อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 6

เรื่องที่ ๕๒ อานุภาพเทปพระมหาสิริราชธาตุ

เรื่องที่ ๕๒ อานุภาพเทปพระมหาสิริราชธาตุ
 

เรื่องนี้ คุณพรพงศ์ และคุณสุภาภรณ์ พุทธิเจริญลาภ สองคนพี่น้อง เล่าว่า คุณพรพงศ์ ทำงานที่บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวงไทยจำกัด อยู่ฝ่ายขาย ทำงานในระยะแรก ต้องไปตรวจดูสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท ปรากฏว่ามียอดขายน้อยมาก ทางผู้จัดการได้เร่งรัดให้คุณพรพงศ์ทำยอดขายให้ได้มากขึ้น ทำให้คุณพรพงศ์รู้สึกเป็นทุกข์ใจ


พอดีน้าสาวชื่อ สุชาดา พุทธิเจริญลาภ ทำงานอยู่ที่วัดพระธรรมกาย นำเทปเรื่องพระมหาสิริราชธาตุมาให้ฟัง ก่อนออกจากบ้านไปทำงานทุกๆเช้า คุณพรพงศ์จะเปิดเทปฟังจนจบหนึ่งรอบ แล้วก็นึกถึงบุญกุศลที่เคยกระทำไว้ในเรื่องต่างๆ เช่น บุญสร้างพระธรรมกายประจำตัว บุญหล่อรูปทองคำหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ทำดังนี้ทุกเช้า


ไม่นานนัก มีลูกค้ารายหนึ่ง ซึ่งหยุดซื้อขายกับบริษัทมานานถึง ๓ ปีแล้ว ติดต่อเข้ามา คุณพรพงศ์จึงไปดูแลสนันสนุนกิจการ เพียงเดือนเดียวยอดขายของลูกค้ารายดังกล่าว ซึ่งอยู่ทางฝั่งธน พุ่งขึ้นสูงเป็นที่หนึ่งของภาค (ภาคนครหลวง ๒) เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายของบริษัทมีคุณพรพงศ์ผู้เดียวที่มียอดขายพุ่งขึ้นลิ่ว คนอื่นๆ ก็มียอดขายแต่เป็นยอดตกทั้งสิ้น


เมื่อผลงานสวนกระแสเศรษฐกิจเช่นนี้ คุณพรพงศ์รู้สึกเชื่อมั่นในอานุภาพของบุญ เพราะขนาดยังไม่ได้รับพระมหาสิริราชธาตุองค์จริง เพียงได้ฟังเทปที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระมหาสิริราชธาตุทุกเช้าก่อนไปทำงาน ยังมีโชคลาภขนาดนี้ คุณพรพงศ์จึงรีบไปทำบุญสร้างองค์พระเพื่อบูชาคุณครูบาอาจารย์ เมื่อทำบุญไปแล้วก็ตั้งใจรักษาศีลห้า เพื่อให้กาย วาจา ใจบริสุทธิ์ เพื่อรองรับพระศักดิ์สิทธิ์มาอยู่ด้วย

อานุภาพ พระมหาสิริราชธาตุ พระดูดทรัพย์ เรื่องที่ ๕๒ อานุภาพเทปพระมหาสิริราชธาตุสำหรับคุณสุภาภรณ์ พุทธิเจริญลาภ ผู้เป็นน้องสาว อยู่ต่างจังหวัด ตกงานจึงเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ ตลอดเวลา ๓ เดือนอยู่ที่บ้านพี่ชาย เป็นทุกข์ใจมาก สมัครงานไว้ถึง ๒๐ แห่ง เรียกไปสัมภาษณ์เพียง ๒ แห่งเท่านั้น แล้วก็พลาด เพราะมีความรู้แค่ปริญญาตรีสู้ปริญญาโทไม่ได้บ้าง เป็นผู้หญิง สู้ผู้ชายไม่ได้บ้าง

จากนั้นมาก็ไม่มีบริษัทใดเรียกตัวอีกเลย ระยะนั้นเห็นพี่ชายบ่นกลุ้มใจเรื่องงานที่ทำอยู่ว่ายอดขายน้อยมาก แล้วเปิดเทปเรื่องพระมหาสิริราชธาตุฟังทุกเช้า คุณสุภาภรณ์ก็ฟังตาม ทีแรกไม่ตั้งใจฟัง ฟังไม่จบ พอฟังซ้ำๆ หลายวันเข้า เริ่มเข้าใจเรื่องของบุญ ฟังแล้วเริ่มคิดตาม เข้าใจและซาบซึ้งคำพูดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมากขึ้น จึงเริ่มใส่บาตรตอนเช้าทุกวัน ไหว้พระพุทธรูป ไหว้หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ไหว้รูปภาพของพระมหาสิริราชธาตุที่น้าสาวให้มา ไหว้พระธรรมกาย แล้วนั่งสมาธิ เสร็จแล้วอธิษฐานจิตทุกครั้งว่า "เจ้าประคุณ.. ลูกยังไม่มีงานทำ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยให้ลูกมีงานทำ ให้มีเงินเลี้ยงลูกตนเอง เลี้ยงดูแม่ และลูกจะทำบุญให้ยิ่งๆ ขึ้นด้วย"

เธอทำเป็นประจำอยู่อย่างนี้ได้ประมาณ ๑ สัปดาห์ ก็มีหนังสือเรียกตัวไปสัมภาษณ์หลายแห่งทั้งบริษัทใหญ่และบริษัทเล็ก คุณสุภาภรณ์จึงเลือกบริษัทที่ใกล้บ้านที่สุด เพราะสะดวกในการเดินทาง และระดับเงินเดือนที่ได้ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก

สองคนพี่น้องคู่นี้เล่าเรื่องความมีโชคดีมาให้ฟัง ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้เป็นเจ้าของพระมหาสิริราชธาตุเลย เพียงแต่ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติและคุณสมบัติของพระมหาสิริราชธาตุ จากเทปที่บันทึกเสียงพระเดชพระคุณหลวงพ่อเท่านั้น ความสำเร็จต่างๆ ก็เกิดขึ้นได้โดยรวดเร็ว จนกระทั่งมีรายได้มากพอทำบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัว ได้รับพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุไปเป็นเจ้าของ

หากจะให้สันนิษฐาน น่าจะเป็นเพราะการฟังธรรม ใส่บาตร ไหว้พระ สวดมนต์ และการนั่งสมาธิ ล้วนแต่ก่อให้เกิดกุศลจิตขึ้นมา บุญกุศลที่เกิดขึ้น มีพลังบันดาลให้บุญเก่าแต่เดิม หรือบุญจากกุศลจิตใหม่ปัจจุบันได้ช่องได้โอกาสให้ผล ทำให้สิ่งดีๆ ในชีวิตเกิดขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด ทำนองเดียวกันหากจิตใจของใครก็ตามคิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องอกุศล พวกบาปเก่าก็จะแห่กันมาให้ผล

เปรียบเหมือนนายมีคนรับใช้ ๒ คน คนหนึ่งชื่อเจ้าบุญ อีกคนหนึ่งชื่อเจ้าบาป นายคิดถึงใครมากนายก็เรียกคนรับใช้คนนั้นมาก เรียกอยู่บ่อยๆ คนรับใช้ก็ย่อมไม่ห่างนาย คนรับใช้นิสัยดีย่อมทำแต่เรื่องดีๆ ให้ คนรับใช้นิสัยเลวก็ทำให้นายเดือดร้อนยุ่งยากอยู่เสมอ และหากนายเรียกใช้คนรับใช้คนใดบ่อยๆ ผู้คนที่เป็นพวกพ้องของคนรับใช้คนนั้นก็จะพลอยเข้ามาใกล้ พลอยรับใช้ไปด้วย หากฝ่ายใดไม่ถูกเรียกหา ก็มีแต่ต้องหลีกไปให้ไกลตา

ด้วยเหตุนี้ ใครก็ตามเรียกบุญมาใช้ด้วยการอธิษฐาน (การอธิษฐานหมายถึงการเรียกบุญ) เมื่อตนพอมีบุญเก่าให้ใช้ บุญก็จะให้ผล พรรคพวกฝ่ายบุญที่มีอยู่ก็ตามมาให้ผลด้วย จึงปรากฏว่าถ้าใครมีโชคดี มักจะไม่โชคดีเพียงเรื่องเดียว แต่จะมีโชคดีทั้งเรื่องใหญ่เรื่องเล็กตามมาอีกเป็นแถวๆ

และถ้าเรียกหาเรื่องเลวๆ บาปอกุศลใหญ่น้อยทั้งหลายที่ทำสะสมไว้ก็ย่อมตามกันมาให้ผลเป็นแถวรุมล้อมให้ตกงานบ้าง แม่บ้านหนีบ้าง แม่ตาย ลูกเจ็บ รถชน ยุ่งกันไปหมด

ใจแม้เป็นสิ่งมองไม่เห็นตัว แต่มีพลังมีอานุภาพยิ่งนัก ถ้าใช้ให้ถูกทางก็มีคุณอนันต์ ทำนองเดียวกันถ้าใช้ผิดก็มีโทษมหันต์ อย่าดูถูกว่าการคิดที่ใจไม่น่าเป็นกรรมอะไร ความจริงเป็นกรรมชนิดหนึ่งที่เรียกว่ามโนกรรม เพราะใจเป็นหัวหน้าใหญ่ เหมือนหัวหน้าโจร สั่งปาก สั่งร่างกาย ซึ่งเปรียบเสมือนลูกน้องให้ทำตามที่ตนต้องการได้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงเรื่องกรรมอยู่ข้อหนึ่งว่า "ภิกฺขเว เจตนาหํ กมฺมํ วทามิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราขอกล่าวว่า เจตนานั่นแหละคือกรรม"

ตัวเจตนาไม่ได้อยู่ที่กาย ไม่ได้อยู่ที่วาจา แต่เป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งของจิตใจ ผลักดันให้กายและวาจาทำตามที่ใจต้องการ การฆ่าสัตว์โดยตั้งใจ ย่อมเป็นกายกรรมแน่นอน แต่ถ้าทำให้สัตว์ตายโดยบังเอิญ เช่น วิ่งๆ ไปเหยียบตัวทากตาย อย่างนี้ไม่เป็นกายกรรม เป็นเพียงกรรมเล็กน้อย ไม่มีกรรมอื่นให้ผลแล้ว กรรมเล็กกรรมน้อยพวกนี้จึงจะให้ผล

ด้วยเหตุนี้คนฉลาดที่มีความรู้ทางธรรมะอยู่บ้าง จึงสำรวมระมัดระวัง จิตใจของตนเองไม่ให้คิดไปในเรื่องอกุศลต่างๆ ให้คิดแต่เรื่องกุศล คิดแต่เรื่องดีงาม เป็นกุศลมโนกรรมอยู่ตลอดเวลา พระเดชพระคุณหลวงพ่อให้เราสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุอยู่เสมอๆ ก็เพื่อให้ใจห่างจากอกุศล ให้มีแต่กุศลมโนกรรมตลอดเวลา
 
บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร