อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 9

เรื่องที่ ๗๗ รอดตายจากอุบัติเหตุอย่างอัศจรรย์

 

เรื่องที่ ๗๗ รอดตายจากอุบัติเหตุอย่างอัศจรรย์
 

พ.ท.ชวรัฐ วันพฤหัส เล่าว่า ได้มาสร้างพระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานที่แกนกลางมหาธรรมกายเจดีย์เมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๑ แต่ภรรยาต้องรีบเดินทางกลับไปจังหวัดนครราชสีมา จึงไม่ได้อยู่เห็นปาฏิหาริย์อัศจรรย์ตะวันแก้วที่เกิดในเย็นวันนั้น


วันที่ ๒๐ กันยายน ภรรยาของ พ.ท.ชวรัฐ นำน้องๆ นักศึกษาในสถาบันเดีียวกันมาทำบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวที่วัด ตนเองได้มาด้วยและนำเอกสารข้อมูลการสร้างพระธรรมกายประจำตัวและมหาธรรมกายเจดีย์ พร้อมกับสมุดภาพ "อัศจรรย์ตะวันแก้ว" ติดตัวไปด้วยหนึ่งเล่ม และนำกลับไปที่ทำงาน ที่ว่าการอำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง


ข้าราชการผู้ใหญ่คนแรกที่ พ.ท.ชวรัฐชวนทำบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวคือ ปลัดอาวุโส อำเภอเมืองระนอง ชื่อคุณธรรมรัตน์ สุวัตถิกุล ซึ่งเวลานั้นคุณธรรมรัตน์ยังไม่พร้อมเรื่องการเงิน จึงยังไม่ตกลงที่จะสร้าง


พ.ท.ชวรัฐ ได้ทำบุญสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานที่แกนกลางมหาธรรมกายเจดีย์ไว้แล้ว แม้ยังไม่ได้รับพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุ แต่ก็พยายามท่องบทสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุจนจำได้คล่อง และสวดบูชาอยู่เสมอ

วันที่ ๒๘ กันยายน ได้ขอยืมรถปิคอัพของเพื่อน เดินทางไปจังหวัดชุมพร เพื่อไปชำระเงินค่างวด เป็นเงินกู้ซื้อบ้านที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาจังหวัดชุมพร และต้องการจะชวนผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกันมากท่านหนึ่ง ให้สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานภายนอกมหาธรรมกายเจดีย์
 
ออกเดินทางเวลาประมาณเที่ยงเศษ ขณะเดินทาง พ.ท.ชวรัฐก็นึกท่องบทสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุตลอดเวลา ขับรถไปได้ไม่นาน ฝนเริ่มตกโปรยปรายลงมา ซึ่งถนนเพชรเกษมช่่วงชุมพร-ระนอง มีโค้งค่อนข้างมาก อีกประมาณ ๕-๖ กิโลเมตรจะถึงตัวอำเภอกระบุรี รถเกิดอุบัติเหตุบังคับไม่ได้ ปัดไปปัดมา จนกระทั่งรถชนกับหลักข้างทางดังสนั่น พลิกตะแคงขวาแล้วพุ่งลงข้างทาง

ในเวลาคับขันอย่างนั้น พ.ท.ชวรัฐปล่อยมือออกจากพวงมาลัย ล้มตัวลงด้านขวา พร้อมกับอุทานในใจเรียก "พระมหาสิริราชธาตุ" ต่อจากนั้นก็มีเสียงโครมใหญ่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อรถกระแทกกับแนวป่าละเมาะข้างทางและจอดนิ่งสนิทลงได้ พ.ท.ชวรัฐลืมตานอนคู้อยู่บนเบาะรถ ตั้งสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา เห็นควันเป็นไอลอยขึ้นมาจากฝากระโปรงรถ จึงเอื้อมมือไปปิดสวิตช์กุญแจรถเพื่อป้องกันไฟลุกไหม้ และสำรวจอาการบาดเจ็บในร่างกายตนเอง รู้สึกเจ็บตรงหน้าผากด้านขวาเล็กน้อย ส่วนที่อื่นไม่เป็นอะไร จึงปีนออกจากรถทางกระจกด้านหน้าซึ่งแตกละเอียดทั้งบาน รวมทั้งกระจกด้านข้างด้วย แล้วขอความช่วยเหลือจากรถที่วิ่งตามมา ๓-๔ คัน ที่จอดดูเพื่อให้ความช่วยเหลือ

พ.ท.ชวรัฐได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ทั้งช่วยโทรศัพท์ติดต่อเพื่อนที่่จังหวัดระนอง และช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ตัวอำเภอกระบุรี มีบาดเจ็บเพียงหน้าผากด้านขวาบวมปูด ไม่ทราบว่ากระแทกกับอะไร เศษกระจกกระเด็นมาโดนหนังศีรษะ เป็นรอยยาวประมาณ ๑ ซ.ม. มีเลือดซึมนิดหน่อย ใช้ยาทาไม่ต้องเย็บแผล

ใครๆ ที่จังหวัดระนอง เมื่อเห็นสภาพรถที่ลากกลับไปแล้ว ต่างพูดเหมือนกันหมดว่า ไม่น่าเชื่อที่คนขับจะรอดชีวิตได้ พ.ท.ชวรัฐเชื่อมั่นว่าที่สามารถรอดชีวิตมาได้เป็นเพราะอานุภาพของการสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุ แม้จะไม่มีของจริงแขวนไว้กับตัว มีเพียงเหรียญพระบรมพุทธเจ้าที่พระลูกชายให้คล้องคออยู่องค์เดียว

ในวันที่ ๑ ตุลาคม จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเตรียมไปที่วัดพระธรรมกายร่วมบุญบูชาข้าวพระวันอาทิตย์ต้นเดือน จึงได้ถามคุณธรรมรัตน์เรื่องการสร้างพระธรรมกายประจำตัวอีกครั้ง ได้รับคำตอบว่า ขอร่วมทำบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานภายนอกมหาธรรมกายเจดีย์ด้วย ๑ องค์ พ.ท.ชวรัฐรู้สึกเป็นสุขใจอย่างยิ่ง อิ่มใจที่ได้ทำหน้าที่ผู้นำบุญสำเร็จ

การสวดบทสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุ หรือแม้เพียงระลึกถึง ตามที่ พ.ท.ชวรัฐกระทำยามคับขันนั้น เป็นการคิดถึงสิ่งที่ดีงาม คือคิดถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพุทธานุสติ ทำให้กุศลมโนกรรมเกิดขึ้นมากมาย กุศลดังกล่าวนี้เอง ตัดรอนบาปกรรมเก่าที่ตามมาทัน ให้ลดกำลังส่งผลลง จึงทวงเอาแค่ให้เสียทรัพย์ค่าซ่อมรถ ไม่เสียถึงชีวิต ดังนั้นจึงควรหมั่นประกอบกุศลกรรมความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป อย่ายอมให้บาปกรรมตามมาทันอีก
 
บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร