ฉบับสมบูรณ์ : สหกรณ์ฯ กับวัดพระธรรมกาย✔

วันที่ 13 เมย. พ.ศ.2558

ฉบับสมบูรณ์ : สหกรณ์ฯ กับวัดพระธรรมกาย✔
ความจริงที่คุณยังไม่รู้ เกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย 

 

 

✔1. วัดพระธรรมกายมีส่วนเกี่ยวข้อง ในกรณีถูกกล่าวหาว่า..ยักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร หรือไม่ ?

 

ตอบ ↪วัดพระธรรมกายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับกรณียักยอกเงินดังกล่าว เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ทางวัดได้สอบถามนายศุภชัยว่า..เงินที่นำมาทำบุญได้มาจากไหน ? ก็ได้รับคำตอบว่า..กู้ยืมมาจากสหกรณ์ฯคลองจั่น และได้ชำระคืนแล้ว  โดยมีหลักฐานคือ การตรวจสอบบัญชีประจำปี และรายงานต่อที่ประชุมใหญ่สหกรณ์ฯ แล้ว

 

 

✔2. ยอดเงินบริจาคมากถึงหลายร้อยล้านบาท ทำไม..ทางวัดถึงไม่สงสัยที่มาของเงินบ้าง?

 

ตอบ ↪นายศุภชัย ไม่ใช่ผู้ที่มาบริจาคทำบุญมากที่สุดของวัด ยังมีผู้ที่บริจาคทำบุญมากกว่านายศุภชัยอีกหลายท่าน เพราะศาสนสถานที่ก่อสร้างเพื่อรองรับคนเรือนล้านต้องใช้งบประมาณมาก ดังนั้นเมื่อนายศุภชัยมาทำบุญจำนวนมาก และบอกว่า ได้ทำธุรกิจหลายอย่าง  ได้ผลกำไรดีมาก จึงเอามาทำบุญ ทางวัดจึงไม่ได้สงสัยอะไร

 

✔3. วัดพระธรรมกายนำเงินครั้งนี้ไปทำอะไร ?

 

ตอบ ↪นำไปใช้ก่อสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาค เนื่องจากมีประชาชนมาปฏิบัติธรรมที่วัดจำนวนมาก คราวละนับล้านคนในงานบุญใหญ่  จึงจำเป็นต้องมีการสร้างศาสนสถานขนาดใหญ่รองรับ ซึ่งการสร้างศาสนสถานรองรับคนจำนวนมากนี้ ก็ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเช่นกัน 

 

 

✔4. เพราะเหตุใด ทางวัดพระธรรมกายจึงคืนเงินบริจาคของนายศุภชัย จำนวน 684 ล้านบาท ให้แก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ?

 

ตอบ  ↪ทางวัดได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต  และนำเงินบริจาคไปสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาคหมดแล้ว ซึ่งตามกฎหมายแล้วทางวัดไม่สามารถนำเงินของผู้บริจาครายอื่นที่มาบริจาคทำบุญในวัตถุประสงค์อื่นมาคืนให้แก่สหกรณ์ฯได้  แต่เมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น ทางคณะศิษย์ของวัดพระธรรมกายเห็นว่า  หากมีการต่อสู้คดีกันต่อไปก็จะกินเวลานาน และเกิดความเสียหายทั้งต่อชื่อเสียงของวัด  และต่อสมาชิกสหกรณ์ผู้ฝากเงินที่เดือดร้อน  จึงได้ตั้งกองทุนรวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนแก่สมาชิกผู้ฝากเงินสหกรณ์  โดยมีเงื่อนไขว่า  หากอนาคตมีการพิสูจน์ได้ว่า  เงินที่ทางนายศุภชัยนำมาบริจาคแก่วัดนั้น  มาจากการกู้ยืมและได้คืนไปหมดแล้ว  ตามที่นายศุภชัยได้แถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ทางสหกรณ์ก็จะคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่คณะลูกศิษย์วัด

 

 

✔5. ขณะนี้ปัญหาระหว่างสหกรณ์ฯ กับวัดพระธรรมกายเป็นอย่างไรบ้าง ?

 

ตอบ ↪ ทางสหกรณ์ฯได้มีหนังสือขอบคุณมายังคณะลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย  ที่มีน้ำใจจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเยียวยาแก่ทางสหกรณ์ฯ และสมาชิกสหกรณ์ฯ ที่เดือดร้อนครบจำนวน  ทั้งที่ตามกฎหมายแล้ว เมื่อทางวัดรับเงินบริจาคโดยสุจริตเปิดเผย  และนำเงินไปก่อสร้างศาสนสถานซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะตามเจตนาของผู้บริจาคเสร็จสิ้นไปแล้ว  ถือเป็นเรื่องไม่ผิดกฎหมาย  ดังตัวอย่าง  ที่นายศุภชัยก็ได้นำเงินไปบริจาคให้แก่วัดและโรงเรียนอื่น ๆ  อีกหลายแห่ง  ซึ่งก็ไม่ต้องคืนเงินแต่ประการใด  แต่ทางคณะลูกศิษย์วัดยึดหลักมนุษยธรรม  จึงจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาแก่สมาชิกสหกรณ์ฯ ที่เดือดร้อน  ดังนั้นเรื่องราวระหว่างสหกรณ์ฯ กับทางวัดจึงจบลงแล้วด้วยดีทุกประการ   และเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2558  ทางวัดก็ได้ไปให้ข้อมูลกับทาง DSI ในฐานะพยานยืนยันว่า ทางวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นใด ๆ กับนายศุภชัย ในคดียักยอกเงินของสหกรณ์ฯ คลองจั่นแต่อย่างใด

 

 

✔6. นักวิชาการบางท่านได้ความคิดเห็นว่า การบริจาคเงินให้แก่วัด ควรมีวิธีการที่โปร่งใสและเปิดเผยมากกว่านี้ โดยควรระบุแหล่งที่มาของเงินนั้นๆ ในการบริจาคด้วย ทางวัดพระธรรมกาย เห็นด้วยกับความคิดเห็นดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ? 

 

ตอบ  ↪ วัดหรือมูลนิธิหรือองค์กรสังคมสงเคราะห์ต่าง ๆ ที่ดำเนินการอยู่ได้ด้วยเงินบริจาค  การจะไปถามผู้บริจาคว่า เอาเงินมาจากไหน ? ในเชิงปฏิบัติจริงทำได้ยาก  เพราะจะเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง เหมือนเป็นการดูถูกผู้บริจาค แต่ทางวัดเห็นด้วยกับหลักการความโปร่งใสในการบริจาคทาน 
ดังนั้นจึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันคิดหาวิธีการที่ปฏิบัติได้จริงมานำเสนอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทุกวัด ทุกมูลนิธิ และทุกองค์กรการกุศลสืบไป

 

 

✔7. ในความเชื่อที่ว่า "ยิ่งบริจาคมาก ยิ่งได้บุญมาก ชีวิตในชาติหน้าจะดียิ่ง ๆ ขึ้นไป”  ท่านมีความเห็นอย่างไร?

 

ตอบ  ↪พระพุทธเจ้าตรัสว่า  ในการบริจาคทานนั้น หากผู้บริจาคมีจิตเลื่อมใสมาก แม้บริจาคน้อยก็ได้บุญมาก  และทรัพย์ที่นำมาบริจาคนั้น ต้องเป็นทรัพย์ที่ได้มาด้วยความสุจริตด้วย จึงจะได้บุญมาก  

 

    “คนเราควรให้ทานเต็มกำลังศรัทธาของตนเอง โดยไม่ให้เดือดร้อนตนเอง และไม่ให้เดือดร้อนผู้อื่น”