ศีล สมาธิ ปัญญา

วันที่ 20 มิย. พ.ศ.2558

 

ศีล สมาธิ ปัญญา

 

"พุทธภาษิตสอนใจ"

     ว่าด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา

     ทุกคนเมื่อเกิดมา ล้วนมีศีลติดตัวมาตั้งแต่เกิด แม้ยังไม่ได้รับศีล จากพระก็ตาม เพราะศีลแปลว่า “ปกติ” ทุกคนเกิดมา จึงมีความเป็นปกติ ด้วยกันทุกคน ปกติในที่นี้คือ ปกติโดยการไม่ทำความชั่ว ทางกาย วาจา และใจ

     สังเกตได้ว่าเด็กเกิดใหม่ มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด คือไม่คิดทำชั่วเลย ไม่มีเด็กแรกเกิดคนไหน มีลักษณะคนเลวปรากฏให้เห็น หรือถืออาวุธออกมาจากท้องแม่ เกิดมาใหม่ๆ ไม่รู้จักใคร ไม่เกลียดใคร ไม่อาฆาตใคร ไม่อยากได้ของใคร เป็นปกติ ไม่มีดี-ชั่วให้เห็น ทุกคนเกิดมามีแต่ตัว ไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ ติดมาเลย ท่านจึงกล่าวว่า มีแต่ศีลเป็นดุจเครื่องอาภรณ์ ที่ประดับตัวติดมา และถือว่าเป็นเครื่องอาภรณ์ ที่ประเสริฐด้วย เพราะเป็นปกติ ไม่มีโทษแก่ใครๆ เลย

     ดังพุทธภาษิตที่ว่า “สีลํ อาภรณํ เสฎฺฐํ แปลว่า ศีลเป็นเครื่องประดับ ที่ประเสริฐ” 

     แต่ในโลกนี้ ที่มีทั้งคนดีและคนเลว นั่นเป็นเพราะสภาพแวดล้อม ที่ได้เห็น ได้สัมผัส ได้เรียนรู้ จึงทำให้แตกต่างกัน คนที่ไม่ทำชั่วใดๆ (คนดี) ก็มีลักษณะปกติ เหมือนกับตอนเกิด คือ ไม่เบียดเบียนใคร ส่วนคนที่ทำชั่วต่างๆ มากบ้างน้อยบาง หรือหนักบ้างเบาบ้าง นั่นคือ ความผิดปกติ ไปจากตอนที่เกิดใหม่ๆ

     การได้รู้ได้เห็นได้สัมผัส กับสภาพแวดล้อมต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญมาก พระพุทธเจ้า จึงทรงวางหลัก ให้เราได้เรียนรู้อย่างมีคุณค่า เพื่อจะได้ไม่ผิดปกติ นั่นคือ ไตรสิกขา หรือเรียนรู้ศีล สมาธิ ปัญญา

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร