อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 31

เรื่องที่ ๓๓๐มิใช่ภาพลวงตา

เรื่องที่ ๓๓๐มิใช่ภาพลวงตา
โดมสีทองอร่ามที่เธอเห็นในจิต เป็นภาพนิมิตที่ท่านทำให้เห็น เพื่อเรียกเธอมาสร้างบารมีตรงนี้

 

 
 
คุณเสาวคนธ์ ตันสุหัช
ผู้มั่นคงในเส้นทางพระรัตนตรัย
 
 

คุณเสาวคนธ์ ตันสุหัช อยู่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า ก่อนที่เธอจะเข้าวัดประมาณปลายปี พ.ศ.๒๕๔๐ วันหนึ่งได้สนทนากับคุณลุงท่านหนึ่งที่ท่านเก่งเรื่องทำสมาธิ ท่านก็ได้พูดถึงเรื่องภพหน้าของเธอ ระหว่างนั่งลืมตาสนทนากันอยู่นั้น ในจิตก็พลันเห็นโดมสีทองอร่ามผุดขึ้นมา แต่ก็เก็บเอาความสงสัยนี้ไว้ในใจหลายเดือน จนวันหนึ่งในปลายเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ เพื่อนพยาบาลรุ่นเดียวกันได้มาเยี่ยมที่บ้านและชวนสร้างองค์พระภายนอกเจดีย์ เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะนึกว่าเหมือนกับเจดีย์ ที่เคยเห็นทั่วไปและคิดว่า ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้เงินทองหายากยิ่งจะสร้างทำไมกันกับเจดีย์และวัตถุถาวรอย่างนี้ เธอไม่เห็นดีด้วย แต่เพื่อนก็นำพระมหาสิริราชธาตุที่สวมอยู่มาให้ดู ในใจเกิดความรู้สึกสะดุดตากับความสวยงาม และยิ่งเพื่อนได้พูดถึงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ให้ฟังก็ยิ่งรู้สึกเลื่อมใส และรู้สึกอยากได้ท่านมาบูชาทันที และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเพื่อนเอาภาพมหาธรรมกายเจดีย์ให้ดูเท่านั้น ใจเกิดปีติขึ้นมาเป็นล้นพ้น เพราะเป็นภาพเดียวกับที่เธอเคยเห็นและค้างคาใจอยู่หลายเดือน จึงทำให้เธอมีคำตอบกับตัวเองว่าโดมทองที่เธอเห็นในจิตเมื่อหลายเดือนก่อนนั้น มิใช่ภาพลวงตาแต่เป็นภาพนิมิต ที่ท่านทำให้เห็นเพื่อเรียกเธอมาสร้างบารมีตรงนี้

 

 

แต่ขณะนั้นการเงินของเธอฝืดเคืองอย่างหนักจะหาที่ไหนง่ายๆ ภายใน ๑ อาทิตย์ เธอเองก็ยังไม่เชื่อมากนักแต่ใจก็อยากทำบุญองค์พระสัก ๒ องค์เพราะจะปิดเจดีย์ภายนอกแล้ว พอตกกลางคืนจึงตั้งจิตอธิษฐานกับหลวงพ่อสด เธออธิษฐานว่า "ถ้าดิฉันเป็นผู้มีบุญที่จะได้ทำบุญใหญ่นี้ ขอให้ได้เงินมาเป็นอัศจรรย์ให้ทันกำหนดด้วยเถิด" หลังจากนั้นอีก ๓ วันสามีของเธอเดินทางจากกรุงเทพกลับมาบ้าน เธอก็ไปรอรับที่สนามบิน พอสามีลงจากเครื่องบินปุ๊บ สามีก็ยื่นเงินให้ปึกหนึ่ง เธอก็ถามว่าเงินอะไร เพราะไม่ใช่ช่วงที่เงินเดือนออก นำเงินมาจากไหนตั้งมากมาย สามีจึงบอกว่าในขณะที่เขากำลังจะขึ้นเครื่องบินที่สนามบินกรุงเทพ อยู่ๆ เจ้าของบริษัทคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่ง ซึ่งสามีิเป็นที่ปรึกษาอยู่นั้น ได้นำเงินมาให้เพราะไม่ได้ให้มาตั้งหลายเดือนแล้ว คุณเสาวคนธ์รู้สึกอัศจรรย์ใจ จึงได้บอกสามีว่า "เงินนี้คงมาเพราะแรงอธิษฐานฉะนั้นขอเอาไปสร้างองค์พระนะคะ" สามีก็อนุญาต


เมื่อคุณเสาวคนธ์ได้สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวและได้รับพระมหาสิริราชธาตุมาแล้วนั้น เธอกล่าวว่า "ทุกสิ่งในชีวิตยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นอัศจรรย์" เธอเข้าวัดแบบสวนกระแสที่ต่อต้านวัด เธอบอกว่าเธอมาที่นี่ไม่เคยมีความคลางแคลงสงสัยในพระรัตนตรัยเลย และทุกวันก็ยิ่งมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ เธอบอกว่าปกติเธอจะนั่งสมาธิวันละ ๓ รอบ รอบละประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง นอกจากนั้นเธอยังสวดบทสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุทุกวัน โดยจะนำองค์พระมาพนมไว้ในมือขณะสวด และได้กล่าวว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง คือในคราวใดที่เธอสวดบทสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุด้วยความปีติเบิกบานในบุญกุศลที่เธอได้ทำไป เธอกล่าวว่า "องค์พระท่านเหมือนจะเต้นตุบๆ อยู่ในอุ้งมือทุกครั้ง เหมือนท่านแสดงให้รู้ว่าท่านรับทราบในสิ่ง ที่เธอทำอยู่ว่าเป็นสิ่งที่ดี และสิ่งใดที่เธออธิษฐานจิตในตอนนั้นท่านก็จะช่วยเหลือให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์

   
 

รายนี้ถ้าบุญเก่าไม่มาบันดาลให้เห็นภาพในจิตไว้ก่อนว่า มีโดมทองผุดขึ้นมา อาจจะไม่มีโอกาสสร้างบุญใหญ่เพิ่มเติมก็ได้ เพราะทิฏฐิในใจของกายมนุษย์ก่อนมาทำบุญค่อนข้างรุนแรงว่าวัดไม่น่าชวนผู้คนทำบุญสร้างเจดีย์ในภาวะอย่างนี้ ไม่สนใจคิดจะทำบุญเลย ยังดีที่เพื่อนนำพระของขวัญมหาสิริราชธาตุมาให้ดูพอถูกใจขึ้นมาบ้าง และที่ตัดสินใจเต็มที่ก็ตรงที่ได้เห็นภาพโดมทองของมหาธรรมกายเจดีย์ เหมือนที่เห็นภาพในจิตมาล่วงหน้า จึงได้คำตอบที่ค้างคาใจว่าภาพที่เห็นมิใช่ภาพลวงตา


ยิ่งอธิษฐานจิตขอพรจากหลวงพ่อสด ทำให้ได้เงินมาทำบุญสร้างพระถึง ๒ องค์ดังปรารถนาอย่างอัศจรรย์ ก็ยิ่งเชื่อมั่นในอานุภาพของบุญ


นอกจากนั้นเนื้อธาตุในองค์พระยังแสดงปาฏิหาริย์เต้นตุบๆ อยู่ในอุ้งมือได้ ยิ่งทำให้เชื่อมั่นในพระรัตนตรัยยิ่งขึ้น


การมีปัญญารู้จักคิด และทำให้เกิดการประกอบกุศลกรรมนั้น จะต้องประกอบด้วย
๑.เคยทำบุญไว้แต่ปางก่อน อาจเป็นบุญในอดีตของชาติปางก่อน หรือชาติปัจจุบัน
๒.การอยู่ในสถานที่เหมาะสม คือเป็นที่ที่มีสัตบุรุษ มีกัลยาณมิตร
๓.ได้คบหาสมาคมกับสัตบุรุษ หรือกัลยาณมิตรเหล่านั้น
๔.ได้ฟังธรรมจากสัตบุรุษ หรือกัลยาณมิตร
๕.ได้ทำตามคำสั่งสอนที่ได้รับ และตั้งตนไว้ชอบ
ด้วยเหตุนี้การทำบุญในอดีตจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะมาสนับสนุนการทำบุญในปัจจุบันให้ทำได้สะดวกง่ายดาย ส่วนการทำบุญในปัจจุบันนั้น จะเป็นแรงสนับสนุนการทำบุญในอนาคตภายหน้าต่อไป เราทุกคนจึงไม่ควรดูดายเพิกเฉย มีโอกาสครั้งใดต้องรีบทำบุญไว้ทันที

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร