รวมนิทานชาดกพร้อมภาพประกอบสีสดใส ข้อคิดจากชาดก นิทานชาดกภาษาอังกฤษ วีดีโอนิทาน

รูปนิทานชาดกกิงฉันทชาดก  ชาดกว่าด้วยโทษที่ฉกฉวยเอาประโยชน์ของคนอื่น

นิทานชาดก : กิงฉันทชาดก  ชาดกว่าด้วยโทษที่ฉกฉวยเอาประโยชน์ของคนอื่น

ชาดก 500 ชาติ

กิงฉันทชาดก  ชาดกว่าด้วยโทษที่ฉกฉวยเอาประโยชน์ของคนอื่น

 

 
ปุโรหิตผู้ฉ้อฉล คดโกง ตัดสินคดีความด้วยสินบน
 
                      ในความยาวนานเป็นอสงไขยแห่งห้วงอนันตจักรวาลนี้ ทุกชีวิตล้วนเคยเกิดและตายมานับครั้งไม่ถ้วนจนกระดูกของคนนับได้ว่ากองเท่าภูเขาและสูงใหญ่ได้เท่ากับผู้อยู่ใกล้ตัวที่ต้องร่วมกรรมต้องกันมาทุกชาติทุกชีวิต มีความเป็นไปเช่นนี้เหมือนกันหมด
 
 
 
กระดูกของมนุษย์กองเท่าภูเขา
 
                        เหตุดังนี้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า สัตว์โลกล้วนเป็นไปตามกรรม กรรมนี้มองไม่เห็นแต่ให้แสงสว่างและความมืดมนแก่เราได้ เหมือนเช่นไฟฟ้านั่นเอง บุรุษผู้ประพฤติกุศลกรรมคือทำความดี
 
 
ชีวิตมนุษย์ในสังสารวัฏ
 
                         เมื่อดับชีวิตลงในโลกมนุษย์แล้ว บุญซึ่งเป็นผลได้จากการทำงานและสร้างความดีต่อผู้อื่นก็จะส่งให้ไปจุติในภพภูมิใหม่ที่ดี คือสรวงสวรรค์ชั้นต่างๆ ตามกระแสบุญ สตรีก็ไม่ได้แตกต่างกัน การจุติคือเกิดทันทีที่สิ้นชีวิตอันเป็นปกติของสังสารวัฏ ก็จะอยู่ในการควบคุมของบาปและบุญเช่นกัน
 
 
ผู้ก่อกุศลกรรมดีไว้ในโลกมนุษย์จะจุติเป็นเทพบุตรและเทพธิดา
 
                         เทพอัปสรหรือเหล่านางฟ้า ธิดาสวรรค์ชั้นต่างๆ จึงล้วนจุติขึ้นมาได้เพราะการก่อกุศลกรรมทำดีไว้ในโลกมนุษย์ ในทางกลับกันผู้กระทำความชั่ว คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว กรณีต่างๆ เมื่อสิ้นชีวิตก็จะตก ลงยังอบายภูมิ
 
 
ผู้ก่ออกุศลกรรมไว้ในโลกมนุษย์เมื่อสิ้นชีวิตจะตกลงสู่อบายภูมิ
  
                         คือสถานอันมืดมนขุมต่างๆ แม้ผู้กระทำดีแต่ยังมีชั่วติดตัวมาก็มิอาจเสวยสวรรค์ได้ทุกเวลา หากยังต้องจุติเป็นเปรต เป็นอสูรหลากหลายชนิดชดใช้กรรมและรอผลบุญ เมื่อพ้นขุมนรกก่อน ข้อกังขาที่ว่า แม้มีผู้ก่อบาปไว้แต่ได้ประกอบบุญอยู่ด้วยในเวลาเดียวกัน คนผู้นั้นได้ตกทุกข์หรือเสวยสุขสถานใด
 
 
พระบรมศาสดา
   
                         พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ เชตะวันมหาวิหาร ทรงปรารภอุโบสถกรรมตรัสพระธรรมเทศนา “ดูก่อนอุบาสก อุบาสิกาทั้งหลาย พวกท่านรักษาอุโบสถหรือ เมื่อเขากราบทูลให้ทรงทราบแล้ว ตรัสว่าท่านทั้งหลายทำการรักษาอุโบสถจัดว่าได้ทำความดี
 
 
พระศาสดาทรงปรารภอุโบสถกรรม
 
                         โบราณบัณฑิตทั้งหลายได้รับยศอันยิ่งใหญ่ ก็เพราะผลของอุโบสถกรรมกึ่งหนึ่ง” อันพวกอุบาสก อุสิกากราบทูลอาราธนา จึงทรงนำอดีตนิทานมาตรัส ในอดีตกาลเมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสีโดยธรรม
 
 
พระเจ้าพรหมทัต
 
                          ทรงเป็นผู้มีศรัทธาปสาทะ ไม่ประมาทในทาน ศีล และอุโบสถกรรม ปุโรหิตผู้เก่งทั้งการเมือง ทั้งการค้าและตัดสินคดีจึงมีพระบัญชาให้ปุโรหิตผู้เก่งกาจของพระองค์จัดการดูแล “รับด้วยเกล้า พระเจ้าค่ะ ข้าพระองค์จะรับราชโองการอย่างซื่อสัตย์เต็มกำลังพระเจ้าค่ะ”
 
 
ปุโรหิตผู้เก่งกาจแต่ชอบฉ้อฉล คดโกง
 
                       ปุโรหิตผู้นี้เก่งกล้าและมากบารมีก็จริง แต่มีข้อบกพร่องอยู่เป็นมลทินอย่างหนึ่ง คือฉ้อฉล คดโกงและไม่เป็นธรรมต่อการตัดสินคดีเลย “ถ้าจำเลยไม่จ่ายตามที่เราเรียกไป ก็เพิ่มโทษให้แล้วส่งไปเข้าคุกซะ”
 
 
 
ปุโรหิตตัดสินคดีความไม่เป็นธรรมตามแต่สินบนที่ได้รับ
 
                         พระเจ้ากรุงพาราณสีบำเพ็ญบุญ สมาทานศีล ไม่ช้านานชาวบ้านก็พากันเดือดร้อนกินนอนไม่เหมือนเก่า “ฮ้า น้ำผึ้งทั้งหม้อก็ยังไม่พอเรอะ ต้องเป็นเงินทองตามที่ท่านเรียกด้วยเหรอ โอ้..คดีสามีข้าคงแพ้แน่ๆ แล้ว แน่ละ ก็ดูฝ่ายโน้นเค้าให้มาซะถุงใหญ่เลย”
 
 
ชาวบ้านต่างเดือดร้อนในการตัดสินคดีความของปุโรหิต
 
                         ปุโรหิตตัดสินคดีความต่างๆ ตามความมากน้อยของสินบน ก่อบาปกรรมบนความทุกข์ของประชาชนเช่นนี้สืบมา มิได้อาทรต่อบาปใดๆ “ฮึมให้ถุงเล็กไปนะ ถูกขังต่ออีกแล้ว!..” แต่ในอีกด้านหนึ่งปุโรหิตได้ปลูกศาลาในบ้านให้คนจรและผู้เดินทางมารอตัดสินคดีต่างๆ ได้พักและรับอาหารเป็นทานภัต ถือเป็นกุศลกรรมของข้าราชการขี้ฉ้อผู้นี้ทางหนึ่ง
 
 
ปุโรหิตปลูกศาลาในบ้านให้คนจรได้พักพร้อมมีอาหารไว้บริการ
 
                       การทำทานเช่นนี้ถูกเล่าขานกันในหมู่ข้าราชการบริพารในพระราชทาน พระเจ้าพรหมทัตจึงเข้าใจว่า ปุโรหิตของพระองค์สมาทานศีลอุโบสถเป็นนิจเช่นกัน “อานิสงส์ของการทำอุโบสถศีล คือศีลแปดนี้จะให้พ้นนรกได้ พวกท่านจงทำเถิด”
 
 
พระเจ้าพรหมทัตทรงชมเชยปุโรหิตแก่ข้าราชบริพารทั้งหลาย
 
                        ทรงชมเชยปุโรหิตแก่ข้าราชบริพารทั้งหลาย “วันนี้เป็นวันถืออุโบสถศีล ปุโรหิตท่านได้กระทำอุโบสถแล้วรึยัง” ความจริงแล้วปุโรหิตมิได้ถือศีลใดๆ แต่เพื่อมิให้พระราชากริ้วก็จำต้องทูลความเท็จ 
 
 
ปุโรหิตได้กล่าวความเท็จต่อพระเจ้าพรหมทัต
 
                      “เช้านี้ข้าพระองค์ทำอุโบสถศีลแล้วพระเจ้าค่ะ” “สาธุ ดีมากเราขออนุโทนาบุญด้วยนะ” เมื่อเสด็จขึ้นตำหนักแล้วจึงถูกจับเท็จจากชาวราชสำนักที่รู้ทัน “ถ้าอย่างท่านปุโรหิตถือศีล พวกเราเนี่ยเป็นเทพกันไปหมดแล้วหละ” “ใช่ กล้าดียังไง มุสาต่อหน้าพระบาทได้เนี่ย”
 
 
ข้าราชบริพารทั้งหลายต่างตำหนิปุโหิตที่กล่าวคำเท็จ
  
                        “พวกท่านอย่าเอ็ดอึงไป เอาหละๆ เราจะกลับไปถืออุโบสถศีลคืนนี้ทดแทนก็แล้วกัน" ปุโรหิตมิได้กล่าวพอพ้น หากแต่คิดทำกุศลถือศีลในคืนนั้นจริงๆ เขารีบกลับบ้านสั่งคนรับใช้ตระเตรียมสถานที่สมาทานศีลและที่ว่างเดินจงกลม
 
 
ปุโรหิตให้คนรับใช้เตรียมสถานที่สมาทานศีลและเดินจงกลม
 
                         เวลานั้นยังมีโอกาสได้ทำทานเพิ่มมาอีก คือมีหญิงชาวชนบทเดินทางมาถึง แต่เรามิได้หุงหาอาหารไว้เธอจึงไม่มีมื้อเย็น คงต้องทนหิวจนเช้า เย็นนั้นปุโรหิตให้หญิงชนบทมารับมะม่วงไปหนึ่งผล “วันนี้เราอาจจะถืออุโบสถจึงไม่มีอาหารเลี้ยงเช่นเคย พี่สาวรับมะม่วงแก้หิวไปก่อนละกันเถิด” “ขอให้ท่านเจริญในบุญทานนะจ๊ะ”
 
 
 
 
หญิงชนบทรับผลมะม่วงจากปุโรหิตประทังความหิว
 
                         ครั้นได้เวลาปุโรหิตและบริวารในบ้านก็ชำระร่างกาย ห่มขาวดูสะอาดดีแล้วสวดมนต์ทำวัตรเย็น กระทำจิตเป็นกุศลเข้าสู่สมาธิ(Meditation)ภาวนาจนเกิดดวงรัตนะภายในร่างเป็นความสว่างสงบเย็นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
 
 
ปุโรหิตและบริวารสวดมนต์ทำวัตร และเดินจงกลม
 
                        ตั้งแต่นั้นปุโรหิตก็มิได้กราบทูลความเท็จอีก หากแต่นำบริวารถือศีล เดินจงกลม บำบัดจิตอยู่เป็นนิจจริงๆ ขณะเดียวกันก็ยังเอารัดเอาเปรียบผู้คนอยู่เป็นธุรกิจคดีเช่นเดิม “เอามา มีมากมีน้อย ก็เอามา เราบริการให้ตามจำนวนเงินอยู่แล้ว เฮ้อๆ ๆ”
 
 
ปุโรหิตได้เลื่อนตำแหน่งเป็นมหาปุโรหิต
 
                         ปุโรหิตได้เลื่อนตำแหน่งเป็นมหาปุโรหิตได้สิทธิ์พิเศษเพิ่มอีกมากมายในพาราณสี เพราะพระราชาเห็นในความดีที่บำเพ็ญศีลอุโบสถมิได้ขาด ย่อมเป็นความดี
 
 
ปุโรหิตสิ้นชีวิตลงท่ามกลางสมบัติมากมายแต่ไม่สามารถนำไปได้เลย
 
                          เมื่อถึงกาละของปุโรหิตก็สิ้นชีวิตลง ทรัพย์สมบัติบริวาร คฤหาสน์อันใหญ่โตก็ไม่ได้มีค่าอะไรอีกต่อไป จิตอันเคยก่อกุศลได้ร่ำภาวนายึดอยู่กับพระและบุญที่ทำจนสิ้นลมหายใจ แรงภาวนาทำให้วิญญาณเห็นแสงสว่าง
 
 
กุศลกรรมที่ทำไว้ทำให้ปุโรหิตจุติเป็นเทพบุตร
 
                         แรงบุญที่ก่อไว้ทำให้จุติใหม่ในบัดดล เป็นเทพบุตรสวยงามและล่องลอยขึ้นสู่คติสถานอันสมควร เป็นสวนสวรรค์มีนางฟ้ากำนัลขับกล่อมล้อมรอบบริการ มีมะม่วงทิพย์เป็นอาหารเพราะได้เคยเมตตาให้มะม่วงแก่หญิงผู้หิวโหย
 
 
สวนสวรรค์ของเทพบุตรมีนางฟ้าขับกล่อมบริการ มีมะม่วงทิพย์เป็นอาหาร
  
                          มีพรหมทิพย์รองกายเพราะเคยให้ที่พักแก่คนจรผู้มารอคดีความ แต่กฎแห่งกรรมย่อมเป็นกฎหมายอันศักดิ์สิทธิ์เสมอ เพราะยามเมื่อสิ้นแสงทิวานั้นทุกครั้งเทพบุตรปุโรหิตจะถูกกระแสอกุศลกรรมที่เคยเอาเปรียบคนอื่นและกล่าวโกหกว่าทำอุโบสถศีลครั้งนั้น
 
 
ยามสิ้นแสงทิวาเทพบุตรกลายร่างเป็น เวมานิกเปรต เพราะอกุศลกรรมที่ทำไว้
 
                        นำลงต่ำสู่อบายภูมิกลายร่างเป็นผีเปรต เรียกว่า เวมานิกเปรต มีไฟลุกไหม้หัวและหิวโหยจนต้องเอาเล็บกระชากเนื้อหนังของตนมากินอยู่ตลอดเวลา รับทุกขเวทนาใช้กรรมเช่นนี้จนอรุณรุ่งมาเยือน ก็จะได้กระแสบุญกลับไปยังวิมารเทพบุตรอีก สลับทุกข์สุขเช่นนี้นานเป็นกัปกัลป์
 
 
ยามอรุณรุ่งมาเยือนกระแสบุญก็นำเทพบุตรกลับยังวิมารของตน
 
   
ในพุทธกาลนั้นปุโรหิต กำเนิดเป็น พระนวกะภิกษุผู้พูดเท็จในอุโบสถศีล
พระเจ้าพรหมทัต เสวยชาติเป็น พระพุทธเจ้า
 
 
นิทานชาดก เรื่องเดียวกันหน้าอื่นๆ
คำค้น :: นิทานชาดก มิใช่เรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อสอนคุณธรรม แต่นิทานชาดก คือ เรื่องในอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นิทานธรรมะที่พระองค์ทรงแสดงไว้แล้วอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีนิทานภาษาอังกฤษ วีดีโอนิทาน คลิปนิทาน การ์ตูนสุภาษิต ให้ศึกษา เพื่อให้เป็น นิทานเยาวชน นิทานเด็ก นิทานสอนใจ นิทานคุณธรรมเพื่อจรรโลงจิตใจ ผู้ศึกษาให้รักในคุณงามความดี นิทา,นิทานชาดก,นิทานชาดกพร้อมรูปภาพประกอบ,นิทาน, นิทานชาดก, นิทานไทย, นิทานธรรมะ, นิทานธรรมะไทย, นิทานเด็ก, คุณธรรม, การ์ตูนธรรมะ, การ์ตูนไทย, การ์ตูนภาพ, การ์ตูนช่อง, การ์ตูนนิทาน, การ์ตูนเด็ก, การ์ตูนสีขาว, นิทานธรรมะออนไลน์, นิทานธรรมะสอนคุณธรรม พระโพธิสัตว์,นิทานชาดกออนไลน์,นิทานชาดกเรื่องสั้น,นิทานชาดก หมายถึง,นิทานชาดกและคติสอนใจ,นิทานสองภาษา,นิทานสำหรับเด็ก,นิทานก่อนนอน
บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร