พระธรรมาจารย์ไห่เทา

วันที่ 30 มิย. พ.ศ.2558

พระธรรมาจารย์ไห่เทา

แสงสว่างแห่งไต้หวัน

 


  ปีพุทธศักราช ๒๔๙๒ นายพลเจียงไคเช็ค ผู้นำทัพที่ยิ่งใหญ่ของจีนได้พาคณะทหารพ่อค้า ประชาชนและพระภิกษุจากจีนแผ่นดินใหญ่ หนีภัยคอมมิวนิสต์ข้ามน้ำมาที่เกาะไต้หวันสถานการณ์ พระพุทธศาสนาในไต้หวันขณะนั้น อยู่ในขั้นวิกฤต มีชาวพุทธไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่เนื่องจากพระภิกษุที่ข้ามมาสู่เกาะไต้หวัน ในครั้งนั้น ล้วนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และมีวิสัยทัศน์ระดับแนวหน้า จึงได้ช่วยกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ด้วยการพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างศาสนทายาทขึ้นมา

 

     จนกระทั่งปัจจุบัน ถือได้ว่าไต้หวันเป็นดินแดน ที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว และเชื่อมั่นว่า พระพุทธศาสนาจะยังคงรุ่งเรืองในดินแดน แห่งนี้ต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด เพราะมีพระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่ง ซึ่งถือเป็นคลื่นลูกใหม่คนสำคัญในการเผยแผ่ พระพุทธศาสนา นั่นคือ พระธรรมาจารย์ไห่เทาผู้นำชาวพุทธซึ่งเป็นแสงสว่างแห่งไต้หวัน

 

คหบดีผู้สละเรือนออกบวช

      ในอดีตกาลได้มีต้นแบบผู้มีบุญในกาลก่อน ซึ่งแม้จะสมบูรณ์พร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติในทางโลก แต่ครั้นวันหนึ่ง เมื่อเล็งเห็น ว่า วิถีชีวิตที่ดำรงอยู่นั้นไม่ใช่ วิถีแห่งการพ้นทุกข์ จึงได้สละเรือนออกบวช เพื่อแสวงหาหน ทางแห่ง พระนิพพานดำเนินชีวิตสู่วิถีอันมีแก่นสาร และเรื่องราวชีวิตของพระธรรมาจารย์ไห่เทา ก็ได้ดำเนิน รอยตามผู้มีบุญในกาลก่อนดุจเดียวกัน 

 

    ก่อนออกบวชพระธรรมาจารย์ไห่เทา ถือกำเนิด ในครอบครัวที่มีความเชื่อแบบชาวจีนพื้นเมือง อย่างเคร่งครัด ในวัยเยาว์ท่านเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนคริสต์ ท่านจึงเป็นคริสต์ศาสนิกชนที่เคร่งครัดคนหนึ่งเมื่อจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ท่านได้แต่งงานมีครอบครัวกับกุลสตรีชาวจีนผู้มีฐานะท่านหนึ่ง มีบุตรด้วยกัน ๑ คน ธุรกิจการงาน ของท่านที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวประสบความสำเร็จ อย่างมาก จัดเป็นผู้มีฐานะระดับคหบดีคนหนึ่งของไทเป ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตท่านก็เกิดขึ้นเมื่อท่านได้เห็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะ ประกอบไปด้วยความเมตตา และได้พบกับ พระภิกษุที่มีศีลาจารวัตร งดงามที่วัดหุ้ยรื่อเจี่ยงกัง ท่านจึงเริ่มสนใจศึกษาพระพุทธศาสนา ต่อมาท่าน ตัดสินใจออกบวชในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๖ ที่ วิหารฝู่เอี๋ยน จังหวัดซินจู๋ ได้รับฉายาในเวลาต่อมาว่า พระธรรมาจารย์ไห่เทา

 

       อาตมาคิดว่า พระทุกรูปที่มาบวชก็เพื่อบรรลุ ถึงความสุขที่แท้จริง หลังจากเข้าใจและซาบซึ้งถึงความทุกข์ของชีวิตฆราวาสแล้ว บางคนโชคดีสามารถ บวชได้ตั้งแต่อายุยังน้อยแต่อาตมานั้น อายุ ๓๕ ปี แล้วถึงได้มาบวช ก่อนนั้นอาตมาได้แต่งงานและมีลูกชาย ๑ คน ปกติคนทั่วไปต่างคิดว่า เมื่อมีเงิน มีบ้าน มีรถ มีภรรยาที่น่ารัก มีลูกที่น่าเอ็นดู ก็น่าจะมีความสุขมาก เพราะเป็นเป้าหมายของชีวิต แต่ พออาตมามีสิ่งเหล่านี้เพียบพร้อม กลับรู้สึกว่ายังมีความทุกข์ ไม่มีความเป็นอิสระ

 

      ต่อมา เมื่อกิจการเจริญใหญ่โตขึ้น ก็มีเรื่องยุ่งยากให้ต้องเข้าไปจัดการมากขึ้น มีความทุกข์มากขึ้น ทำให้อยากรู้ว่า เรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรกันแน่ ซึ่งหลังจากที่มีลูกแล้ว ก็รู้สึกถึงความรัก อันลึกซึ้งที่มีต่อลูก รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอมาก ตอนนั้น ไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงไปแสวงหาศาสนาต่างๆ ไปดูดวง ดูฮวงจุ้ย จนกระทั่งอายุ ๓๓ ปี ได้เห็นนักบวช ในวัดข้างบริษัท รู้สึกเลื่อมใส เพราะนักบวชที่มา อยู่ที่นั่นล้วนมาจากต่างประเทศ มาศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่ไต้หวัน รู้สึกว่าท่านมีความเพียรและเป็นอิสระอยู่ในตัว ตอนที่อาตมาทำงานเป็นประธานบริษัททัวร์เคยพาคนมาเที่ยว เมืองไทย ก็ได้แต่ไปกราบพระ ปิดทอง แต่น่าเสียดาย ที่ไม่ได้ฟังธรรมเลย



      อาตมาจึงหันมาสนใจและมุ่งมั่นอ่านหนังสือพระพุทธศาสนาจึงได้ค้นพบว่าความหมายของ การบวชคืออะไร และเกิดความคิดว่าหากสิ่งที่สละได้ยาก แต่สามารถสละได้ สิ่งที่กระทำได้ยาก แต่สามารถกระทำได้ อย่างนี้จึงจะมีความเป็นอิสระ สามารถพบความสุขของชีวิตที่แท้จริงได้ 



      ไม่เพียงเท่านั้น อาตมายังได้เข้าใจและซาบซึ้ง ในพระพุทธศาสนามากขึ้นไปอีกเนื่องจากโยมแม่ป่วยเป็นมะเร็ง โยมพ่อก็ไม่แข็งแรง อาตมาอยากให้ ท่านทั้งสองแข็งแรง แต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย แม้จะมีเงินเพิ่มขึ้นมาก และเอาเงินนั้นให้กับหมอ ความทุกข์ทรมานของโยมแม่ก็ไม่อาจหายไปได้ ในคัมภีร์ได้เขียนเอาไว้ว่า พระโพธิสัตว์ตี้จั้งแสดงความกตัญญูต่อแม่ที่ละโลกไป ด้วยการออกบวช แม่ของท่านจึงได้ไปเกิดบนสรวงสวรรค์ อาตมาจึงได้ อธิษฐานออกบวช เอาบุญจากการบวชนี้ ให้โยมแม่ มีสุขภาพแข็งแรง พอบวชแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆโยมแม่แข็งแรงขึ้น ทำให้อาตมามั่นใจในบุญจึงได้ ตัดสินใจอยู่เป็นพระต่อ

 

ด้วยหัวใจแห่งบรมโพธิสัตว์

      เมื่อพระธรรมาจารย์ไห่เทาตัดสินใจอย่าง เด็ดเดี่ยวว่าจะดำเนินชีวิตในเพศสมณะต่อไป ในระหว่างนั้นท่านต้องเผชิญต่ออุปสรรคมากมาย เพราะในสถานะที่กิจการที่ทำอยู่กำลังไปได้สวย มีภรรยาที่น่ารักมีลูกชายที่น่าเอ็นดู การจะตัดใจเป็น พระภิกษุต่อไปไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เป็นสิ่งที่ต้องใช้กำลังใจอย่างมหาศาล แม้จะมีอุปสรรคมากมาย เพียงใด แต่ท่านก็ยังคงมุ่งมั่นใช้ชีวิตในเพศสมณะ ไม่คิดหวนกลับไปครองเรือนอีก

 

      เมื่อบวชแล้วอาตมาก็บอกกับลูกเเละภรรยาว่า พวกเขาทำให้อาตมาทราบว่าชีวิตคืออะไร รักคืออะไรอาตมารักพวกเขามาก อยากให้พวกเขาพ้นทุกข์ มีคน ถามว่า ท่านออกบวชแล้วคิดถึงภรรยาไหม แน่นอน อยู่เเล้วว่าคิดถึง และเมื่อคิดถึงลูกก็ทุกข์อีกเช่นกันเพราะลูกก็เหมือนชีวิต แต่อาตมาเองก็ไม่ได้เอาความรักโยนทิ้งไป แต่เอาความรักนั้นไปมอบให้กับเด็กคนอื่นๆ โดยมองเด็กคนอื่นๆ เหมือนลูกของตัวเองเจตนารมณ์ในการบวชของอาตมานั้น ก็เพราะว่าไม่ต้องการใช้ชีวิตที่เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะตัว แม้จะเรียนหนังสือเก่ง มีครอบครัวดี มีเงินมาก แต่ทุกสิ่งก็เพื่อตัวเอง ดังนั้นการปฏิบัติที่แท้จริง คือการลดตัวลง ทำตัวเองให้บริสุทธิ์ และช่วยเหลือผู้อื่น



        อาตมารู้ซึ้งถึงคุณค่าของพระธรรมมาก เพราะตั้งแต่ก่อนบวชทุ่มเทเวลาวันละ ๑๘ ชั่วโมง กับการอ่านหนังสือธรรมะ นอกจากนี้ ยังได้ฟังเทศน์ ทางทีวี ซึ่งพระท่านต้องสละเงินจำนวนมาก เพื่อซื้อเวลาออกอากาศทางทีวีในเวลาเที่ยงคืนตีหนึ่ง ตีสอง ซึ่งท่านก็เทศน์ได้ดีมาก อาตมาจึงคิดว่า ถ้าทุกคนอยู่ในบ้านแล้วสามารถฟังธรรม ก็มีโอกาส หลุดพ้นจากความทุกข์ได้ ไม่ต้องรอให้แก่ จึงจะเข้า วัดฟังธรรม

 

       ดังนั้นพอได้เข้ามาบวช อาตมาจึงได้เข้าร่วมทำงานกับรายการทีวีพระพุทธศาสนาในไต้หวันอยู่หลายแห่ง เผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ทุกคนที่อยู่ทางบ้านสามารถฟังธรรมได้ และให้ผู้คนได้เรียนรู้ ธรรมะโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ปัจจุบันอาตมามีสถานีโทรทัศน์พระพุทธศาสนาเป็นของตัวเอง ชื่อว่า "เซิงมิ่ง" หรือ Life TV อีกทั้งได้ทำดีวีดี วีซีดี และหนังสือการ์ตูนออกมามากมาย เพื่อความคิดเดียว ที่จะเผยแผ่ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

มโนปณิธาน เผยแผ่ธรรมะไม่จำกัดนิกาย

      เมื่อได้บวชดำเนินชีวิตในเพศสมณะแล้วนั้น ช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา พระธรรมาจารย์ไห่เทาไม่เคย หยุดยั้งงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยยึดมั่นในคำสอนที่ว่า ไม่แสวงสุขส่วนตัวแต่ปรารถนาให้ สรรพสัตว์พ้นทุกข์ ท่านทุ่มเทชีวิตจิตใจ เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียนระดับประถม มัธยมและอุดมศึกษาทั่วไต้หวัน เพื่อบรรยายธรรมในหัวข้อเรื่อง "การศึกษาของชีวิต" (Life Education) นอกจากนี้ได้เป็นพระอาจารย์เทศน์สอนประจำให้แก่ ทัณฑสถานและสถานพินิจต่างๆ หลายแห่ง และยังผลิตหนังสือการ์ตูน หนังสือธรรมะ เทปธรรมะ และวีซีดีธรรมะจำนวนมากมาย แจกเป็นธรรมทาน ให้แก่โรงเรียน ทัณฑสถาน หน่วยงานราชการ และศูนย์สาขาต่างๆ เมื่อคนไต้หวันได้รับสื่อธรรมะ เพียงพอแล้ว ก็ขยายไปสู่นานาประเทศในแถบเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

 

      ปัจจุบันท่านยังได้ก่อตั้ง"ศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนา" (Buddhism Education Center) ทั้งภายในไต้หวัน และต่างประเทศกว่า ๑๐๐ ศูนย์ เพื่อเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและใช้ช่อง Life TV เป็นสื่อกลางในการบริหารงานของแต่ละศูนย์สาขาและเชื่อมใจทุกคนให้มีความเข้าใจที่ตรงกันและหันมาร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

 

      โดยมีส่วนงานต่างๆ เกิดขึ้นเพื่อรองรับงาน เผยแผ่พุทธศาสนา ได้แก่ ช่องโทรทัศน์เซิงมิ่ง หรือ Life TV ศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนา สมาคม พิมพ์พระสูตรจีน สมาคมพิทักษ์สัตว์ สมาคมเผยแผ่ เพลงธรรมะ สมาคมช่วยชีวิตสุนัข และมูลนิธิ ช่วยเหลือสังคม เป็นต้น

 

      สมัยก่อนโลกของเราไม่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่มี คอมพิวเตอร์ ชาวพุทธอยู่แต่ในบ้านและประเทศของตน ตั้งใจประพฤติธรรมก็พอแล้ว แต่ในปัจจุบัน เราอยู่ในยุคโลกไร้พรมแดนชาวพุทธยุคใหม่จึงต้อง มีวิสัยทัศน์มองไปทั้งโลก นักบวชก็ควรเปิดใจกว้าง ไม่แบ่งแยกว่าเป็นเถรวาท มหายาน หรือวัชรยาน อาตมาจึงมีมโนปณิธานที่จะเผยแผ่ธรรมะแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง ๓ นิกาย โดยนำรายการธรรมะของนิกายต่าง ๆ มาเปิดฉายในช่อง Life TV แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายในการออกอากาศใดๆ ทั้งสิ้น

 

       ตอนนี้อาตมากำลังหาจุดร่วมระหว่างคำสอนพระพุทธศาสนาแบบมหายานและพระพุทธศาสนาแบบเถรวาท ก็ต้องศึกษากันว่าพระโพธิสัตว์ แบบดั้งเดิม ของเถรวาทคืออะไรแตกต่างจากของมหายานอย่างไร ถ้าหาจุดร่วมนี้ได้ เราจะสามารถเผยแผ่ได้กว้างขวางขึ้น และแปลเป็นภาษาต่างๆ แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมากกับทุกฝ่าย อาตมาคิดว่า จุดเด่นของคำสอน แบบเถรวาทคือ เป็นคำสอนที่บริสุทธิ์ ไม่ปรุงแต่ง เข้าใจง่าย และใช้ภาษาง่ายๆ ซึ่งญาติโยมสามารถทำความเข้าใจหลักคำสอนได้ ซึ่งชาวจีนมีข้อดีคือ ใจเปิดกว้าง ไม่มีการแบ่งแยก สามารถที่จะยอมรับเข้าใจในแนวคำสอนและการปฏิบัติ

 

     ในพระไตรปิฎกก็ได้มีพุทธพจน์ ที่ว่า ในโลกใบนี้ มีใจเป็นตัวนำ ถ้าเราจะช่วยโลกก็ต้องเริ่มที่ใจเราคือ Meditation การนั่งสมาธิเป็นการฝึกใจให้สงบ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ได้สอนสมาธิ โดยให้นึกนิมิตเป็นจุดรวมใจ หรือนึกถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ญาติโยมปฎิบัติได้ง่ายๆ เพียงแค่หมั่นนั่ง สมาธิ ก็จะทำให้ใจของเขาหยุดนิ่งได้ พอใจเป็นสมาธิ ก็ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีปัญญาในการทำงาน ซึ่งมองในปฏิจจสมุปบาท ก็จะมีผลต่อครอบครัวเขาเอง มีผลต่อสังคมและโลก ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่ได้ผลเร็ว ซึ่งถ้ามองในคำสอนของมหายานก็จะบอกว่าทั้งโลกนี้ก็คือใจของคุณเราจำเป็นต้องหาวิธี การที่หลากหลายเพื่อทำให้ มนุษย์ปราศจากความทุกข์ ถ้าเขาไม่มีความทุกข์ ก็จะมีผลทำให้ใจของเรามีความสงบ เกิดมาก็ไม่ถูกฆ่าตาย สามารถทำบุญอุทิศส่วนกุศล แก่ผู้ล่วงลับได้ สัตว์นรกก็จะมีความทุกข์น้อยลง นอกจากเราจะทำใจของเราให้หยุดนิ่งได้แล้ว ก็ขยายไปสู่จิตใจของสรรพสัตว์ให้มีใจหยุดนิ่ง อย่างนี้ถึงจะครอบคลุมได้อย่างบริบูรณ์

 

พระพุทธศาสนายุคไร้พรมแดน

       ภารกิจสำคัญ คือ งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมาจารย์ไห่เทารุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว และช่องทางการเผยแผ่ที่น่าจับตามองที่สุดก็คือ การก่อตั้งสถานีโทรทัศน์เป็นของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า Life TV หรือ เซิงมิ่งเตี้ยนซื่อไถ


       สถานีโทรทัศน์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ภายใต้นโยบายสำคัญคือ ห่วงใยและดูแลสรรพชีวิต โดยอาศัยเทคโนโลยีปัจจุบันมาเชื่อมสายสัมพันธ์ของสรรพสัตว์ ให้โลกนี้กลายเป็นวัดขนาดใหญ่สำหรับเผยแผ่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ทุกคนได้รู้จักเคารพและทะนุถนอมทุกชีวิตขอเพียงเปิดโทรทัศน์ ก็สามารถรับชมธรรมะต่างๆ เหล่านี้ได้แล้ว ทุกรายการผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี เช่น การถ่ายทอดพระธรรมเทศนาของพระเถระทุกนิกาย และวิชาพระพุทธศาสนาจากอาจารย์ที่เป็นฆราวาส รวมถึงรายการที่เหมาะสำหรับประชาชนทั่วไป เช่น รายการศึกษาพระสูตร โรงเรียนปริยัติทางไกล โดยปรารถนาที่จะอาศัยพลัง ของสื่อน้อมนำธรรมะไปสู่ทุกครอบครัว ท่านได้กล่าวไว้ว่า "อาตมาคิดว่าการทำสถานีโทรทัศน์ไม่ควรมีการแบ่งแยกว่าเป็นไต้หวันหรือประเทศไทย อาตมาเห็นว่าทาง DMC มีรายการธรรมะดีๆ ก็ปรารถนาจะนำมาเผยแผ่ทางช่อง Life TV บ้าง รายการที่เคยนำไปออกอากาศแล้ว เช่น Animation นรก สวรรค์ โปริสาท สุวรรณสาม พระเตมีย์ และที่กำลังออกอากาศอยู่ คือเรื่องมโหสถบัณฑิต และรายการ Case Study"

 

       นับตั้งแต่เปิดสถานีเป็นต้นมา Life TV ได้รับการตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี ปัจจุบันทุกครอบครัว ในไต้หวันสามารถรับชมรายการของทางสถานีได้ตลอด ๒๔ ช.ม. และในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ พม่า สิงคโปร์ บรูไน จีน มาเก๊า เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ก็สามารถรับชมรายการของทางสถานีได้อีกด้วย สถานีโทรทัศน์ Life TV มุ่งนำธรรมะไปสู่ชีวิตของคนในสังคม ยกระดับจิตใจของคนในสังคมให้สูงขึ้น
 

         เมื่อวันมาฆบูชา วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และวันคุ้มครองโลก วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา พระธรรมาจารย์ไห่เทาและคณะ ได้ให้เกียรติเดินทางมาร่วมงานที่วัดพระธรรมกายด้วย ซึ่งนับเป็นบุญของสาธุชนทั้งหลายที่ได้มีโอกาส เห็นภาพพุทธบุตรต่างนิกายมารวมกันถือเป็นนิมิตหมาย และเป็นต้นแบบแห่งการร่วมแรงร่วมใจ ของพุทธบริษัท ๔ ที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อสืบสานงานพระพุทธศาสนา จากที่ได้มาร่วมงาน ในครั้งนั้น พระธรรมาจารย์ไห่เทาได้เล่าถึงความรู้สึก ให้ฟังว่า "อาตมาประทับใจมาก เพราะภาพที่เห็นตลอดเวลาที่อยู่ในวัดนั้นคือ เหล่าภิกษุสงฆ์ที่มีแต่ความสง่างาม ปลงผมเรียบร้อย นุ่งห่มเรียบร้อย ญาติโยมก็พากันใส่ชุดขาวเป็นระเบียบสวยงาม ก้มลงกราบพระที่พื้นและนั่งคุกเข่าประณมมือเวลาพูดกับพระด้วย และในช่วงพิธีกรรมวันมาฆบูชา โคมนับแสนถูกจุดขึ้น ญาติโยมร่วมสองแสนคนอยู่ด้วยความเป็นระเบียบ ต่างมีใจดวงเดียวกันที่จะอธิษฐานให้โลกใบนี้เกิดสันติสุขโดยมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นประธาน ห้อมล้อมด้วยพระสงฆ์ นับพันรูปบนเจดีย์ นี่เป็นประดุจภาพ ในสมัยพุทธกาล อาตมาคิดว่านักบวชอยู่ในสังคมเสมือนเป็นดั่งตำรวจ   นิมิตหมายแห่งการรวมเป็นหนึ่งเดียวกันของพุทธบริษัท ๔ ทั่วโลก

 

ที่พิทักษ์ชีวิต เป็นที่ปรึกษาในเรื่องชีวิตและชื่นชมประเทศไทย ที่เป็นเมืองพุทธตั้งแต่กษัตริย์ จนถึงบุคคลทั่วไปต่างให้ความเคารพแก่นักบวช และฝ่ายชายอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตต้องออกบวช ซึ่งจะทำให้เข้าใจความหมาย ของการบวช มีแนวทาง ในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง และเป็นเนื้อนาบุญแก่ญาติโยมยิ่งมีนักบวชมากเท่าไรก็เหมือนมีหมอ มีครูมากเท่านั้น ซึ่งจะทำให้มี ความสงบสุขมากขึ้น การได้เห็นกิริยามารยาทที่งดงามของพระภิกษุวัดพระธรรมกาย และญาติโยมที่ให้ความเคารพพระภิกษุ เห็นพระก็ก้มลงกราบที่พื้นและนั่งคุกเข่า ประณมมือพูดกับพระ เป็นสิ่งที่ดีมาก ซึ่งในไต้หวัน คนมองว่าพระก็คือตัวแทน นักบวชในศาสนาหนึ่ง คนที่นับถือศาสนาอื่นหรือคนทั่วๆ ไปก็มักไม่สนใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย

 

       การมาร่วมงานมหาสังฆทานครั้งนี้สิ่งสำคัญคือจะมาศึกษาเรียนรู้ และจะได้ถ่ายทอดภาพงานมหาสังฆทานที่ยิ่งใหญ่สู่สายตาชาวโลกอาตมาขอทำความเคารพแด่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ที่ได้ทำงานยิ่งใหญ่เพื่อคนไทย เพื่อชาวโลก งานครั้งนี้ หมู่คณะเราก็ตั้งใจมาสร้างบุญ เพื่อให้ญาติโยม ชาวจีนได้เข้าใจความเจริญของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย และมีใจเปิดกว้างไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ การปฏิบัติใดที่ช่วยเราได้เช่นการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย เป็นวิธีที่ง่ายทำให้ใจของเราสงบได้ ก็ควรที่จะมาปฏิบัติ การศึกษาธรรมะใน ไต้หวันก็จะมุ่งเน้นด้านการอ่านหนังสือธรรมะ และพระสูตร ซึ่งไม่เข้าไปสู่จิตใจ ถ้าได้มานั่งสมาธิในวิธี ที่ง่ายๆ ก็สามารถเข้าถึงจิตใจได้ ซึ่งการเดินทางมา ครั้งนี้ก็ได้มีการถ่ายทำวีดิโอ เผยแผ่เพื่อทำให้คนได้ รู้จักพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ธัมมชโยมากยิ่งขึ้น เมื่อมองแล้วพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็คืออัญมณีของโลกเสมือนเป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พวกเราได้มารู้จักกัลยาณมิตรเช่นนี้ก็ย่อมเป็นบุญวาสนา ขออธิษฐานและตั้งความปรารถนาให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อมีสุขภาพแข็งแรง นอกจากงานขยายธรรมะในประเทศไทย แล้วยังขอบุญบารมี ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ทำให้โลกทั้งใบเป็นพระพุทธศาสนาเดียวกัน

 

     นับเป็นบุญของชาวพุทธที่ได้มีพระผู้เปี่ยม ด้วยอุดมการณ์เยี่ยงบรมโพธิสัตว์ ผู้พรั่งพร้อมด้วยคุณธรรม ความรัก ความเมตตาต่อสรรพสัตว์ ทั้งหลาย ดังเช่นพระธรรมาจารย์ไห่เทา เกิดขึ้นบน โลกใบนี้ และเป็นนิมิตหมายอันดีว่า แสงสว่างแห่ง อมตธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จักปกแผ่ร่มเงานำความชื่นบานมาสู่ดวงใจของมวลมนุษยชาติ และนี่คือสัญญาณแห่งการรวมเป็นหนึ่งของพุทธบริษัท ๔ จากทั่วโลก วันใดที่พุทธบริษัท ๔ ได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียวได้สำเร็จ วันนั้นสันติสุข อันไพบูลย์ก็จักเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ตราบนาน เท่านาน

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร