชนล้วนต้องการบุคลากรที่มีคุณธรรมทั้งสิ้น ดังนั้นในการสมัครเข้าทำงานหรือแต่งตั้งบุคลากรประจำตำแหน่งต่างๆผู้มีศีลสมบูรณ์ย่อมได้รับการพิจารณาก่อนเพราะเหตุแห่งศีลในตัวเขาทำให้เป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือไว้วางใจอันเนื่องจากความประพฤติ และการแสดงออกอันดีงามสม่ำเสมอจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้พบเห็นหรือผู้ร่วมงานบิดามารดาที่มีโภคทรัพย์สมบัติ เมื่อถึงคราวที่จะมอบทรัพย์ให้แก่บุตรหลานย่อมต้องพิจารณาเลือกสรรผู้ที่ประพฤติตัวดีมีศีลมีธรรมเพื่อความมั่นใจว่าผู้นั้นจะสามารถรักษาทรัพย์สมบัติที่มอบให้ได้ และสามารถใช้ทรัพย์นั้นไปเพื่อทำประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะถ้าบิดามารดาเป็นชาวพุทธย่อมปรารถนาให้บุตรหลานนำทรัพย์นั้นไปสร้างบุญกุศลเพื่ออุทิศบุญกุศลนั้นแก่ตนในโลกหน้าศีลทำให้ใช้ทรัพย์ได้เต็มที่คืออย่างไรทรัพย์ที่เราได้มาด้วยความทุจริตย่อมก่อให้เกิดความไม่สบายใจทุกครั้งที่ได้ใช้หรือเมื่อได้นึกถึงคนโบราณมักกล่าวว่าสิ่งของที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรมเปรียบเสมือนมีผีสิงทั้งนี้เพราะเจ้าของจะหวาดผวาทุกครั้งที่ได้เห็นทรัพย์สินที่ตนได้มาโดยทุจริตส่วนผู้ที่ได้ทรัพย์มาด้วยความสุจริตย่อมภาคภูมิใจในทรัพย์ที่ตนหามาได้เมื่อจะใช้ทรัพย์ย่อมใช้โดยปราศจากความหวาดระแวง

     2. กิตติศัพท์อันดีงามย่อมขจรขจายไป หมายความว่า บุคคลรอบข้างย่อมเห็นความประพฤติอันดีงามของคนมีศีลคนมีศีลจึงเป็นที่รักที่พอใจของบุคคลรอบข้างเขาเหล่านั้นกล่าวถึงย่อมกล่าวแต่สิ่งดีงามและความประทับใจที่ได้รับความดีนี้เองย่อมเป็นที่แพร่หลายออกไปดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

“ กลิ่นกฤษณาและกลิ่นจันทน์ ยังหอมน้อยกว่า กลิ่นหอมของผู้มีศีล 

ซึ่งหอมฟุ้งขจรไกล ถึงปวงเทพไทเทวา และมนุษย์ทั้งหลายŽ”

    3. มีความองอาจเมื่อไปสู่ชุมชนใดๆ หมายความว่า ผู้มีศีลย่อมเป็นผู้บริสุทธิ์มีความภาคภูมิใจในความดีของตนมีใจเป็นปกติ ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะมีใครรู้กรรมชั่วของตนเพราะรักษาศีลมาเป็นอย่างดีคนมีศีลใครๆก็ชอบจะเข้าไปสู่ที่ชุมชนใดก็ตาม ย่อมมีความอาจหาญเข้าไป

     4.ไม่เป็นผู้หลงตาย หมายความว่า คนมีศีลย่อมมีสติสมบูรณ์อันเนื่องมาจากการได้ฝึกสติอยู่เสมอๆเพราะเมื่อจะกระทำสิ่งใดก็ตามต้องคอยระมัดระวังไม่ให้ผิดศีลครั้นเมื่อถึงคราวที่หมดบุญหมดอายุขัยก่อนที่จะลาจากโลกนี้ไปย่อมมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์เพราะได้ฝึกมาอย่างดีแล้วทั้งยังเห็นการกระทำอันดีงามจากการรักษาศีลของตนย่อมปลื้มปีติใจ

     5.เมื่อแตกกายทำลายขันธ์ย่อมมีสุคติเป็นที่ไป หมายความว่า เมื่อถึงคราวที่ต้องลาจากโลกนี้ไปหลับตาลงครั้งใดก็จะเห็นคตินิมิต (ภาพที่เป็นเครื่องหมายของภพภูมิที่จะต้องไปเกิดใหม่) และกรรมที่ดีงามของตนทำให้จิตผ่องใสย่อมไปสู่โลกหน้าในภพภูมิอันเป็นสุข คือ สุคติภูมิ ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในสีลวีมังสชาดกว่าศีลของตนที่บริสุทธิ์ดีแล้วย่อมนำความสุขในภพหน้ามาให้ได้Ž

 

รายละเอียดของอานิสงส์การรักษาศีล และอานิสงส์ของการรักษาศีล 

         อานิสงส์ของศีลข้อที่ 1 เว้นจากการฆ่าสัตว์

1. เป็นผู้มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบถ้วน

2. มีร่างกายสูงใหญ่สมส่วน

3. มีความแคล่วคล่องว่องไว

4. มีฝ่าเท้าเต็ม

5. มีความแช่มช้อย

6. มีความอ่อนโยน

7. มีความสะอาด

8. มีความแกล้วกล้า

9. มีกำลังมาก

10. มีวาจาสละสลวย

11. เป็นที่รักของชาวโลก

12. พวกพ้องบริวารไม่แตกแยกกัน

13. ไม่เป็นคนขี้กลัว

14. ไม่ถูกทำลาย

15. ไม่ตายเพราะถูกผู้อื่นทำร้าย

16. มีพวกพ้องบริวารมาก

17. มีรูปงาม (มีผิวพรรณงาม)

18. มีทรวดทรงงาม

19. มีโรคน้อย

20. ไม่เป็นคนเศร้าโศก

21. ไม่พลัดพรากจากคนและของรัก

22. มีอายุยืน

     อานิสงส์ของศีลข้อที่ 2 เว้นจากการลักทรัพย์

1. มีความมั่งคั่ง

2. มีทรัพย์และข้าวเปลือกมาก

3. มีโภคะมากมาย

4. โภคะที่ยังไม่เกิดก็เกิดขึ้น

5. โภคะที่เกิดขึ้นแล้วก็มั่นคงถาวร

6. ได้โภคะที่ตนปรารถนารวดเร็วทันใจ

7. โภคะไม่สลายไปด้วยภัยต่างๆ

8. ได้ทรัพย์ที่คนทั่วไปไม่มี

9. เป็นคนเยี่ยมยอดของโลก

10. ไม่รู้จักความไม่มีทรัพย์

11. มีความเป็นอยู่สุขสบาย

      อานิสงส์ของศีลข้อที่ 3 เว้นจากการประพฤติผิดในกาม

1. ไม่มีศัตรู คู่อาฆาต

2. เป็นที่รักของคนทั้งหลาย

3. ได้ลาภสิ่งของ เช่น ข้าว น้ำ เป็นต้น

4. หลับเป็นสุข

5. ตื่นเป็นสุข

6. พ้นจากภัยในอบายภูมิ

7. ไม่เกิดเป็นหญิง หรือเป็นกะเทย

8. ไม่มักโกรธ

9. เป็นคนเปิดเผย

10. ไม่เป็นคนผิดหวัง หรือเสียใจ

11. ไม่ต้องหลบหน้า

12. ทั้งสตรีและบุรุษต่างเป็นที่รัก

13. มีร่างกายสมบูรณ์

14. สมบูรณ์ด้วยลักษณะ

15. ไม่ต้องหวาดระแวง

16. มีความขวนขวายน้อย (ไม่มีเรื่องรบกวน)

17. มีความเป็นอยู่สุขสบาย

18. เป็นคนไม่มีภัย

19. ไม่พลัดพรากจากคนและของรัก

     อานิสงส์ของศีลข้อที่ 4 เว้นจากการพูดมุสา

1. มีอินทรีย์ผ่องใส

2. เป็นคนพูดจาไพเราะ ศักดิ์สิทธิ์

3. มีฟันขาวสะอาดเรียบเสมอกัน

4. ไม่อ้วนเกินไป

5. ไม่ผอมเกินไป

6. ไม่เตี้ยเกินไป

7. ไม่สูงเกินไป

8. มีสัมผัสเป็นสุข

9. มีกลิ่นปากหอมเหมือนกลิ่นดอกอุบล

10. มีบริวารชนเป็นผู้ว่าง่าย

11. มีคำพูดที่คนเชื่อถือ

12. มีลิ้นบางสีแดงเหมือนกลีบดอกอุบล

13. จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน

14. มีความมั่นคง ไม่หวั่นไหว

     อานิสงส์ของศีลข้อที่ 5 เว้นจากการดื่มสุราเมรัย

1. มีปฏิภาณในการงานที่ควรทำทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

2. มีสติมั่นคงอยู่เสมอ

3. ไม่เป็นบ้า

4. เป็นคนมีความรู้

5. ไม่เป็นคนเกียจคร้าน

6. ไม่โง่เง่า

7. ไม่เป็นคนหนวกและใบ้

8. ไม่เป็นคนขี้เมา

9. เป็นคนไม่ประมาท

10. ไม่ขี้หลงขี้ลืม

11. ไม่เป็นคนขี้กลัว

12. ไม่เป็นคนแข่งดี

13. ไม่เป็นคนขี้ริษยา

14. เป็นคนพูดคำสัตย์

15. ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อ

16. เป็นคนกตัญญู

17. เป็นคนกตเวที

18. ไม่เป็นคนตระหนี่

19. เป็นคนเสียสละ

20. เป็นคนมีศีล

21. เป็นคนเที่ยงตรง

22. ไม่เป็นคนมักโกรธ

23. เป็นคนจิตใจมีหิริ

24. เป็นคนมีโอตตัปปะ

25. เป็นคนมีความเห็นเที่ยงตรง

26. เป็นคนมีปัญญามาก

27. เป็นคนมีปัญญาแตกฉาน

28. เป็นบัณฑิต

29. เป็นผู้ฉลาดรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และไม่เป็นประโยชน์

 

 

จากหนังสือ DOU
วิชา SB 101 วิถีชาวพุทธ