มงคลชีวิต 38 ประการ "ฉบับทางก้าวหน้า" ลำดับเรื่อง : พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ

สูตรสำเร็จการพัฒนาตนเองตามหลักมงคลชีวิต

มงคลชีวิต 38 ประการ :: สรุปสาระสำคัญการพัฒนาตนเองตามสูตรสำเร็จมงคลชีวิต

สรุปสาระสำคัญการพัฒนาตนเองตามสูตรสำเร็จมงคลชีวิต   

 

         สรุปสาระสำคญการพัฒนาตนเองตามสูตรสำเร็จมงคลชีวิต



         ภายหลังจากที่ได้เรียนรู้เนื้อหาครบทั้ง 11 บทแล้ว จะเข้าใจกระบวนการพัฒนาตนเองตามสูตรสำเร็จมงคลชีวิต 38 ประการ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสำหรับในบทนี้จะได้ทบทวน สรุปสาระสำคัญของวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาตนเอง ในแต่ละบทเรียนที่นักศึกษาได้เรียนผ่านมาอีกครั้งหนึ่ง และจะได้อธิบายขยายความในเนื้อหาเพิ่มเติมเพื่อที่จะเข้าใจหลักธรรมได้ดียิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

         การพัฒนาตนเองตามหลักมงคลชีวิต 38 ประการ ผู้ที่จะได้รับผลจะต้องน้อมนำหลักธรรมะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะนำมาปฏิบัติฝึกฝนอบรมตนเอง เป็นการประกอบเหตุแห่งความเจริญก้าวหน้าทั้งทางกาย วาจา ใจ ทั้งระดับเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องสูง ทำให้เกิดสติและปัญญาสามารถหลีกเลี่ยงเหตุแห่งความเสื่อมทั้งหลาย ตลอดจนความชั่วบาปต่างๆ จึงส่งผลให้ชีวิตประสบความสุข ความเจริญก้าวหน้าทั้งทางโลกและทางธรรม ทั้งชาตินี้ ชาติหน้า จนถึงการบรรลุมรรคผลนิพพานในที่สุด

         การปฏิบัติตามหลักมงคลชีวิตได้รับการจัดลำดับหมวดหมู่ไว้อย่างเป็นระบบ เรียงลำดับจากง่ายไปหายาก เมื่อนำมาปฏิบัติตามลำดับมงคลจะได้รับผลการปฏิบัติที่เปรียบเสมือนการขึ้นบันไดทีละขั้นจนถึงขั้นสูงสุด

         หลักมงคลชีวิต 38 ประการ แบ่งเป็น 10 หมู่ โดยมงคล 5 หมู่แรกประกอบด้วย 18 มงคล และมงคล 5 หมู่หลังประกอบด้วย 20 มงคล ในมงคล 5 หมู่แรก เป็นหลักปฏิบัติเพื่อการดำเนินชีวิตในทางโลกให้ประสบความสำเร็จส่วน 5 หมู่หลังเป็นการย้อนมาฝึกตนอย่างเข้มข้น มุ่งเน้นการพันาปรับปรุงยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น เมื่อส่วนแรกมีความบริบูรณ์ การมาปฏิบัติในส่วนหลังก็จะทำได้สะดวกไม่ต้องพะวักพะวนมุ่งพัฒนาตนสู่จุดหมายสูงสุด กำจัดกิเลส จนบรรลุมรรคผลนิพพาน

         ดังนั้นบุคคลผู้ที่สามารถพันาตนเองให้ประสบความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม จะต้องประกอบเหตุแห่งความเจริญที่ยังไม่มีให้มีขึ้น ที่มีอยู่แล้วให้เพิ่มพูนยิ่งๆ ขึ้นไป พร้อมทั้งจะต้องหลีกเลี่ยงและกำจัดเหตุแห่งความเสื่อมที่มีอยู่แล้วให้หมดไป ที่ยังไม่มีก็ไม่ให้มีเกิดขึ้น โดยจะต้องลงมือปฏิบัติปรับปรุงตนเองในเบื้องต้นอย่างน้อย 5 ขั้น คือ ต้องฝึกตนให้เป็นคนดีสร้างความพร้อมในการฝึกตนเอง ต้องฝึกตนเองให้เป็นคนมีประโยชน์ ต้องบำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว และต้องบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม เมื่อมีความพร้อมในเบื้องต้นแล้วจะต้องพัฒนาปรับปรุงตนเองให้มีความก้าวหน้าด้านคุณธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไปอีก 5 ขั้น คือ ต้องมีการปรับเตรียม ภาพใจให้พร้อม ต้องแสวงหาธรรมะเบื้องต้นใส่ตัว ต้องแสวงหาธรรมะเบื้องสูงใส่ตัวต้องฝึกภาคปฏิบัติเพื่อกำจัดกิเลส ให้สิ้นไป แล้วจะประสบผลของการปฏิบัติธรรมจนหมดกิเลส


         สาระสำคัญของแต่ละหมู่มงคล
 

         1. มงคลหมู่ที่1 ฝึกตนเองให้เป็นคนดี ต้องไม่คบคนพาล ต้องคบบัณฑิต และต้องบูชาบุคคลที่ควรบูชา


         1. มงคลหมู่ที่1 ฝึกตนเองให้เป็นคนดี ต้องไม่คบคนพาล ต้องคบบัณฑิต และต้องบูชาบุคคลที่ควรบูชา

         การปฏิบัติตามหลักมงคลมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน การจะปฏิบัติมงคลข้อหลังได้เราจะต้องอิงอาศัยมงคลในข้อแรกๆ เสมือนบันไดชีวิต ที่ต้องขึ้นไปเป็นขั้นๆ ขั้นที่สำคัญที่สุด คือขั้นแรกต้องไม่คบคนพาล ถ้ายังคบคนพาลแล้ว ไปปฏิบัติข้ออื่นๆก่อนก็มีสิทธิ์ทำได้ไม่สำเร็จ เพราะไปติดเชื้อคนพาลอีกข้อหลังๆ ต้องอาศัยข้อแรกๆ อย่างเช่นประพฤติพรหมจรรย์ ก็ต้องเริ่มต้นที่ไม่คบคนพาลก่อน ถึงจะไปได้


         การคบคนก็ต้องเลือกคบคนดี บูชาบุคคลที่ดี เป็นกัลยาณมิตรส่งเสริมกำลังใจให้กับเราการลงมือปฏิบัติถ้าผ่านมงคลหมู่แรกได้แล้ว เปรียบเสมือนได้แก่นของหลักมงคลชีวิต เมื่อปฏิบัติในหมู่ต่อๆ มาก็เปรียบเสมือนองค์ประกอบที่ทำให้มงคลหมู่แรกสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะการที่บุคคลจะามารถพัฒนาตนเองให้ได้ดีหรือไม่นั้น ขึ้นกับวินิจฉัยเป็นสำคัญ เพราะคนที่วินิจฉัยดี จะสามารถแยกแยะได้ว่า อะไรดี อะไรชั่ว อะไรบุญ อะไรบาป อะไรถูก อะไรผิด อะไรควร อะไรไม่ควร เมื่อเวลาพูด และลงมือกระทำ ก็จะทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม ไม่ประพฤติผิดพลาด ต่างกับผู้ที่มีวินิจฉัยเสีย เนื่องจากแยกแยะไม่ออกทำให้หลงเข้าใจผิดว่าสิ่งไม่ดีกลายเป็นของดี ก็เลยทำความชั่วเข้าไป ชาตินี้เลยเอาดีไม่ได้ จะพยายามพันาตนเองอย่างไรก็ไม่ได้ดี

         แหล่งที่มาของวินิจฉัยในตัวคน มีที่มาจาก 2 แหล่งใหญ่ คือ

         แหล่งที่ 1 ได้มาจากคนใกล้ชิดหรือคนที่เราคบ ถ้าคนที่เราคบเป็นคนดี เป็นบัณฑิตแล้วเราก็จะได้รับการถ่ายทอดวินิจฉัยที่ดี แต่ถ้าคนที่เราใกล้ชิดเป็นคนพาลเสียแล้ว เราก็อาจติดเอาเชื้อพาลเข้าให้รับเอาวินิจฉัยที่ไม่ดีเข้ามา

         แหล่งที่ 2 ได้มาจากการฟังคนที่เราคบ แล้วเอามาตรึกตรอง จับแง่คิด จนกระทั่งเกิดความวินิจฉัยของตัวเราเอง ถ้าแบบที่ถูกต้องเรียกว่า โยนิโสมนสิการ คือจับแง่คิดถูก คือพอได้ข้อมูลมาก็ตั้งปัญหาได้ถูกแง่มุม แล้วแก้ปัญหาได้ถูกแง่มุม หรือได้รับข่าวสารที่มีคนเขาแก้ไขปัญหาได้ถูกแง่มุม แล้วก็รับเอาความคิดเห็นที่ถูกหรือวินิจฉัยที่ถูกนั้นมา ในทางกลับกันถ้าเราจับแง่คิดผิดเสียแล้ว การตัดสินใจของเราก็ผิดพลาด ก่อให้เกิดบาปอกุศล

         ดังนั้นผู้ที่มีวินิจฉัยดีได้ ต้องไม่คบคนพาล คบบัณฑิต และบูชาบุคคลที่ควรบูชา เป็นการป้องกันไม่ให้ได้รับวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้องจากคนพาล ได้รับการถ่ายทอดวินิจฉัยที่ถูกต้องจากบัณฑิต และบุคคลที่ดีมีคุณธรรมที่เราบูชา รวมทั้งผู้มีวินิจฉัยดีจะต้องมีพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจเรื่องของสัมมาทิฏฐิ 8 ประการ กฎแห่งกรรม กุศลกรรมบถ อกุศลกรรมบถ อย่างถูกต้องเป็นเบื้องต้น ทำให้เป็นผู้ที่มีมาตรฐานในใจเพราะว่าการฝึกตนเองให้เป็นคนดีได้นั้น คือ  การพัฒนานิสัยที่ดีของเราให้เกิดขึ้น จากการรับการถ่ายทอดความคิดเห็น คำพูด การกระทำที่ถูกต้อง และคุณธรรมความดี มาประพฤติปฏิบัติจนกลายเป็นนิสัยของเราเอง

 

2. มงคลหมู่ที่ 2 สร้างความพร้อมในการฝึกตนเอง ต้องอยู่ในถิ่งที่เหมาะสม ต้องมีบุญวาสนามาก่อนและต้องตั้งตนชอบ


         2. มงคลหมู่ที่ 2 สร้างความพร้อมในการฝึกตนเอง ต้องอยู่ในถิ่งที่เหมาะสม ต้องมีบุญวาสนามาก่อนและต้องตั้งตนชอบ

         การพัฒนาตนองให้มีคุณธรรมความดีเจริญยิ่งขึ้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมสร้างความพร้อมในการฝึกตนเองสามารถทำความดีได้อย่างสะดวก เพื่อจะได้ปรับปรุงตนเองได้อย่างดียิ่งขึ้น เพราะจะช่วยกระตุ้นให้เรามีความกระตือรือร้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนให้เราสามารถฝึกตนได้สะดวกก้าวหน้ายิ่งขึ้น จนประสบความสำเร็จทั้งชาตินี้ ชาติหน้าจนถึงการบรรลุมรรคผลนิพพาน

         บุคคลที่พอมีความเห็นถูกต้อง ได้ต้นแบบที่ดี มีปัญญาขึ้นในระดับหนึ่ง ก็มีความจำเป็นที่ต้องการปฏิรูปเทส เป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีให้เป็นการสนับสนุนเอื้ออำนวยให้สามารถทำความดี พัฒนาปรับปรุงตนเองได้อย่างสะดวกสบาย องค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่ง เขาจะต้องมีบุญเก่าดีด้วย หรือที่เรียกว่าวาสนาดี คือ ต้องสร้างความดีข้ามภพข้ามชาติมา และหมั่นสร้างความดีในชาตินี้ ทำให้เป็นผู้มีความพร้อมทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ ทรัพย์สมบัติ มีความคุ้นเคยกับการสั่งสมบุญอย่างไม่ขาด เป็นผู้มีความพอใจในกุศลธรรม ทำให้สามารถตั้งตนไว้ในทางที่ชอบ คือ ตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ถูกต้อง เป็นเรื่องที่สำคัญมากเป็นเบื้องต้นในการดำเนินชีวิตไปสู่หนทางแห่งความเจริญก้าวหน้าทั้งในชาตินี้ ชาติหน้า และการบรรลุมรรคผลนิพพาน เพราะทำให้สามารถประคับประคองความดีของเราไว้ได้สามารถสร้างความดีได้อย่างต่อเนื่อง บรรลุตามเป้าหมายทีละขั้นๆ จนถึงนิพพาน

 

3. มงคลหมู่ที่ 3 ฝึกตนให้เป็นคนมีประโยชน์ ต้องเป็นพหูสูต ต้องมีศิลปะ ต้องมีวินัย และต้องมีวาจาสุภาษิต

         3. มงคลหมู่ที่ 3 ฝึกตนให้เป็นคนมีประโยชน์ ต้องเป็นพหูสูต ต้องมีศิลปะ ต้องมีวินัย และต้องมีวาจาสุภาษิต

         คนที่มีประโยชน์ ต้องเป็นผู้ที่มีทั้งความรู้ความสามารถ เป็นที่พึ่งให้ตนเองได้ พร้อมทั้งนำความรู้ความสามารถที่มีมาใช้ในทางที่ถูกต้องการที่เรามีคุณสมบัติเหล่านี้อย่างครบถ้วนทำให้มีโอกาสฝึกตนเองได้มากยิ่งขึ้นสามารถนำความรู้ความสามารถมาทำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสังคม ความรู้ความสามารถเหล่านี้ จึงเปรียบเสมือนเครื่องประดับอันงดงาม อลังการ ทำให้มีความโดดเด่นเป็นสง่าในสังคม

 

4. มงคลหมู่ที่ 4 บำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว ต้องบำรุงบิดามารดา ต้องเลี้ยงดูบุตร ต้องสงเคราะห์ภรรยา (สามี) และต้องทำงานไม่คั่งค้าง


         4. มงคลหมู่ที่ 4 บำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว ต้องบำรุงบิดามารดา ต้องเลี้ยงดูบุตร ต้องสงเคราะห์ภรรยา (สามี) และต้องทำงานไม่คั่งค้าง

         เมื่อเราเป็นคนดีที่สามารถพึ่งตนเองได้ จะต้องสามารถเป็นที่พึ่งให้กับบุคคลในครอบครัวพร้อมทั้งสามารถตั้งหลักสร้างฐานะให้ตนได้ด้วย ทำให้ครอบครัวอยู่ร่มเย็นเป็นสุข มีความรับผิดชอบต่อคนในครอบครัว เลี้ยงดูบิดามารดาทดแทนคุณอันยิ่งใหญ่ที่ท่านเคยเลี้ยงดูเรามา รับผิดชอบต่อบุตร และภรรยาให้เขามีชีวิตที่ดี มีความสุขทั้งทางโลก ทางธรรม และทำหน้าที่การงานของเราที่ได้รับมอบหมายให้บรรลุผลสำเร็จ ถือเป็นความก้าวหน้าในการฝึกฝนอบรมตนเอง คนเราจะดีเพียงตัวคนเดียวไม่ได้ ต้องขยายสิ่งที่ดีไปสู่คนรอบข้าง โดยเริ่มต้นจากบุคคลใกล้ตัวของเรา ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่จะต้องพบเจออยู่เสมอเป็นเสมือนการสร้างปฏิรูปเทส ให้กับตนเอง เป็นเกราะทำให้เราขยายการฝึกตนให้ก้าวหน้ากว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีก

 

5. มงคลหมู่ที่ 5 บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ต้องบำเพ็ญทาน ต้องประพฤติธรรม ต้องสงเคราะห์ญาติและต้องทำงานไม่มีโทษ


         5. มงคลหมู่ที่ 5 บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ต้องบำเพ็ญทาน ต้องประพฤติธรรม ต้องสงเคราะห์ญาติและต้องทำงานไม่มีโทษ

         เมื่อเรามีความพร้อมในการฝึกตนเองในระดับครอบครัวแล้ว เพื่อความก้าวหน้าในการพัฒนาตนเองเพิ่มพูนคุณธรรมความดีให้ยิ่งขึ้นไป เราต้องขยายความสามารถให้การทำความดีให้ออกไปสู่ระดับสังคมร้างสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข เป็นการสร้างปฏิรูปเทส ให้กับตัวของเราเช่นกัน เพื่อประคับประคองตัวเราให้เข้าใกล้เป้าหมายชีวิตที่เราวางไว้ โดยการเปลี่ยนทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่เปลี่ยนจากทรัพย์ทางโลก ให้เป็นบุญกุศล เป็นอริยทรัพย์ติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ พร้อมทั้งพันาคุณธรรมของเราในระดับสูงขึ้นไป ด้วยการนำหลักธรรมะมาควบคุมเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ และนำความรู้ความสามารถของเราไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับหมู่ญาติ ชุมชน และสังคม เป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมสร้างสังคมให้มั่นคงเป็นปึกแผ่น

         ขณะที่เราได้พันาตนมาถึงมงคลหมู่ที่ 5 นี้ ในทางโลกก็นับว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ ได้รับการยกย่องนับถือในสังคม เป็นผู้ที่เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตระดับผู้ที่มีเป้าหมายในโลกนี้ แต่สำหรับผู้ที่มีเป้าหมายชีวิตที่สูงขึ้นไป ก็จะต้องมุ่งย้อนมาพันาทางด้านจิตใจเป็นสำคัญ ด้วยการฝึกอย่างเข้มข้นเพื่อขัดเกลากิเลส ที่ห่อหุ้มจิตใจให้เบาบางจนกิเลส หมดสิ้นไป เป็นใจที่สะอาดบริสุทธิ์ ประดุจเดียวกับจิตของพระอริยเจ้าทั้งปวง

 

6. มงคลหมู่ที่ 6 ปรับเตรียม ภาพใจให้พร้อม เพื่อฝึกใจให้มีคุณภาพสูงขึ้น ต้องงดเว้นจากบาปต้องสำรวมจากการดื่มน้ำเมา และต้องไม่ประมาทในธรรม

 

         6. มงคลหมู่ที่ 6 ปรับเตรียม ภาพใจให้พร้อม เพื่อฝึกใจให้มีคุณภาพสูงขึ้น ต้องงดเว้นจากบาปต้องสำรวมจากการดื่มน้ำเมา และต้องไม่ประมาทในธรรม

         เราสามารถปรับเตรียม ภาพใจด้วยการป้องกัน แก้ไขเหตุที่ทำให้เราไม่พร้อมฝึก ไม่พร้อมปฏิบัติธรรม ไม่พร้อมทำความดี คือต้องงดเว้นจากการประพฤติอกุศลกรรมบถ 10 ประการ ต้องไม่ทำลายสติการฝึกฝนคุณธรรมความดีให้ก้าวหน้าต้องมีสติกำกับด้วย และต้องไม่ดูเบาในเหตุที่ทำให้ขาดความกระตือรือร้น ย่อหย่อนในการสร้างความดี

 

7. มงคลหมู่ที่ 7 การแสวงหาธรรมะเบื้องต้นใส่ตัว ต้องมีความเคารพ ต้องมีความถ่อมตน ต้องมีความสันโดษ ต้องมีความกตัญญู และต้องฟังธรรมตามกาล

         7. มงคลหมู่ที่ 7 การแสวงหาธรรมะเบื้องต้นใส่ตัว ต้องมีความเคารพ ต้องมีความถ่อมตน ต้องมีความสันโดษ ต้องมีความกตัญญู และต้องฟังธรรมตามกาล

         เมื่อปรับพื้นฐานจนเรามี ภาพใจพร้อมแล้ว จะต้องรู้จักแสวงหาธรรมะจากผู้ที่มีคุณธรรมความรู้ว่าใครเป็นผู้มีคุณธรรมที่แท้จริงแล้ว ต้องพยายามให้ท่านถ่ายทอดคุณธรรมความรู้มาสู่ตัวเรา ดังนั้น เราต้องมีคุณสมบัติที่พอเหมาะกับการเป็นผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดคุณธรรมนั้น โดยจะต้องแสดงคุณธรรม ของเราให้ประจักษ์ว่าเป็นผู้มีคุณสมบัตินั้น รวมทั้งจะต้องจักกาลเทศะที่เหมาะสม และมีความตั้งใจรองรับ คุณธรรมความดี เพื่อนำมาพันาปรับปรุงจิตใจ นำมาตรวจสอบแก้ไขตนเอง ขัดเกลากิเลส ให้เบาบางยิ่งขึ้น

 

8. มงคลหมู่ที่ 8 การแสวงหาธรรมะเบื้องสูงใส่ตัว ต้องมีความอดทน ต้องเป็นคนว่าง่าย ต้องเห็นสมณะและต้องสนทนาธรรมตามกาล
 

         8. มงคลหมู่ที่ 8 การแสวงหาธรรมะเบื้องสูงใส่ตัว ต้องมีความอดทน ต้องเป็นคนว่าง่าย ต้องเห็นสมณะและต้องสนทนาธรรมตามกาล

         การพัฒนาให้มีคุณธรรมให้มากยิ่งๆ ขึ้นไปต้องมีความอดทน ในการฝึกฝนตนเอง จนประสบความสำเร็จดังเป้าหมาย ต้องเป็นคนว่าง่าย ยอมรับคำสั่งสอนจากผู้ที่มีคุณธรรมสามารถรองรับคำสั่งสอนมาฝึกตนให้มีคุณธรรมเพิ่มขึ้น รวมทั้งได้เห็นต้นแบบมาตรฐานจากสมณะผู้ฝึกตนมาอย่างเต็มที่ จนมีกำลังใจในการฝึกตน และสามารถสร้างปัญญาจากการสนทนาธรรมกับสมณะผู้มีคุณธรรม จนสามารถแสวงหาธรรมเบื้องสูงใส่ตัวได้

 

9. มงคลหมู่ที่ 9 การฝึกภาคปฏิบัติเพื่อกำจัดกิเลสให้สิ้นไป ต้องบำเพ็ญตบะ ต้องประพฤติพรหมจรรย์ต้องเห็นอริยสัจ และต้องทำนิพานให้แจ้ง

         9. มงคลหมู่ที่ 9 การฝึกภาคปฏิบัติเพื่อกำจัดกิเลสให้สิ้นไป ต้องบำเพ็ญตบะ ต้องประพฤติพรหมจรรย์ต้องเห็นอริยสัจ และต้องทำนิพานให้แจ้ง

         จากการฝึกตนที่ผ่านมาเราได้ฝึกขัดเกลานิสัยที่ไม่ดีมาหลายประการ ได้ฝึกฝนเพิ่มพูนคุณธรรมให้มีมากขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถรับประกันว่านิสัยที่ไม่ดีนั้นจะไม่กลับมาอีก เพราะปกติใจของคนเรามีขึ้น มีลง มีใส มีขุ่นมัว ยังไม่แน่นอน เมื่อถึงมงคลหมู่นี้ เป็นการปฏิบัติขัดเกลากิเลสอย่างยิ่งยวดเพื่อกำจัดกิเลส ให้หมดสิ้นอย่างถอนรากถอนโคน โดยไม่ย้อนกลับมาส่งผลอีก ด้วยการบำเพ็ญตบะปฏิบัติธุคงควัตรขัดเกลากิเล ให้หลุดร่อนไป ด้วยการประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อยกใจออกจากกามมุ่งสู่โลกุตรภูมิซึ่งเป็นภูมิของอริยบุคคล ต้องบำเพ็ญมรรคมีองค์ 8 จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกายสามารถเห็นอริยสัจ และพิจารณาอริยสัจไปตามลำดับจนกระทั่งหมดกิเลส ทำนิพพานให้แจ้งได้ในที่สุด

 

 

10. มงคลหมู่ที่ 10 ผลจากการปฏิบัติธรรมจนหมเกิเลส สามารถบรรยายสภาวะจิตที่หมดกิเลสได้หลายลักษณะ เช่น จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม จิตไม่โศก จิตปราศจากธุลี และจิตเกษม

         10. มงคลหมู่ที่ 10 ผลจากการปฏิบัติธรรมจนหมดเกิเลส สามารถบรรยายสภาวะจิตที่หมดกิเลสได้หลายลักษณะ เช่น จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม จิตไม่โศก จิตปราศจากธุลี และจิตเกษม

         เมื่อเราได้ฝึกฝนอบรมตนเองมาอย่างเข้มงวด จนมีความเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับจนถึงที่สุดตามเป้าหมายชีวิตที่เราวางไว้ คือถึงที่สุดของการพัฒนาตนเองตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหมดกิเลส พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏแล้ว มีจิตที่สะอาดผ่องใสบริสุทธิ์บริบูรณ์แล้วเข้านิพพานตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าพระอรหันตสาวกทั้งหลาย


         แนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

         การนำสูตรสำเร็จมงคลชีวิต 38 ประการแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้ผลเราต้องแม่นในหลักปฏิบัติของแต่ละมงคล รวมทั้งรู้จักแตกแม่บท ขยายความ แยกแยะรายละเอียดของแต่ละมงคลได้อย่างขึ้นใจ จะได้ดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง เมื่อเกิดปัญหาขึ้นต้องตรวจสอบแต่ละมงคลว่าตัวเราได้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักธรรมหรือไม่ ขัดกับมงคลข้อไหนบ้าง เพราะปัญหาทุกปัญหานั้นถ้าเราตรวจสอบอย่างดีแล้วจะพบว่าเกิดจากการที่เราไม่ได้ปฏิบัติตามหลักมงคลข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายๆ ข้อเมื่อพบแล้วต้องแก้ไขปรับปรุงตัวเราให้ได้ตามหลัก ถ้าทำได้อย่างนี้จะทำให้การพัฒนาปรับปรุงตนเองก้าวหน้าไปสู่จุดหมายได้อย่างแน่นอน แม้จะยังไม่หมดกิเลส ในชาตินี้ การที่เราประพฤติปฏิบัติจนติดเป็นนิสัย ก็จะส่งผลเป็นอุปนิสัยที่ติดอยู่ในใจในชาติต่อๆ ไปส่งผลให้เป็นปัจจัยสนับสนุนการฝึกตัวให้สะดวกสบาย เมื่อฝึกต่อไปซ้ำๆ จนมีคุณธรรม มีความบริสุทธิ์เพียงพอ ก็จะถึงจุดหมาย บรรลุมรรคผลนิพพานได้อย่างแน่นอน

 

 

จากหนังสือ DOU กองวิชาการ  มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย

วิชา GB 102 สูตรสำเร็จการพัฒนาตนเอง

DOU GB 102 สูตรสำเร็จการพัฒนาตนเอง