การทำขันธ์ 5 ให้บริสุทธิ์

วันที่ 14 สค. พ.ศ.2558

 

การทำขันธ์ 5 ให้บริสุทธิ์

            คนเราเกิดมามีลักษณะรูปร่างหน้าตา ความคิด ความรู้ ความเข้าใจสิ่งต่างๆ ไม่เท่ากัน ทั้งที่เราทุกคนต่างก็มีขันธ์ 5 ซึ่งเป็นส่วนที่เราทุกคนต่างก็ได้องค์ประกอบที่เท่ากัน ทั้งนี้เพราะว่า ขันธ์ 5 ในแต่ละคนมีความบริสุทธิ์ไม่เท่ากัน ทำให้มีรูปธรรมและนามธรรมมีความหยาบความละเอียดต่างกัน คือ

1.รูป ตัวเราประกอบด้วยธาตุส่วนหยาบ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ อากาสธาตุ ถ้าธาตุบริสุทธิ์มากเท่าไรจะมีความสวยงามมากเท่านั้น และถ้าธาตุไม่บริสุทธิ์มากเท่าไร ความไม่สวย ไม่งาม เข้ามารวมอยู่ในตัวเราเท่านั้น

2.นาม หรือวิญญาณธาตุ เป็นธาตุส่วนละเอียดในตัว ถ้าบริสุทธิ์น้อย จะทำให้

2.1การเห็นหรือเวทนา รับอารมณ์ทางหู ตา จมูก ลิ้น และผิวกายที่มาสัมผัส ส่งไปให้จะเป็นภาพมีอาการไม่ค่อยดี เช่น ตื่นเต้น ประหม่า หงุดหงิด ฟุ้งซ่าน มากน้อยแต่ละคนไม่เท่ากัน ถ้าวิญญาณธาตุบริสุทธิ์มากขึ้น ได้รับการฝึกมาอย่างดี ก็จะไม่สะทกสะท้าน

2.2ความจำหรือสัญญา บางคนจำภาพไม่ได้ พอได้ยินเสียงจะจำได้ แต่บางคนจำในสิ่งที่ี่เห็น ได้ยิน ได้ลิ้มรส

2.3ความคิดหรือสังขาร การที่บางคนคิดดีคิดชั่ว คิดไม่ดีไม่ชั่ว มองสิ่งเดียวกัน มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ก็ขึ้นอยู่กับธาตุในตัวบริสุทธิ์แค่ไหน ถ้าธาตุในตัวบริสุทธิ์มากๆ จะมีความคิดเป็นอรรถเป็นธรรม มีแนวโน้มไปในทางที่ดีที่ถูกมากขึ้น

2.4ความรู้หรือวิญญาณ ใครมีธาตุในตัวบริสุทธิ์มาก อารมณ์จะผ่องใส เบิกบาน เห็น จำ คิด รู้ แต่สิ่งดีๆ มีความคิดสร้างสรรค์ รู้ว่าทำสมาธิทำอย่างไร ถ้าธาตุไม่บริสุทธิ์ เห็น จำ คิด รู้ แต่สิ่งที่ไม่ดี

            เมื่อนักศึกษามีความรู้เรื่องขันธ์ จะทำให้มีความระมัดระวังและเข้าใจว่า ขันธ์ 5 ของมนุษย์เป็นภาระหนัก ก็จะสามารถประคับประคองตัวเองให้ไม่กระทำความชั่ว กระทำแต่ ความดี ธาตุในตัวจะได้สะอาดขึ้นทุกๆ วัน

 

หนทางบริสุทธิ์ 3 ขั้น

            ในการทำความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นกับขันธ์นั้น นักศึกษาสามารถนำหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประยุกต์ใช้ได้ดังต่อไปนี้

ขั้นที่ 1 เมื่อใดเห็นว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์ จิตก็ปล่อยหมด ไม่ยึดมั่นขันธ์ 5 ไม่ห่วงไม่อาลัย เมื่อเห็นจริงตามนั้น ก็นึกถึงความเกิดดับนั้นทุกอิริยาบถ เกิดความเบื่อหน่าย ใจบริสุทธิ์เป็นหนทางหมดจด

ขั้นที่ 2 เมื่อใดเห็นว่า ความเกิดนั่นแหละเป็นทุกข์ ไม่ใช่เป็นสุข ก็ย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์ สภาพอันไม่เที่ยง นั่นแหละเป็นทุกข์แท้ๆ เพราะเกิดขึ้น เสื่อมไป บีบคั้นอย่างเดียว บีบคั้นให้สัตว์เดือดร้อนอยู่ด้วยชาติทุกข์ ชราทุกข์ พยาธิทุกข์ เป็นของทนได้ยาก

            เมื่อเห็นเช่นนี้ก็ไม่อยากได้ในเบญจขันธ์ จะปล่อย ไม่ยึดถือ ใจว่าง เอาธุระแต่ความบริสุทธิ์ของใจ เมื่อใจเย็นเป็นสุข ร่างกายก็สบาย สมบูรณ์ เป็นหนทางหมดจดขั้นที่ 2

ขั้นที่ 3 เมื่อใดเห็นว่า ธรรมทั้งหลายมิใช่ตัว กายมนุษย์และกายต่างๆ ไม่อยู่ในอำนาจของเรา อัตภาพนี้มิใช่ตัว ไม่เป็นไปในอำนาจ แก้แก่ แก้เจ็บ แก้ตายไม่ได้ ยิ่งพยายามก็ยิ่งทุกข์ จึงเป็นข้าศึกแก่ตัว เพราะอัตภาพนี้เป็นของว่างเปล่า ปู่ย่าตายายเรา ตายไปไม่เหลืออะไร ร้อยปีพันปีกระดูกก็หายหมด ไม่มีใครเป็นเจ้าของได้ ธรรมที่ทำให้เป็นกายนั้นๆ ก็มิใช่ตัว เมื่อใดที่เห็นเช่นนี้ก็เบื่อหน่ายในทุกข์ เป็นหนทางบริสุทธิ์ หนทางบริสุทธิ์มีสายเดียว

 

            วิธีทำให้ธาตุบริสุทธิ์ มีหนทางตามวิธีการของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ

1.กลั่นกาย คือ เอาศีล 5 มากลั่นให้ธาตุในตัวบริสุทธิ์ขึ้นมาชั้นหนึ่ง พอถือศีล 8 กลั่นเข้าไปอีก กลั่นทั้งกาย ทั้งใจ กลั่นไปเรื่อยๆ เมื่อกายบริสุทธิ์ ใจที่อยู่ในกายก็บริสุทธิ์ตาม

2.กลั่นใจ ด้วยสมาธิ ฝึกสมาธิมากๆ ได้ชื่อว่ารักษาศีลมากขึ้น สัมมา อะระหัง นึกถึงดวงแก้ว นึกถึงองค์พระ เมื่อถูกส่วนธาตุจะบริสุทธิ์ขึ้นไปตามลำดับ

จากมนุษย์ธรรมดา กลายเป็นมนุษย์เหมือนเทวดา เหมือนพรหม เหมือนพระ ถ้าบวชเป็นพระก็จะเป็นพระที่

2.1กายมนุษย์ละเอียด ผู้มีศีล 5 บริสุทธิ์ กายมนุษย์จะละเอียดผ่องใส

2.2กายทิพย์ ผู้มีศีล 8 บริสุทธิ์ มีหิริโอตตัปปะ กายทิพย์จะเกิดข้างใน ใสยิ่งกว่า กายมนุษย์ละเอียด

2.3กายพรหม ผู้ที่รักษาศีลนั่งสมาธิมากๆ พรหมวิหาร 4 จะเกิดขึ้นเอง กายพรหมจะเกิดภายใน

2.4กายธรรม รักษาศีล นั่งสมาธิ ใจผ่องใสมากๆ มรรค 8 ก็เริ่มเกิด พระธรรม-กายจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ยืน เดิน นั่ง นอน เห็นพระธรรมกายในตัวสว่าง

------------------------------------------------------------

MD 408 สมาธิ 8: วิปัสสนากัมมัฏฐาน