อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 34

โอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) วันอาทิตย์ที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๒

โอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
วันอาทิตย์ที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๒


บ้านกัลยาณมิตรหมายเลข (๑)


การบูชาข้าวพระนี่ทำกันมาต่อเนื่องยาวนานทีเดียว หลวงพ่อจำได้ว่าชีวิตหลวงพ่อเริ่มต้นบูชาข้าวพระที่บ้านกัลยาณมิตรหมายเลข (๑) อยู่ในวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ ตอนที่หลวงพ่อไปบ้านกัลยาณมิตรหมายเลข (๑) ตอนนั้นอายุ ๑๙ ปี บ้านหลังนี้ี่เป็นบ้านที่มีเนื้อที่ไม่มาก โดยเฉพาะห้องที่ใช้บูชาข้าวพระ มีเนื้อที่เพียง ๒๕ ตารางเมตร กว้าง ๕ เมตร ยาว ๕ เมตร เป็นบ้านหลังเล็กๆ แต่ว่าหัวใจของเจ้าของบ้านนั้นยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่เหนืออุปสรรคเหนือโลก เหนือสิ่งต่างๆ ทีเดียว


เจ้าของบ้านที่หลวงพ่อไปเห็น เห็นครั้งแรกทั้งรัก ทั้งเคารพ ทั้งเทิดทูน รูปร่างของท่านเล็กๆ ผอมบาง ตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น แต่เนื้อตัวนวลเหมือนตกกระด้งแป้งทีเดียว ดูเหมือนท่านมีความสุข ดวงตาเป็นจุดที่เด่นที่สุดของท่าน สุกใสเหมือนมีกระแสที่ออกมาจากแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ภายในตัวท่าน และดูเหมือนความบริสุทธิ์นั้นกลมกลืนกับความสุขและดวงปัญญา ทั้งมหากรุณา คือดูท่านเป็นผู้ที่มีเมตตา มีอารมณ์ดีเป็นปกติ และมีพลังในบุคลิก มีพลังในถ้อยคำ ท่านไม่รู้หนังสือไม่ได้เรียนหนังสือ เป็นอุบาสิกาคือคุณยายของเรา ตอนนั้นท่านอายุ ๕๓ ปี หลวงพ่อเริ่มค่อยๆ รู้จักท่านจากบ้านกัลยาณมิตรหลังนั้น ซึ่งเป็นบ้านแคบๆ แต่สะอาด สะอาดมากทีเดียว จนกระทั่งเรานึกไม่ถึงว่าจะมีบ้านหลังนี้จริงในโลก สะอาดตั้งแต่ฝาบ้านด้านนอกที่ติดกับทางเดินสาธารณะในวัด กว้างเพียง ๒ เมตร มีตุ่มน้ำสีแดงๆ สามสี่ตุ่มเรียงรายติดต่อกันใกล้ๆ กับศาลาปฏิบัติธรรมสอนธรรมหลวงพ่อวัดปากน้ำที่อยู่ฝั่งตรงข้าม สะอาดตั้งแต่ฝาบ้านด้านนอก ไม่น่าเชื่อเลยว่า จุดแรกของบ้านเป็นส่วนที่ได้รับสัมผัสฝุ่นละอองจะต้องเลอะด้วยฝุ่นแต่ไม่มีเลย แปลกทีเดียว

เมื่อหลวงพ่อเดินเข้าไปในบ้าน สิ่งแรกที่เห็นก็คือ เก้าอี้หวายรับแขก ๒ ตัว ก้นมันขาดทะลุ หลวงพ่อเรียกสนุกว่า เก้าอี้ติดแอร์ เหลือแต่โครงไม้ แต่ว่ามันแผล็บ ทางซ้ายทางขวาข้างละตัว ตรงกลางก็เป็นโต๊ะเก่าๆ ที่ขัดมันแผล็บ สะอาด ไม่มีฝุ่นเลย สะอาดปราศจากฝุ่น บนโต๊ะก็เป็นตะกร้าหวายที่มีช่องใส่ขวดน้ำเอาไว้รับแขก เก้าอี้ชุดรับแขกชุดนี้ เก้าอี้ ๒ ตัว โต๊ะ ตะกร้าหวาย รวมทั้งขวดน้ำ คุณยายไปบังสุกุลเอามาจากกองขยะ จากที่เขาทิ้งแล้วทั้งนั้น แต่ท่านก็เอามาใช้ทำความสะอาด สะอาดทั้งข้างนอกและข้างใน คือสะอาดทุกด้านเลย คำว่าทุกด้านหมายความว่า ถ้าเราเอามือล้วงเข้าไปใต้เก้าอี้ แล้วเอามือลูบดูไม่มีฝุ่นติดเลย ตามมุมต่างๆ ปกติเป็นที่อยู่ของแมงมุมหรือแมลง ปรากฏว่ามันไม่มี บ้านกัลยาณมิตรหลังนี้มี ๓ ชั้น ชั้นล่างนั่งได้แต่ยืนไม่ได้ ศีรษะมันติดพื้นของชั้นที่ ๒ แผ่นไม้ กระดานก็เอามาจากกองไม้มาปูทำความสะอาดจนกระทั่งสะอาดสะอ้าน ข้างบนก็เป็นที่โล่งๆ มีพื้นที่ประมาณ ๒๕ ตารางเมตร มีหน้าต่างอยู่ ๔ บาน ตรงมุมหน้าต่างด้านนอกก็เป็นโต๊ะหมู่เล็กๆ มีตู้เอาไว้ดวงแก้ว ติดกับตู้นั้นก็เป็นตู้ที่ตั้งรูปถ่ายของคุณยายทองสุก รูปวาดคุณยายทองสุก และตรงจุดที่คุณยายท่านนั่งตรงนั้น ก็มีตู้ใส่เสื้อผ้า ตรงนั้นเป็นที่นั่งที่นอนแล้วก็ที่สอนธรรมะตรงกลางบ้าน มีเสาหัวด้วนที่มันโผล่มาจากข้างล่าง ก็ไปเอามาจากกองไม้ ยาวไม่สุดฝ้าเพดาน ณ ตรงนี้เป็นจุดที่หลวงพ่อได้รู้จักการบูชาข้าวพระ ได้ฟังธรรม ได้ปฏิบัติธรรมจากคุณยายผู้เป็นเจ้าของบ้าน จะมีผู้มีบุญทั้งหลายมาชุมนุมกันปฏิบัติธรรมทุกวันอาทิตย์ วันอาทิตย์ต้นเดือนก็มาเต็มเลย นั่งเข่าชนเข่าทำสมาธิภาวนากัน กระทั่งชั้นหนึ่งก็เต็ม ชั้น ๒ ก็เต็ม ชั้น ๓ สูงกว่าชั้น ๒ ประมาณ ๑ เมตร ก็เต็มไปหมด เต็มจนกระทั่งล้นออกไปนอกบ้าน ไปนั่งยองๆ กันอยู่ที่ทางสาธารณะ บางคนก็ยืนพิงฝาตุ่มสีแดงๆ และ ณ จุดตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เกิดการอุทิศตัวตั้งแต่หลวงพ่อเรื่อยไป เริ่มอุทิศตนในการที่จะเผยแผ่วิชชาธรรมกาย เพราะหลวงพ่อมารู้ความจริงจากการปฏิบัติธรรมก็ที่บ้านกัลยาณมิตรหมายเลข (๑) เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๐๗ วันคุ้มครองโลก รู้เรื่องราวของชีวิตของตัวว่าเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต แล้วก็พบความอัศจรรย์จากการปฏิบัติธรรมซึ่งเราไม่เคยได้ยินได้ฟัง หรือรู้เห็นมาก่อน มีความสุขในการปฏิบัติธรรม แล้วก็ค้นพบว่า การได้อยู่กับแสงสว่างภายในตลอดเวลา เป็นความสุขอย่างยิ่ง ความสว่างนั้นมากับปัญญาอันบริสุทธิ์ ความสุข ความบริสุทธิ์บังเกิดขึ้น หลวงพ่อรู้เรื่องราวของตัวเองว่า เราตกเป็นเชลยในท่ามกลางแสงสว่าง ยังเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามารที่เขาบังคับบัญชาอยู่ แต่เป็นเชลยผู้ยิ่งใหญ่ที่รู้เห็นทางหลุดทางพ้น เห็นหนทางที่จะหลุดพ้น แต่ว่ามันยังไม่หลุดพ้น เห็นทางไป เห็นวิธีการที่จะหลุดพ้นได้ แล้วก็รู้เลยว่า เมื่อใครในโลกนำใจมาหยุดนิ่งอยู่ตรงฐานที่ ๗ เขาจะพบแสงสว่าง และเขาจะรู้จักว่างานที่แท้จริงของตัวของเขาคืออะไร และตรงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการอุทิศตนมาสู่อาณาจักรแห่งธรรม


ความปรารถนาเริ่มต้นที่อยากจะให้ทุกๆ คนในโลกได้เข้าถึงธรรมกาย เพราะรู้แล้วว่าทุกคนมีธรรมกายอยู่ ทุกคนปรารถนาที่จะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง แต่ไม่รู้ว่าความสุขที่แท้จริงรวมประชุมอยู่ในธรรมกาย ที่มีอยู่ภายในตัวของคนตรงตำแหน่งหมายเลข ๗ เมื่อเขาไม่รู้จึงเป็นหน้าที่ของผู้รู้ที่เดินทางมาถึงก่อน จะต้องทำหน้าที่ตรงนี้ให้สมบูรณ์ขึ้น คือต้องไปบอกให้เขารู้ว่าในตัวเขามีสิ่งที่เขาแสวงหาอยู่ อยู่ตรงหมายเลข ๗ ฐานที่ ๗ และเขาสามารถเข้าถึงได้ถ้าเขามีความเพียร รวมทั้งทำถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะมีความเชื่อแตกต่างกันแค่ไหนก็แล้วแต่ โดยเชื้อชาติศาสนาเผ่าพันธุ์ สิ่งนั้นไม่เป็นอุปสรรคต่อการจะเข้าถึงสิ่งที่เขาปรารถนา คือความสุขที่แท้จริง ของดีมีอยู่ในตัว แต่เจ้าตัวไม่รู้ตัว จึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่รู้ก่อนจะต้องไปแนะนำ จึงเกิดการอุทิศตนในบ้านกัลยาณมิตรหมายเลข (๑) มีความตั้งใจกันว่า เราจะใช้วันเวลาที่อยู่ในโลกนี้ตั้งแต่วัยหนุ่มเพื่อที่จะไปแนะนำทุกๆ คนในโลกให้ได้เข้าถึงธรรมกาย ให้รู้ว่าในตัวมีธรรมกาย มีสิ่งที่เขาปรารถนา และเขาเข้าถึงได้ด้วยวิธีการอย่างนี้


เพราะฉะนั้น ความเป็นเครือญาติก็แผ่ขยาย การอุทิศตนก็เพิ่มพูนขึ้น บ้านกัลยาณมิตรหลังนั้นจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยผู้ที่มีเป้าหมาย ปณิธาน อุดมการณ์ทุกเพศทุกวัย และ ณ จุดตรงนั้นจึงเกิดการขยายตัวมาสู่บ้านธรรมประสิทธิ์ จากบ้านธรรมประสิทธิ์เมื่อล้นแล้วก็ขยายมาสร้างวัดพระธรรมกาย และจากวัดพระธรรมกายก็มีการอุทิศตนเพิ่มขึ้นในอาณาจักรแห่งธรรม


การแผ่ขยายของความเป็นเครือญาติ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องชีวิตของตัว และก็รู้ว่าตัวมีหน้าที่จะต้องเป็นกัลยาณมิตรให้แก่ตัวเองและต่อผู้อื่น ก็เกิดขึ้นขยายใหญ่โตขึ้นเรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ที่เรามาอยู่ที่สภาธรรมกายสากล มีจุดเริ่มต้นมาจากบ้านกัลยาณมิตรหมายเลข (๑) ซึ่งหลวงพ่อนึกถึงเมื่อไหร่นี่ก็เกิดปีติแล้วก็ซาบซึ้งใจอยู่ตลอดเวลา ไม่มีวันลืมเลือนบ้านกัลยาณมิตรหมายเลข (๑) เพราะฉะนั้นหลวงพ่อจึงเกิดความคิดว่า บ้านกัลยาณมิตรนี่ควรจะได้รับการเผยแพร่กันต่อไป ขยายกันต่อไป


ลูกคนไหนที่มีความคิดว่าบ้านเราหลังเล็ก เราอายเขา เราไม่อยากให้ใครมาเห็นบ้านเราเพราะหลังเล็ก เรามีความคิดว่าเราต้องรวยซะก่อน ต้องมีคฤหาสน์หลังใหญ่ ต้องมีปราสาทราชวัง ต้องกว้างใหญ่ไพศาลและจึงจะสร้างบ้านกัลยาณมิตรได้น่ะ เลิกคิดนะลูกนะ ดูบ้านกัลยาณมิตรหมายเลข (๑) ของคุณยายของเรา เนื้อที่ ๒๕ ตารางเมตร แต่ทำให้สะอาด ให้เป็นรมณียสถาน เป็นที่รื่นรมย์ ทำอย่างคุณยายนะลูกนะ เพราะฉะนั้นอย่าไปอาย สิ่งที่ควรอายมีเพียงประการเดียวคืออายต่อการทำบาป อายต่อการทำความชั่ว อายต่อการทำสิ่งที่ไม่ดี เมื่อเราทำสิ่งที่ดีๆ แม้บ้านเราจะหลังเล็ก ก็ขยายหัวใจของเราให้ยิ่งใหญ่ ขยายให้กว้างขวาง ทำบ้านของเราให้สะอาด แล้วก็เชิญชวนผู้มีบุญทั้งหลายเขามาประพฤติปฏิบัติธรรม

ถ้าลูกลองสังเกตดู คนอยู่ในวงเหล้า คนอยู่ในวงไพ่ สมมุติว่ามีสมาชิก ๑๐ คน ใช้เนื้อที่นิดเดียว แค่ ๑๐ ตารางเมตรก็ตั้งวงเหล้า ๑๐ คนได้ ๑๐ ตารางเมตรก็ตั้งวงไพ่ได้ เช่นเดียวกัน ๑๐ ตารางเมตรเราก็สามารถตั้งวงบุญได้ วงบุญที่จะแผ่ขยายสิ่งที่ดีงามออกไปในสังคม ทำให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข เราเกิดมาเป็นคนไทย เราควรจะมีสิทธิ์ที่จะสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้เกิดขึ้นในผืนแผ่นดินไทย ให้ทุกคนในผืนแผ่นดินไทยมีความสุขจากการเข้าถึงธรรม เป็นผู้ที่ปลอดอบายมุข ปลอดอบายภูมิ ปราศจากยาเสพย์ติด สิ่งที่ไม่ดีต่างๆ เกิดขึ้น เราควรมีสิทธิ์สร้างสังคมอย่างนี้ อย่าไปคิดว่าตัวเราเล็กๆ เพียงแค่นี้ เราจะสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ โลกมันแล้วแต่เรา เราอยาก ให้โลกเป็นอย่างไรก็แล้ว แต่ใจของเรา

เพราะฉะนั้นนับจากวันนี้ไปให้ตั้งใจสร้างบ้านกัลยาณมิตรให้เป็นบ้านแห่งแสงสว่างของโลก ใครๆ ก็ตั้งได้ ทุกๆ คนก็ตั้งได้ เพราะฉะนั้นลูกได้ยินแล้วทั้งภายในและต่างประเทศไปขยายให้ได้ โดยเฉพาะวันที่ ๒๘ กรกฎาคม จะเป็นวันเข้าพรรษา ให้หมื่นหลังแรกของโลกบังเกิดขึ้น แล้วเราก็จะได้เอาวันนั้นมาเริ่มต้นของการเข้าพรรษาปฏิบัติธรรมในชั่วโมงธรรมกาย ๑๐ ล้านชั่วโมงแรก สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นแก่โลก เพื่อเอาบุญนี้บูชาธรรม คุณยายอาจารย์ ผู้สถาปนาบ้านกัลยาณมิตรหมายเลข (๑) เกิดขึ้น และหลวงพ่อได้ไปพบเมื่อ ๓๖ ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นให้ทำจิตใจให้กว้าง ขวางใหญ่โตเหมือนคุณยายอาจารย์ของเรานะลูกนะ

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -