มุสาวาท (พูดเท็จ)

วันที่ 02 กย. พ.ศ.2558

 

มุสาวาท (พูดเท็จ)

            คำว่า มุสา แปลว่า เท็จ เจตนาทำให้พูดเท็จ ชื่อว่า มุสาวาท ได้แก่ อกุศลเจตนาที่ก่อให้เกิดความพยายามทางกายและทางวาจาของคนโกง โดยมุ่งจะหลอกลวงคนอื่นให้เสียประโยชน์6)

 

กรณีศึกษาในเรื่องของกรรมมุสาวาท

กรณีศึกษาที่ 1 (วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2547) ชายคนหนึ่งเป็นคนที่ฉลาด เรียนเก่งมาก เป็น คนรักเรียน เอาจริงเอาจัง จบมัธยมโดยใช้เวลาเรียนเพียง 3 ปี สามารถสอบเทียบได้ถึงหกชั้น เขาเป็นปลัดอำเภอได้ไม่นานก็ลาออก และเข้ารับราชการครู แต่ก็ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ ต่อมาเมื่ออายุมากขึ้น หน้าที่การงานก้าวหน้าขึ้น นิสัยการดื่มจึงเบาบางลง และเลิกราไปในที่สุด เขาไม่เคยเอ่ยถึงวัด ไม่เคยเอ่ยถึงพระเลย เพราะไม่ชอบ แต่พอช่วงหลังก็เริ่มสนใจในเรื่องของศาสนาบ้าง เพราะได้รับฟังคำแนะนำและฟังธรรมะจากพระรูปหนึ่ง ทำให้รู้สึกเลื่อมใสศรัทธา จึงทุ่มเทศึกษาปฏิบัติอย่างจริงจังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และได้ร่วมกันก่อตั้งวัดที่อยู่ใกล้บ้านจนสำเร็จ จึงทำให้เขาได้ทำบุญตักบาตรทุกวัน ต่อมาชายผู้นี้เริ่มมีอาการหลงลืมและย้ำคิดย้ำทำ เช่น ลืมสิ่งของบ่อย การช่วยเหลือตัวเองเริ่มมีปัญหามากขึ้น เช่น เอาแปรงสีฟันมาหวีผม ซดน้ำพริกแทนต้มจืด ซึ่งหมอบอกว่าเป็นโรคสมองฝ่อ โดยจะฝ่อลงเรื่อยๆ สิ้นสภาพเร็วกว่าปกติ

สาเหตุที่ชายผู้นี้เป็นโรคสมองฝ่อ เพราะกรรมในอดีตชาติเคยเกิดเป็นพ่อค้า ได้โกหกหรือบรรยายสินค้าเกินจริง บางทีของถูกก็บอกว่าแพง เพื่อต้องการขายสินค้า

 

กรณีศึกษาที่ 2 (วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547) ชายคนหนึ่งเกิดในครอบครัวชาวนา มีชีวิตที่ยากลำบากมาตั้งแต่เด็ก ต้องไปเป็นเด็กวัด ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ก็เป็นคนที่มีปัญญาประกอบกับมีความทรงจำที่ดี ใช้วิธีเรียนแบบครูพักลักจำจึงสามารถอ่านออกเขียนได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในวัยหนุ่มดื่มเหล้าและเล่นการพนัน แต่มาเลิกได้เมื่อมีลูก เพราะกลัวจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีของลูก อีกทั้งยังได้เข้าวัดปฏิบัติธรรมและมีผลการปฏิบัติธรรมที่ดี แต่ภายหลังความจำเริ่มเสื่อมลง มีอาการหลงลืมมากขึ้น และเกิดอาการเส้นโลหิตในสมองแตก ทำให้เป็นอัมพาต

สาเหตุที่ชายผู้นี้ความจำเสื่อม เกิดเส้นโลหิตในสมองแตกและเป็นอัมพาต เพราะกรรมในอดีตชาติเคยติดการพนันมาก จึงมักจะโกหกหรือไปหลอกขายของปลอม เพื่อเอาเงินมาเล่นการพนัน และมีอยู่ครั้งหนึ่งเขาเป็นเจ้ามือ มีคนมาเล่นด้วย แต่คนนั้นเล่นเสียแล้วไม่ยอมให้เงิน จึงชวนเพื่อนไปซ้อมจนคนนั้นเป็นอัมพาต

 

กรณีศึกษาที่ 3 (วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2546) ชายคนหนึ่งชอบเล่นไพ่ จึงไม่ได้รับความไว้วางใจจากพ่อ สมบัติที่พ่อยกให้จึงใส่ชื่อภรรยาของเขาแทน เพราะกลัวว่าเขาจะเอาไปขายเพื่อเล่นไพ่ ตอนหลังเขาติดการพนันจนเป็นหนี้แบบดินพอกหางหมู มีคนมาขู่ก็กลัวมาก จึงขอร้องภรรยาให้ช่วยใช้หนี้ให้ ภรรยาก็ใช้ให้แต่มีข้อแม้ว่าต้องบวช เขาก็ยอมบวชจนกระทั่งรับกฐินแล้วจึงลาสิกขา แต่เมื่อลาสิกขาได้ แค่ 3 เดือน ก็เริ่มคบกับพวกเล่นไพ่อีก ทั้งๆ ที่เคยสาบานต่อหน้าพระประธานเมื่อตอนบวชว่า จะเลิกเล่นไพ่ ภายหลังเขามีอาการนอนชัก อุจจาระราด อาการเหมือนคนใกล้ตาย ตัวเขียวคล้ำๆ แล้วก็เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ

สาเหตุที่ชายผู้นี้ตายด้วยอาการชัก อุจจาระราด โดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะกรรมในปัจจุบันที่ผิดคำสาบานกับพระประธานว่าจะเลิกเล่นไพ่ในช่วงบวช รวมกับกรรมปาณาติบาตทั้งในอดีตและปัจจุบัน

 

กรณีศึกษาที่ 4 (วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2548) หญิงคนหนึ่งเป็นคนใจบุญ ชอบทำบุญ สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น ใส่บาตรพระทุกวัน เป็นกรรมการวัดใกล้บ้าน เป็นโยมอุปัฏฐากส่งปิ่นโตถวาย พระเป็นประจำและได้ปฏิบัติธรรมจนมีผลการปฏิบัติธรรมที่ดี แต่ปัจจุบันกลับเป็นโรคขี้ลืม

สาเหตุที่หญิงผู้นี้เป็นโรคขี้ลืม เพราะกรรมในอดีตชาติเคยเกิดเป็นนักธุรกิจ ได้โกหกในเรื่องทำธุรกิจ และกรรมในปัจจุบันที่โกหก ประกอบกับอายุที่มากขึ้น

 

กรณีศึกษาที่ 5 (วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2548) หญิงคนหนึ่งต้องรับภาระดูแลลูกถึง 8 คนหลังจากที่สามีเสียชีวิตแล้ว ต่อมาเธอล้มป่วยเริ่มพูดไม่ได้ แขนและขาขวาใช้งานไม่ได้ คุณหมอบอกว่าเป็นโรคสมองฝ่อและอาการก็ทรุดหนักมากขึ้นจนเสียชีวิตในที่สุด

สาเหตุที่หญิงผู้นี้เป็นโรคสมองฝ่อ เพราะกรรมในอดีตชาติมีอาชีพค้าขาย จึงมักจะโกหกลูกค้าเป็นประจำ ส่วนที่พูดไม่ได้ แขนและขาขวาใช้งานไม่ได้ เพราะกรรมในอดีตชาติเคยเกิดในสังคมเกษตรกรรม ได้เลี้ยงหมูไว้ขายให้เขาฆ่าเป็นจำนวนมาก และจับหมูมัดขามัดปากเพื่อส่งขาย

-------------------------------------------------------------------

6) กถาว่าด้วยวินัย มังคลัตถทีปนีแปล เล่ม 2. (กรุงเทพฯ : มหามกุฎราชวิทยาลัย,2532), หน้า 105.

GL 203 กฎแห่งกรรม
กลุ่มวิชาเป้าหมายชีวิต

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0014611999193827 Mins