หลักมนุษยสัมพันธ์ในการทำหน้าที่กัลยาณมิตร

วันที่ 23 มีค. พ.ศ.2558

หลักมนุษยสัมพันธ์ในการทำหน้าที่กัลยาณมิตร

         มีคำสอนที่น่าศึกษาในพระพุทธศาสนาคือ หลักการปฏิบัติเพื่อการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ถูกต้องดีงามใน สังคม ทั้งนี้เพราะว่ามนุษย์ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวลำพังในโลก แต่ยังต้องติดต่อและมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ซึ่งบุคคลทั้งหลายเหล่านี้ ต่างก็มีความแตกต่างกัน ทั้งด้านนิสัย พื้นฐาน แม้กระทั่งมีสถานะที่แตกต่างกัน เช่น มีสถานะเป็นเพื่อน เป็นบิดามารดา ครูอาจารย์ เป็นต้น ดังนั้นการที่บุคคลแต่ละคนจะกระทำเพื่อก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคลอื่นๆดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ควรศึกษาและนำมาปฏิบัติเพื่อเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่ดีอีกด้วย

         พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงหลักการมีมนุษยสัมพันธ์ดังกล่าวไว้อย่างมีระเบียบแบบแผน ทั้งถือว่าเป็นการวางแบบแผนของสังคมที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์ในทุกฐานะและยังสามารถนำความสงบสุขมาสู่สังคมได้นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่าแม้พระพุทธองค์จะไม่ได้ประกาศตนว่าเป็นนักปฏิวัติสังคมแต่คำสอนของพระองค์ก็ทำให้เกิดความเป็นระเบียบในสังคม และแสดงหลักความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลไว้อย่างดีงาม ดังปรากฏในสิ่งคาโลวาทสูตร(หรือสิงคาลกสูตร)ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เปรียบเสมือนเป็นวินัยของผู้ครองเรือนทั้งหลาย

            สิงคาโลวาทสูตร เป็นเรื่องที่กล่าวถึง ชายคนหนึ่งชื่อสิงคาลกะ บิดาเป็นผู้ศรัทธในพระพุทธศาสนา แต่ตัวเขาศรัทธาในความเชื่ออย่างอื่น แม้จะได้รับการชักชวนจากบิดาไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แต่สิงคาลกะเห็นว่าไปแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรดังนั้นก่อนที่บิดาจะเสียชีวิตได้บอกสิงคาลกะว่าให้บูชาทิศทั้ง 6 ด้วยหวังว่าการกระทำของสิงคาลกะจะทำให้เมื่อใดพระอรหันต์ท่านได้มาได้เห็นแล้วจะได้ชี้แนะว่าการบูชาทิศ ทั้ง 6 นั้นมีความหมายว่าอย่างไร

         หลังจากบิดาของสิงคาลกะเสียชีวิตไปแล้ว ปรากฏว่าในเวลาต่อมาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปพบสิงคาลกะกำลังไหว้ทิศทั้งที่ตนเองไม่ทราบว่ามีความหมายอย่างไร และพระพุทธองค์จึงได้ตรัสอธิบาย และสั่งสอนถึงการบูชาทิศทั้ง 6 ที่ถูกต้องนั้น เป็นเช่นไรโดยพระพุทธองค์ตรัสอธิบายความหมายของแต่ละทิศไว้ ดังนี้

1.ทิศเบื้องหน้า ได้แก่ มารดาบิดา

2.ทิศเบื้องขวา ได้แก่ ครูบาอาจารย์

3.ทิศเบื้องหลัง ได้แก่ บุตรภรรยา

4.ทิศเบื้องซ้าย ได้แก่ มิตรสหาย

5.ทิศเบื้องล่าง ได้แก่ คนรับใช้ คนงาน หรือบริวาร

6.ทิศเบื้องบน ได้แก่ สมณพรหมณ์ หรือพระภิกษุสงฆ์

         บุคคลทั้ง 6 ประเภท ที่เปรียบเสมือนทิศ 6 ทิศรอบตัวมนุษย์นี้ คือ บุคคลที่แต่ละบุคคลต้องมีความ สัมพันธ์หรือติดต่อประสานงานกันซึ่งรูปแบบความสัมพันธ์ของบุคคลกับประเภทบุคคลต่างๆนั้นในทางพระพุทธศาสนาก็ได้จำแนกรูปแบบ อันเป็นหน้าที่หรือบทบาทที่จะพึงมีแก่กันและกัน ดังต่อไปนี้
1. ทิศเบื้องหน้า บิดามารดา

         หน้าที่ของลูกพึงปฏิบัติต่อมารดาบิดา

บุตรมีหน้าที่ปฏิบัติต่อมารดาบิดา 5 ประการ คือ

1.ท่านเลี้ยงเรามา เราจักเลี้ยงท่านตอบ

2.ช่วยทำการงานของท่าน

3.ดำรงวงศ์ตระกูล

4.ประพฤติตนให้เป็นผู้สมควรรับมรดก

5.เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทำบุญอุทิศให้ท่าน

หน้าที่ของมารดาบิดาพึงมีต่อบุตร

หน้าที่ของมารดาบิดา คือ การอนุเคราะห์บุตร 5 ประการดังนี้

1.ห้ามไม่ให้ทำชั่ว

2.ให้ตั้งอยู่ในความดี

3.ให้ศึกษาศิลปวิทยา

4.หาภรรยาหรือสามีที่สมควรให้

5.มอบทรัพย์สมบัติให้ในเวลาอันสมควร

2.ทิศเบื้องขวา ครูอาจารย์

หน้าที่ของศิษย์พึงปฏิบัติต่อครูอาจารย์

ศิษย์มีหน้าที่ปฏิบัติต่อครูอาจารย์ 5 ประการ ดังนี้คือ

1.ลุกขึ้นยืนรับ

2.เข้าไปคอยรับใช้ใกล้ชิด

3.เชื่อฟัง

4.ปรนนิบัติรับใช้

5.เรียนศิลปวิทยาโดยเคารพ

หน้าที่ของครูอาจารย์พึงปฎิบัติต่อศิษย์

ครูอาจารย์ผู้เป็นทิศเบื้องขวา พึงอนุเคราะห์ศิษย์ 5 ประการ คือ

1.แนะนำดี

2.ให้เรียนดี

3.บอกศิษย์ด้วยดีในศิลปวิทยาทั้งหมด

4.ยกย่องให้ปรากฎในเพื่อนฝูง

5.ทำความป้องกันในทิศทั้งหลาย
 

3. ทิศเบื้องหลัง บุตร ภรรยา

หน้าที่ของสามีพึงปฏิบัติต่อภรรยา

สามีมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติต่อภรรยา 5 ประการ คือ

1.ยกย่องว่าเป็นภรรยา

2.ไม่ดูหมิ่น

3.ไม่ประพฤตินอกใจ

4.มอบความเป็นใหญ่ให้

5.ให้เครื่องแต่งตัว

หน้าที่ของภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามี

1.จัดการงานดี

2.สงเคราะห์คนข้างเคียงสามี

3.รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้

4.ไม่ประพฤตินอกใจสามี

5.ขยันไม่เกียจคร้านในกิจทั้งปวง
 

4. ทิศเบื้องซ้าย มิตรสหาย

บุคคลพึงปฏิบัติหน้าที่ต่อมิตรสหาย 5 ประการ คือ

1.ให้ปัน

2.เจรจาถ้อยคำเป็นที่รัก

3.เป็นผู้มีตนเสมอ

4.ช่วยเหลือประโยชน์ของเพื่อน

5.ไม่แกล้งกล่าวให้คลาดจากความเป็นจริง

หน้าที่ของเพื่อนพึงปฎิบัติต่อเพื่อน

ควรอนุเคราะห์เพื่อน หรือพึงปฎิบัติต่อเพื่อน 5 ประการ คือ

1.รักษามิตรผู้ประมาทแล้ว

2.รักษาทรัพย์ของมิตรผู้ประมาทแล้ว

3.เมื่อมิตรมีภัย สามารถเป็นที่พึงได้

4.ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ

5.นับถือตลอดถึงวงศ์ตระกูลของมิตร
 

5. ทิศเบื้องล่าง ลูกน้องหรือคนใช้

หน้าที่ของนายพึงปฏิบัติต่อลูกน้องและคนรับใช้ 5 ประการ คือ

1.จัดการงานให้ทำตามสมควรแก่กำลัง

2.ให้อาหารและรางวัล

3.รักษาในคราวเจ็บไข้

4.แจกของมีรสแปลกประหลาดให้ ของพิเศษในโอกาสพิเศษ

5.ให้หยุดตามโอกาส หรือให้มีเวลาพัก

หน้าที่ของลูกน้องและคนรับใช้ที่พึงปฏิบัติต่อเจ้านาย

ลูกน้องและคนรับใช้พึงอนุเคราะห์ คือ ปฏิบัติต่อเจ้านาย 5 ประการ คือ

1.เริ่มทำการงานก่อนเจ้านาย

2.เลิกทำงานทีหลังนาย

3.ถือเอาแต่ของที่นายให้

4.ทำการงานให้ดีขึ้น

5.นำคุณของนายไปสรรเสริญ
 

6.ทิศเบื้องบน สมณพราหมณ์

หน้าที่ของบุคคลอันพึงปฏิบัติต่อสมณพราหมณ์ 5 ประการ คือ

1.ปฏิบัติต่อท่านด้วยจิตใจเมตตา

2.พูดกับท่านด้วยจิตเมตตา

3.คิดต่อท่านด้วยจิตเมตตา

4.ให้การต้อนรับท่านด้วยความเต็มใจ

5.ให้อามิสทานเนืองๆ คือบำรุงด้วยปัจจัย 4

หน้าที่ของพระสงฆ์อันพึงปฏิบัติต่อคฤหัสถ์

พระสงฆ์ผู้เป็นทิศเบื้องบนย่อมอนุเคราะห์ คือ ปฏิบัติต่อญาติโยม 6 ประการ ดังนี้

1.ห้ามทำความชั่ว

2.ให้ตั้งอยู่ในความดี

3.อนุเคราะห์ด้วยน้ำใจงาม หรือด้วยความปรารถนาดี

4.ให้ได้ฟังสิ่งที่ดี เป็นประโยชน์ ที่ยังไม่ได้ฟัง

5.อธิบายสิ่งที่เคยได้ฟังมาแล้วให้แจ่มแจ้ง

6.บอกทางสวรรค์ให้

         จากตัวอย่างข้างต้นจะพบว่าในพระพุทธศาสนาได้แสดงลักษณะความสัมพันธ์ที่บุคคลจะพึงประพฤติปฏิบัติต่อบุคคลอื่นหรือสิ่งแวดล้อมไว้อย่างชัดเจนทั้งในรูปแบบความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์หรือหมายถึงการกระทำต่อบุคคลอื่นและการที่บุคคลอื่นกระทำตอบกลับมา

         เป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อได้ศึกษาประวัติและความเป็นมาของพระพุทธศาสนาแล้วจะพบว่าแม้พระพุทธองค์และสาวกจะมีชีวิตปลีกห่างออกจากทางโลกบำเพ็ญตนเป็นผู้ไม่ครองเรือนแต่ก็ได้ทำหน้าที่เป็นทั้งกัลยาณมิตร เป็นครูหรือผู้สอนแก่ประชาชนผู้ครองเรือนทั้งหลายและได้นำพาชาวโลกให้เข้าใจถึงชีวิตและเป้าหมายอันสูงสุดของชีวิตตลอดจนการดำเนินชีวิตด้วยหลักศีลธรรมเพื่อทำให้เกิดการดำเนินชีวิตของผู้คนและสังคมไปในทิศทางที่ดีงามเป็นสังคมที่สงบและมีระเบียบเรียบร้อย

         ดังนั้นบุคคลทั้งหลายจึงควรที่จะดำเนินตามแบบอย่างของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งการเป็นกัลยาณมิตรให้กับตนเองและเป็นกัลยาณมิตรให้กับผู้อื่นซึ่งการทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้กับบุคคลอื่นนั้นสามารถทำได้หลายทาง คือ ทางกาย ทางวาจา และทางใจ

 

จากหนังสือ DOU

วิชา DF 202 ทักษะการทำหน้าที่กัลยาณมิตร