อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 33

เรื่องที่ ๓๔๙เสียงเตื่อนจากเพื่อนต่างภพ

เรื่องที่ ๓๔๙เสียงเตื่อนจากเพื่อนต่างภพ



ขณะขับรถบนถนนด้วยความเร็ว ๑๒๐ กม./ชม. จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงกระซิบขึ้นมาที่ข้างหูว่า "ขับช้าๆ หน่อย"

 

 
 
  คุณสุนันท์ ผลเจริญ ผู้เป็นยอดนัก
สร้างบารมีที่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
 
 

คุณสุนันท์ ผลเจริญ อยู่ที่เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ เล่าว่า เคยพาครอบครัวมาวัดครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๘ จากการได้เห็นภาพของหลวงพ่อธัมมชโย ท่านกำลังกวาดศาลาจาตุมหาราชิกา ภาพนี้อยู่ในหนังสือนิตยสารบางกอก ในหนังสือบรรยายว่าท่านมีศีลาจารวัตรงดงามจึงได้พาครอบครัวมากราบ หลังจากนั้นจึงมาวัดอีกครั้ง ปี พ.ศ.๒๕๓๖ และทราบเป้าหมายของชีวิตว่าเราเกิดมาสร้างบารมี นั่งสมาธิแล้วทำให้จิตใจสงบ สะอาด สว่าง เป็นที่มาแห่งบุญกุศล และบุญยังคอยคุ้มครอง ปกป้องและรักษา ผู้ที่ประพฤติธรรมให้พบแต่ความสวัสดีมีชัยอยู่เสมอ รู้ว่าการได้รักษาศีลเป็นประจำ ทำให้ไม่เบียดเบียนผู้อื่น รู้จักการให้อภัยทานซึ่งกันและกัน ทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเพิ่มขึ้นทั้งตนเองและสังคมรอบข้าง

คุณสุนันท์ได้มีส่วนร่วมในการสร้างพระธรรมกายประจำตัว และบอกข่าวบุญในการสร้างพระสร้างเจดีย์ไปยังผู้ที่ใกล้ชิดให้ได้ร่วมกันทำบุญใหญ่ในครั้งนี้ ๒๐๐ กว่าองค์ และยังได้มีโอกาสสั่งสมบุญใหญ่ในชีวิตอีกนับครั้งไม่ถ้วน ซาบซึ้งในพระพุทธศาสนา คุณของพระรัตนตรัยว่ามีค่าอย่างนับประมาณมิได้ เป็นพระคุณของบรรพบุรุษที่ท่านรักษาเอาไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานมีหลักธรรมในพุทธศาสนาเป็นเครื่องจรรโลงใจให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ภาพที่ติดตาติดใจนึกถึงครั้งใด ก็ปีติในบุญทุกครั้ง คืองานวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๒ คุณสุนันท์ เป็นผู้หนึ่งที่ขวนขวายในการออกไปนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ทั่วประเทศไทย เพื่อให้ท่านได้มาสอบตอบปัญหา "พระแท้" ในวันนั้น ซึ่งรวมทั้งหมดแล้วกว่า ๑๐๐,๐๐๐ รูป ยิ่งงานธุดงค์วิสาขบูชาที่ผ่านมายิ่งได้บุญสั่งสมบารมีเพิ่มขึ้นอีกโดยการมาอยู่ธุดงค์ ๑ สัปดาห์ เป็นภาพที่ปีติและประทับใจมาก

 
ช่วงบริเวณที่ลูกชายคุณสุนันท์ได้ยินเสียงกระซิบ
เตือนที่ข้างหู
 
 

หลังจากสร้างพระและได้รับพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุ ไว้บูชาแล้ว คุณสุนันท์ก็สวดสรรเสริญสม่ำเสมอทุกวันมิเคยขาดสวดถึงวันละ ๙ จบ เพราะเชื่อมั่นคุณของพระของขวัญอันศักดิ์สิทธิ์และต้องทำใจให้เลื่อมใสอย่างสม่ำเสมอ

ปกติคุณสุนันท์ต้องขับรถไปต่างจังหวัดบ่อยๆ มีอยู่หลายครั้ง ที่พบกับเหตุการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อบนท้องถนน เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปแล้วมานึกทบทวนดูก็ต้องขนลุก คิดว่าเรารอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นมาได้อย่างไร พระท่านต้องตามคุ้มครองรักษาช่วยแก้ไขให้แคล้วคลาดแน่ๆ เลย

ครั้งหนึ่ง คุณสุนันท์ได้ออกเดินทางจะไปจังหวัดสกลนคร เดินทางไปพร้อมกับลูกชาย ซึ่งยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ความตั้งใจคือจะออกไปหาซื้อกล้าพันธุ์ไม้ สถานที่ใดเป็นแหล่งผลิตก็แวะและซื้อไปเรื่อยๆ เดินทางไปจนถึงโคราช ของที่ซื้อก็เต็มกระบะหลังจึงเปลี่ยนใจตีรถกลับกรุงเทพฯ พอขับรถเหนื่อยก็เปลี่ยนให้ลูกชายขับแทน ตนเองก็พักผ่อน ลูกชายขับรถมาด้วยความเร็วถึง ๑๒๐ กม./ชม. ตามวัยที่คึกคะนอง พอมาถึงแถวประตูน้ำพระอินทร์ ลูกชายคุณสุนันท์กล่าวว่า "เหมือนมีเสียงกระซิบที่ข้างหูว่าขับช้าๆ หน่อย" ลูกชายหันไปมองคุณสุนันท์ ทันทีแต่ก็เห็นว่ายังหลับอยู่ ก็คิดว่าคงหูแว่ว จึงปิดวิทยุเทป แต่ไม่ได้ลดความเร็วของรถ สัักครู่ก็มีเสียงนั้นดังเตือนอีกเป็นครั้งที่ ๒ จึงเริ่มเอะใจ และระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงของกระทบกันที่ท้ายรถจึงชลอความเร็วและจอดรถที่ข้างทางเพื่อจัดของให้เป็นระเบียบ ขณะที่จัดของที่อยู่หลังรถ คุณสุนันท์ก็ตื่นมาช่วยดูจนเสร็จแล้วจึงออกรถเดินทางต่อไป พอออกรถอย่างช้าๆ รถมีเสียงดังกึกๆ คุณสุนันท์ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่าก็รู้ว่า ล้อรถต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน จึงให้จอดรถสำรวจล้อหลังด้านขวาดู พอลงรถมาดูเห็นแล้วรู้สึกตกใจอย่างมากเพราะสภาพยางนั้นมีรูใหญ่มาก ยางแตกจนเห็นเส้นลวดที่ฝังอยู่ในวงล้อโผล่ออกมา รู้สึกแปลกใจว่าขับมาได้อย่างไรตั้งนานและที่สำคัญขับด้วยความเร็วถึง ๑๒๐ กม./ชม. ทั้งที่ยางแตกมาตั้งนาน ถ้าเบรคในความเร็วขณะนั้น รถต้องพลิกคว่ำทันที แต่นี่สามารถขับมาได้อย่างปลอดภัย ลูกชายได้เล่าให้คุณสุนันท์ฟังถึงเรื่องเสียงที่มาคอยเตือนไม่ให้ประมาทถึง ๒ ครั้ง จึงทำให้รอดจากอุบัติเหตุร้ายแรง ก็ยิ่งทำให้คุณสุนันท์อัศจรรย์ใจยิ่งนัก

 
ลูกชายของคุณสุนันท์ ที่ได้ยินเสียงเตือนจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์  
 
อีกครั้งหนึ่งคุณสุนันท์ต้องเดินทางไปสระบุรี ขับรถคนเดียวและขับด้วยความเร็ว ๑๒๐ กม./ชม. เช่นกัน ขณะที่รถวิ่งมามองเห็นไกลๆ เหมือนมีขอนไม้ดำๆ ขวางอยู่กลางถนนในใจก็คิดว่าจะวิ่งรถทับไป เพราะรถวิ่งมาด้วยความเร็ว และยังมีรถขับตามหลัง แต่เมื่อระยะห่างเหลืออีกประมาณ ๒๐๐ เมตร เปิดไฟสูงดู เอ๊ะ! ไม่ใช่ขอนไม้แล้วนี่ เป็นคน ๒ คนนอนเจ็บ มีรถมอเตอร์ไซค์ล้มอยู่ด้วย เป็นเพราะถูกรถเก๋งเฉี่ยว จึงรีบ แตะเบรคและตัดสินใจหักหลบทันทีขณะนั้นจึงทำให้รถเสียหลัก และในขณะที่รถกำลังจะพลิกตกลงคูข้างทาง ก็เหมือนมีอะไรมาคอยประคองรถอยู่ไม่ให้รถพลิกคว่ำ คุณสุนันท์จึงรีบลงมา ดูคนที่นอนเจ็บอยู่และได้นำส่งโรงพยาบาล เพราะมอเตอร์ไซค์ทับขาเขาอยู่ เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ช่วยชีวิตคนไว้ ๒ คน และตนเองก็แคล้วคลาด จากอุบัติเหตุเป็นอัศจรรย์่

ความมุ่งหมายของการเข้าวัด ถ้าเป็นความมุ่งหมายหรือสาเหตุอ่อน ย่อมทำให้การตั้งใจเข้าวัดพลอยอ่อนกำลังได้ง่าย ถ้าความมุ่งหมายเข้มแข็งก็พลอยให้ความตั้งใจเข้มแข็งตามไป


การเข้าวัดของคุณสุนันท์ เป็นการเข้ามาบำเพ็ญบุญกุศลมั่นคงมาจนทุกวันนี้ ไม่ใช่เข้าเพราะสาเหตุภายนอกตัว เพียงแค่เห็นภาพดังที่เล่าไว้ แต่เข้าเพราะสาเหตุภาพในใจตนเองคือ รู้เป้าหมายชีวิตว่า "เราเกิดมาสร้างบารมี" ซึ่งเป็นความมุ่งหมายยิ่งใหญ่เพื่อตนเองแท้จริง คราวนี้ไม่มีอะไรมาฉุดให้หลุดออกจากวัดได้อีก ได้มีโอกาสทำบุญสร้างพระธรรมกายประดิษฐานไว้ ณ มหาธรรมกายเจดีย์ ทั้งของตนเองและครอบครัว ตลอดจนชักชวนญาติสนิทมิตรสหายได้กว่า ๒๐๐ องค์ เป็นที่น่าอนุโมทนา


เมื่อคุณสุนันท์ทำหน้าที่ผู้นำบุญ เทพยดาที่มีหน้าที่ดูแลคุณสุนันท์และครอบครัวย่อมพยายามทำหน้าที่ของท่านเต็มที่ที่สุด หากปล่อยให้คุณสุนันท์และครอบครัวเดือดร้อน โดยมิใช่วิสัยของกรรมให้ผลแล้วโอกาสการสร้างกุศลของคุณสุนันท์ย่อมลดลง เทวดาก็มีบุญให้อนุโมทนาน้อยตามไปด้วย

 
คุณสุนันท์ขณะกำลังชี้จุดที่รถจอดเปลี่ยนยาง และรถกระบะที่ขับในวันเกิดเหตุ  
 

ด้วยเหตุนี้เรื่องรอดจากอุบัติเหตุอย่างแปลกประหลาด จึงเกิดขึ้นให้เห็นทั้ง ๒ ครั้ง ไม่ว่าขับรถไปเองคนเดียว หรือครั้งที่มีลูกชายไปด้วย แล้วเปลี่ยนให้ลูกชายขับแทน คุณสุนันท์หลับไป ลูกชายไม่ชำนาญเรื่องความผิดปกติของรถ เทวดาจึงต้องใช้วิธีพูดเตือนถึง ๒ ครั้งให้ได้ยินด้วยหู ทำให้ลูกชายเอะใจต้องนำรถเข้าจอดข้างทาง เป็นเหตุให้ผู้เป็นพ่อตื่นขึ้นมาทันสังเกตพบความผิดปกติ รอดจากอุบัติเหตุ


สำหรับเหตุการณ์ที่คุณสุนันท์ขับรถไปตามลำพัง พบคนสองคนบนถนนคิดว่าเป็นต้นไม้ จะหยุดรถว่าเกรงรถที่ตามมาข้างหลังจะเสียหลัก นั่นก็เป็นความเมตตาที่มีอยู่ประจำใจ ครั้นเห็นว่าไม่ใช่ต้นไม้แต่เป็นคนจึงหักหลบกระทันหัน จนเป็นเหตุให้รถเสียหลักเกือบตกถนน ซึ่งรู้สึกว่ามีบางสิ่งช่วยประคองรถเอาไว้ไม่ให้พลิกคว่ำ นี่ก็ต้องเป็นอำนาจพุทธานุภาพ และเทวานุภาพอย่างแน่นอน เพราะคุณสุนันท์มิได้สวดสรรเสริญจบเดียวธรรมดา แต่จะสวดอย่างน้อยถึงวันละ ๙ จบ


การสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย เป็นการทำสมาธิจิตวิธีหนึ่ง จิตหยุดสนิทที่ศูนย์กลางกายอันเป็นแหล่งเกิด และแหล่งเก็บบุญกุศล เหมือนได้มีโอกาสนำบุญที่มีอยู่ หรือที่กำลังเกิดขึ้น มาใช้ได้ทันเหตุการณ์ทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การทำตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า "อย่าประมาท" เป็นดีที่สุด การขับรถไปทางไกลๆ ควรตรวจสภาพของรถให้เรียบร้อยทุกครั้ง เพราะอุบัติเหตุเกิดได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องความเร็วของรถก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรถือคติว่า "ช้าถึงบ้าน เร็วถึงโรงพยาบาล" ไว้ประจำใจ จะได้ไม่ใจร้อนเกินกว่าเหตุ การขับรถเร็วเกินไปเมื่อมีเหตุการณ์กระทันหัน การแก้ไขเฉพาะหน้าทำได้ยากกว่าการไปช้าๆ "ช้าไว้ปลอดภัยกว่า" แม้จะมีบุญกุศลทำไว้แล้วก็จริง การได้มีชีวิตอยู่ต่อ ย่อมมีโอกาสสร้างบุญกุศลเพิ่ม ดีกว่ารีบตายหรือพิการ


คนเราไม่ใช่ตาย เพราะสิ้นอายุหรือหมดกรรมหล่อเลี้ยง หรือหมดทั้งอายุหมดทั้งกรรมเท่านั้น แต่ตายทั้งที่ยังมีบุญอยู่ อายุก็ยังไม่มาก คือตายเพราะอุบัติเหตุก็มี


ด้วยเหตุนี้ การไม่ประมาทจึงเป็นสิ่งดีที่สุด การเกิดเป็นคนเป็นของยาก เกิดแล้วดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่ประมาทยิ่งยากกว่า

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -