อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 33

เรื่องที่ ๓๕๓พ้นทุกข์ที่ห้องฉุกเฉิน

เรื่องที่ ๓๕๓พ้นทุกข์ที่ห้องฉุกเฉิน



สามีเส้นโลหิตฝอยในสมองแตก เคยเห็นญาติเป็นโรคนี้ถึงกับต้องเสียชีวิตในเวลาเพียงไม่กี่วัน
ขออย่าให้สามีเป็นอะไรไปมากกว่านี้เลย
 

 
 
 
คุณน้อมจิตต์ กฐินเทศ และสามี
 
 

คุณน้อมจิตต์ กฐินเทศ รับราชการอยู่ที่กรมสื่อสารทหาร อากาศ สามีปลดเกษียณแล้ว เป็นข้าราชการบำนาญ เธอได้มาวัดครั้งแรก ปี พ.ศ.๒๕๒๙ โดยการสอบถามจากคนที่เคยมา เห็นเป็นทุ่งนากว้างขวาง ผู้คนมากมาย ตอนเพลได้เดินผ่านศาลาดุสิตเพื่อนที่ไปด้วยชี้ให้ดูหลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งกำลังฉันเพลอยู่กับคณะสงฆ์ เห็นแล้วแปลกใจ คิดในใจว่านี่หรือหลวงพ่อ ทำไมผ่องใสเหลือเกิน เหมือนติดหลอดนีออนฝังอยู่ในกายท่าน ยังจำภาพนั้นได้ติดตาจนทุกวันนี้


พ.ศ.๒๕๓๘ ร่วมสร้างพระธรรมกายประจำตัว ๑ องค์ โดยการสะสมบุญผ่านกัลยาณมิตร และในปลายปี พ.ศ.๒๕๓๙ ร่วมสร้างพระอีก ๓ องค์ ให้เป็นของขวัญวันเกิดลูก ๓ คน คิดว่าให้ของขวัญอย่างอื่นก็มีแต่ใช้ไปหมดไป สู้ให้บุญไม่ได้ เธอและสามีจึงร่วมสร้างพระธรรมกายประจำตัวให้ตนเอง พ่อ แม่ ลูก หลาน รวม ๑๐ องค์ และได้รับพระของขวัญไปแล้ว เธอและน้องเขยก็ยังเป็นผู้นำบุญช่วยกันได้อีก ๓๐ องค์ หลังจากนั้นเธอและสามีได้มาวัดตลอดเกือบทุกอาทิตย์ ถ้าไม่ได้ติดธุระอะไร และได้มาร่วมงานบวชอุบาสกแก้วด้วย เธอได้พบอานุภาพขององค์พระมหาสิริราชธาตุที่ช่วยให้สามีรอดชีวิตจากโรคร้ายคือ

เมื่อวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๒ เธอและสามีได้มาร่วมงานบุญบูชาข้าวพระวันอาทิตย์ต้นเดือน ได้รับแจกใบบอกบุญกองบุญมหาภัตรรัตนทาน อ่านแล้วสนใจ อยากจะทำบุญนี้มากเพราะจะได้ร่วมบุญกับพระภิกษุสามเณรถึงแสนรูป เมื่อโอกาสมาถึงเราควรจะรีบทำเสีย จึงพูดกับสามีว่าอยากจะทำบุญนี้จังเลย สามีก็ไม่ขัดอะไร

 
แผ่นภาพที่สามีคุณน้อมจิตต์กุมอยู่ตลอดเวลาขณะอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน
 

วันที่ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๒ ประมาณ ๑๗.๐๐ น. เธอขึ้นไปสวดมนต์ทำวัตรเย็นที่ห้องพระ ประมาณ ๕๐ นาที และจะนั่งสมาธิต่อ คิดเป็นห่วงว่าสามีและลูกๆ จะคอยทานข้าวเย็น จึงพักก่อน และลงมาถามสามีว่าจะทานข้าวหรือยัง ขณะนั้นสามีสอยมะม่วงอยู่หน้าบ้าน สามีตอบว่ายังไม่ทาน ไปนั่งสมาธิได้เลย เธอยังไม่ไปทันทีทันใด ยังมองสามีสอยมะม่วงอยู่ และมองหน้าสามีก็เห็นสิ่งผิดปกติที่ใบหน้าสามีคือ เห็นปากสามีเบี้ยว เลยถามสามีว่า "พี่ๆ ทำไมปากถึงเบี้ยวล่ะแสดงว่าความดันขึ้นแน่ๆ" สามีตอบว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลย เธอจึงให้สามีไปดูกระจกว่าเบี้ยวจริงไหม สามีดูกระจกเห็นก็ตกใจเพราะว่าเบี้ยวจริงๆ จึงหยิบผ้าขาวม้าจะอาบน้ำ ไปโรงพยาบาลภูมิพล แต่ขณะนั้นมือขวาเกิดไม่มีแรง จนไม่สามารถขยับไปหยิบผ้าขาวม้าได้ เมื่อคุณน้อมจิตต์เห็นก็ยิ่งตกใจและรีบเข้าไปประคองสามีให้นั่งพักสักครู่ และให้กินยาลดความดันไปครึ่งเม็ด แล้วพาไปโรงพยาบาลภูมิพลฯ เธอนึกถึงพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุ คิดว่าจะนำไปด้วยคงไม่ได้ ของมีค่าหมอจะไม่ให้ผู้ป่วยใส่ จึงนำภาพพระมหาสิริราชธาตุแผ่นเล็กๆ ใส่กระเป๋าเสื้อให้ไปด้วย พร้อมบอกสามีว่า ให้คิดถึงบุญที่ได้สร้างพระและเป็นผู้นำบุญพาคนอื่นไปสร้างพระและคิดถึงพระมหาสิริราชธาตุนะ พระอยู่ในกระเป๋าเสื้อ สามีนอนเอามือกุมพระในกระเป๋าเสื้อไว้ตลอดเวลา แม้เวลาหลับ คุณหมอตรวจปัสสาวะ วัดความดันและเอ็กซเรย์สมอง พบว่าเส้นโลหิตฝอยแตกด้านซ้ายความกว้างประมาณเหรียญ ๕ บาท หมอจึงมีความเป็นห่วงเพราะอาการหนักจึงเรียกเธอและลูกๆ มาอธิบายให้ทราบว่าสมองด้านซ้ายเป็นด้านสำคัญมาก เป็นด้านสมองความจำและการสั่งงานของร่างกาย และอื่นๆ อีกหลายอย่าง คุณหมอจะยังไม่ผ่าตัดให้ ขอดูอาการไปก่อนถ้าไม่เป็นอะไรมากก็แค่เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตเท่านั้น แล้วค่อยๆ มาทำกายภาพบำบัดทีหลัง ซึ่งเมื่อเธอทราบจากคุณหมอว่า เส้นโลหิตฝอยแตกเธอก็รู้สึกตกใจมาก เพราะที่เคยเห็นญาติเป็นโรคเส้นโลหิตฝอยแตกถึงกับต้องเสียชีวิตในเวลาเพียงไม่กี่วัน และในตอนนั้นสามีเธอก็นอนอยู่ในห้องฉุกเฉิน เธอและลูกๆ จึงได้อาราธนาให้พระมหาสิริราชธาตุช่วยคุ้มครอง และได้สวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุอยู่ที่ข้างๆ เตียงและนั่งสมาธิแผ่บุญไปให้สามี ขอให้บุญนี้ช่วยประคับประคองสามี ขออย่าได้เป็นอะไรไปมากกว่านี้เลย และก็ให้สามีนึกถึงบุญกุศลที่เคยทำมา ซึ่งสามีก็ได้นำมือมากุมภาพพระมหาสิริราชธาตุที่กระเป๋าเสื้ออยู่ตลอด เธอกล่าวว่า "ขณะที่เธอเฝ้าดูสามีอยู่ที่โรงพยาบาลห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน เธอจะสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุตลอดเวลา แม้ครั้งใดที่คุณหมอบอกว่าให้ออกมารอข้างนอกห้อง เพราะอาจจะทำให้หมอทำงานไม่สะดวก เธอก็ออกมาสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุที่หน้าห้องฉุกเฉิน พอวันรุ่งขึ้นแขนข้างขวาก็ยกได้และเดินได้เป็นปกติ เพียงแต่ปากเบี้ยวอยู่นิดหน่อยและยังพูดไม่ค่อยชัด จึงอยู่ดูอาการอีก ๑ คืนและในระหว่างที่เธอเฝ้าไข้อยู่นั้น เธอจะสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุและนึกถึงบุญกุศลที่เธอได้ทำมาตลอด และในตอนเช้าก็อัศจรรย์ใจคือพอคุณหมอมาตรวจอาการก็บอกให้ทราบว่าสามีคุณอาการดีขึ้นรวดเร็วมาก และวันนี้สามารถกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ เธอจึงนึกขอบพระคุณ คุณของพระศรีรัตนตรัยที่ช่วยคลี่คลายเหตุการณ์ร้ายให้กลายเป็นดีในครั้งนี้ เพราะคนอื่นเขาเส้้นโลหิตแตกในสมองบางคนเขาจะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต เป็นเดือน เป็นปี หรือเสียชีวิต แต่นี้แค่ ๒ คืนหายได้ เพราะอานุภาพของคุณพระศรีรัตนตรัยแท้ๆ

 
ภาพฟิล์มเอ็กซ์เรย์สมองของสามีคุณน้อมจิตต์
 
 

ทุกวันนี้เธอจะทำน้ำมนต์ใส่โถใหญ่ๆ โดยนำองค์พระมหาสิริราชธาตุแช่ไว้ แล้วสวดสรรเสริญ ๙ จบ แล้วนำองค์พระขึ้นมา ให้สามีดื่มทุกเช้้าถึงเย็น หมดแล้วก็ทำให้ใหม่อย่างเดิม ประมาณ ๑๕ วัน สามีสามารถขับรถเองได้ และใช้เวลา ๑ เดือนเศษ ก็หายเกือบเป็นปกติ โดยไม่ได้ไปรักษาทีี่อื่นเลย และยาที่คุณหมอให้มาก็เป็นเพียงยาลดความดันและวิตามินเท่านั้นเอง
ในการป่วยครั้งนี้ เธอได้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษา เป็นค่าเอ็กซเรย์สมอง ค่ายา และค่าตรวจอื่นๆ ประมาณห้าพันกว่าบาท เงินจำนวนนี้เดิมเธอคิดว่าจะทำบุญกองบุญมหาภัตรรัตนทานอยู่แล้ว พอดีสามีมาป่วยเสียก่อน เธอจึงอธิษฐานจิตว่า เงินจำนวนนี้ถ้าสามีหายป่วยแล้ว และเบิกคืนได้แล้ว เธอจะนำไปทำบุญกองบุญมหาภัตรรัตนทานทันที วันทีี่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๒ สามีออกจากโรงพยาบาล วันที่ ๙ เมษายน ก็นำใบเสร็จไปเบิกเงินค่ารักษา ได้เงินมาเลย วันอาทิตย์ที่ ๑๑ เมษายน เธอได้นำเงินมาทำบุญกองบุญมหาภัตรรัตนทาน และทำบุญกองบุญคุ้มครองโลก ๓ กองบุญ ในวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๒ เธอและสามีได้มาร่วมงานบุญวันคุ้มครองโลกด้วย และเธอก็ชวนสามีมาอธิษฐานที่หน้าองค์พระว่า "ขอให้สุขภาพแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บอย่าได้มาเบียดเบียนเลย" และเธอบอกว่าพอหลังจากที่อธิษฐานในวันนั้นปัจจุบันนี้สามีดูไม่เหมือนว่าเป็นผู้ทีี่เส้นเลือดในสมองแตกมาก่อนเลย สุขภาพแข็งแรงขึ้นอย่างมาก เธอจึงยิ่งศรัทธาเชื่อมั่นในอานุภาพอันไม่มีประมาณของพระรัตนตรัยเป็นอย่างยิ่ง


การไปวัดทุกวันอาทิตย์ นอกจากได้บำเพ็ญกุศลต่างๆ เช่น ทำทาน รักษาศีล ฟังธรรม เจริญภาวนาแล้ว ยังมีโอกาสทราบงานบุญใหญ่อื่นๆ ที่ทางวัดจัดเป็นครั้งคราว ทำให้ได้เตรียมตัวเตรียมใจชักชวนหมู่คณะได้ทันเวลา คุณน้อมจิตต์และครอบครัวก็เป็นเช่นว่านี้ สามีได้มาร่วมงานบวชอุบาสกแก้ว เมื่อทราบเรื่องการทำบุญมหาภัตรรัตนทานและกองทุนคุ้มครองโลก ทั้งสามีภรรยาตั้งใจทำบุญเต็มที่ เพราะการประชุมพระภิกษุสามเณรเรือนแสนเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากยิ่ง

แต่ใครจะรู้ คนเราทุกคนเกิดๆ ตายๆ มานับชาติไม่ถ้วน แต่ละชาติที่เกิดก็สั่งสมไว้ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ซึ่งกรรมเหล่านั้นจะตามให้ผลทันวันใดไม่มีใครรู้ได้ สามีคุณน้อมจิตต์ก็ตกอยู่ในกฎเกณฑ์นี้ เส้นโลหิตฝอยในสมองแตกกระทันหัน เป็นอาการป่วยที่ใครๆ ก็ทราบดีว่าน้อยรายที่จะหายในเวลารวดเร็ว ถ้าไม่ตายก็มักเป็นอัมพาต เวลานั้นก็แสดงอาการปากเบี้ยว แขนขวายกไม่ขึ้นแล้ว


โชคดีที่คุณน้อมจิตต์นึกถึงคุณพระรัตนตรัย และบุญกุศลที่ตนเองและสามีร่วมกันสร้างไว้ และกำลังคิดจะทำเพิ่มในวันคุ้มครองโลก ทั้งแม่และลูกช่วยกันสวดสรรเสริญ อธิษฐานจิตตลอดเวลาตัวผู้ป่วยก็ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ใช้มือข้างที่ยังมีแรงกุมภาพพระมหาสิริราชธาตุในกระเป๋าเสื้อ และในวันรุ่งขึ้นอาการก็ดีขึ้นเป็นอัศจรรย์ เมื่อได้กลับบ้าน ดื่มน้ำมนต์พระมหาสิริราชธาตุที่คุณน้อมจิตต์และลูกสวดสรรเสริญครั้งละ ๙ จบ เพียงเดือนเศษก็หายป่วยกลับเป็นปกติ ถึงกับขับรถไปวัดเองได้ ได้ทำบุญมหาภัตรรัตนทาน และกองทุนคุ้มครองโลกตามที่ตั้งใจ


โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากกรรม สู้กันได้ด้วยบุญ แต่ต้องเป็นบุญที่หมั่นสะสมล่วงหน้าไว้จะได้ประโยชน์มากกว่าบุญที่เพิ่งทำขณะป่วย เพราะเป็นบุญที่ทำด้วยเจตนาต่างกัน

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -