อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 34

เรื่องที่ ๓๕๘เพราะใจร้อนจึงต้องนอนไอซียู

เรื่องที่ ๓๕๘เพราะใจร้อนจึงต้องนอนไอซียู

 

 
 
คุณมงคล สอนพงษ์
 
 

คุณมงคล สอนพงษ์ อยู่ที่กรุงเทพฯ เริ่มเข้าวัดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๐ รักการสวดมนต์ นั่งสมาธิ และปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอมิได้ขาด ได้มีส่วนร่วมสร้างพระเพื่อประดิษฐาน ณ มหาธรรมกายเจดีย์ ให้ครอบครัวและผู้มีพระคุณรวม ๑๘ องค์ มีความเชื่อมั่นในบุญว่าสามารถคุ้มครองให้ตนเองปลอดภัย รวมไปถึงบุคคลอันเป็นที่รักด้วย
คุณมงคลเล่าถึงเหตุการณ์ที่ลูกชายชื่อคุณธนกร สอนพงษ์ อายุ ๓๒ ปี ได้เกิดเหตุขัดใจกับเพื่อนบ้านอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน สาเหตุเริ่มมาจากการคุยกันไปคุยกันมา แล้วเกิดมีเรื่องถกเถียงกัน ถึงขั้นใช้กำลัง ลูกชายถูกล๊อคคอและถูกบีบคอจนตาเหลือก หน้าเขียว ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างช่วยกันแกะมือของคนที่บีบคอออก แล้วลูกชายล้มลง ศีรษะและหลังฟาดกับพื้นซีเมนต์อย่างแรง บริเวณท้ายทอยปูดบวม ชักจนหมดสติ มีผู้ช่วยเหลือรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ระหว่างทางต้องคอยปั๊มหัวใจให้ตลอด และแพทย์ส่งตัวเข้าห้องไอซียู แพทย์บอกว่าอาจต้องมีการผ่าตัดสมอง

 
บริเวณที่คุณธนกรล้มลงศีรษะฟาดกับพื้นซีเมนต์
 
 

คุณมงคลกลับมาถึงบ้านก็รีบตามไปดูลูกที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง พอไปถึงทำอะไรไม่ถูกเพราะรู้สึกตกใจมาก ที่ลูกต้องเข้าห้อง ICU. พอดีนึกถึงคำของหลวงพ่อได้ว่าบุญเท่านั้นเป็นที่พึ่งยามที่เรามีทุกข์ จึงนึกถึงบุญกุศลที่ตนเองได้เคยทำไว้ดีแล้ว และนึกรวมใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายทันที นึงถึงบารมีของหลวงพ่อวัดปากน้ำ และบารมีของพระมหาสิริราชธาตุ ขอให้ท่านช่วยให้ลูกชายปลอดภัย ขณะนั้นเองพยาบาลเข็นเตียงนอนของลูกชายออกมาจากห้องไอซียู คุณมงคลเห็นหน้าลูกก็รีบเข้าไปดูด้วยความห่วงใย เห็นลูกชายยังตากลับอยู่ จึงลองเรียกชื่อลูกดู รู้สึกอุ่นใจที่ลูกขานรับเวลาเรียกชื่อ ถามคุณหมอถึงอาการของลูก หมอก็บอกว่าต้องย้ายคนไข้ไปห้องเอ็กซเรย์สมองด่วน ถ้าผลออกมาไม่ดีมีเลือดคั่งจะต้องผ่าตัดทันที พอได้ยินหมอพูดเช่นนี้ คุณมงคลยิ่งใจเสีย เพราะไม่อยากให้ลูกผ่าตัดสมองเพราะทราบดีว่า บริเวณสมองเป็นจุดที่ละเอียดอ่อนมาก ถ้ามีการผ่าตัดแล้ว เป็นไปได้น้อยมากที่สมองจะปกติ ๑๐๐% หรือกว่าจะเป็นปกติต้องใช้เวลานานมาก ช่วงที่รู้ว่าลูกจะต้องเอ็กซเรย์นั้นเป็นเวลาบ่าย แต่ต้องรอหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองมาเอ็กซเรย์ในตอนเย็น หมอก็แนะนำให้คุณมงคลกลับไปรอฟังผลที่บ้านจะดีกว่า คุณมงคลก็เห็นด้วย จึงรีบกลับบ้านตรงเข้าไปที่ห้องพระทันที ตั้งใจสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุ นั่งสมาธินึกถึงบุญที่ตนเองและครอบครัวได้สั่งสมมาดีแล้ว โดยเฉพาะบุญจากการสร้างพระธรรมกายประจำตัวที่มีการจารึกชื่อทั้งของตนเองและลูกชาย ขอให้ดลบันดาลให้จากร้ายกลายเป็นดี อย่าให้ลูกต้องผ่าตัดสมองเลย จากนั้นก็นั่งสมาธิจนกระทั่งถึงเย็น พอดีน้องสะใภ้ ซึ่งไปเยี่ยมลูกชายของคุณมงคลกลับมาถึงบ้านก็ได้บอกข่าวให้ฟังว่า "ไม่ต้องห่วงแล้ว ไปเยี่ยมธนกรมา คุยได้ปกติรู้เรื่องแล้ว" คุณมงคลทราบเรื่องก็ดีใจรีบไปดูผลเอ็กซเรย์ที่โรงพยาบาลทันที ผลออกมาว่าสมองไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องผ่าตัดคุณมงคลยิ่งดีใจมากและนึกขอกราบขอบพระคุณคุณพระศรีรัตนตรัยที่ช่วยให้ลูกชายอาการดีขึ้น ซึ่งคุณหมอบอกว่าตอนนี้ผลเอ็กซเรย์ออกมาชัดเจนแล้ว ถ้าจะกลับบ้านก็กลับได้เลยเพราะสมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือน แต่ด้วยความรักลูกคุณมงคลจึงให้ลูกนอนพักฟื้นและรอดูอาการอีก ๒ วันถึงกลับบ้าน ซึ่งหลังจากนั้นก็หายเป็นปกติเหมือนเดิม และในตอนท้ายคุณมงคลได้กล่าวว่า "อานุภาพของพระมหาสิริราชธาตุ นี่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ และเวลามีปัญหาอะไรในชีวิตบุญเท่านั้นเป็นที่พึ่งที่แท้จริงและจะพาเราข้ามพ้นอุปสรรคทั้งปวง

 
ห้องพระที่คุณมงคลเข้าไป อธิษฐานจิตขอให้ลูกชายหายป่วย
 

ลูกชายคุณมงคล อายุถึง ๓๒ ปีแล้ว นับว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ไม่ใช่วัยรุ่นใจร้อน หรือวัยคะนองแต่ประการใด การบันดาลโทสะถึงขั้นทะเลาะวิวาท ลงมือลงไม้ทำร้ายร่างกายกับเพื่อนบ้าน แสดงว่าต่างฝ่ายต่างควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ถ้าจะให้สันนิษฐานเข้าใจว่า คู่กรณีทั้งสองคนคงปล่อยให้จิตใจตกอยู่ใต้อำนาจของกิเลสตัวโทสะ กระทั่งบังคับไม่ได้ แสดงออกมาภายนอกถึงขั้นทุบตีทำร้ายกัน ถือว่าเป็นกิเลสขั้นหยาบสามารถทำให้ไปอบายภูมิได้
คนเราถ้ามีความยึดมั่นถือมั่นในตนเองสูง คิดว่าตนสำคัญยิ่งใหญ่ ใครๆ ควรทำให้ถูกใจตน คนประเภทนี้จะเป็นคนเจ้าอารมณ์ มีโทสะเกิดได้ง่าย ถ้าไม่มีศีลข้อ ๕ กำกับอยู่ด้วย ก็ยิ่งขาดสติได้ง่ายยิ่งขึ้นไปอีก คนขาดสติเสียแล้ว สามารถแสดงความร้ายกาจต่างๆ ออกมาได้เสมอ
กิเลสตัวโทสะนั้น เมื่อเข้าสิงใจใครแล้ว ลักษณะที่คนผู้นั้นแสดงออกคือความดุร้าย คนมีนิสัยเจ้าโทสะแสดงความดุร้ายกับคนอื่นอยู่ประจำ ความดุร้ายนั้นเองทำให้จิตใจทั้งของผู้แสดงเองและผู้อื่นหม่่นไหม้เดือดร้อน เป็นทุกข์ โทสะเย้าใจตัวเจ้าของก่อน บางครั้งมีมากถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ จากนั้นก็จะลามไปทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
สาเหตุใกล้ชิดที่ทำให้เกิดโทสะได้ง่าย เพราะยึดถือตัวเอง และคนที่ตนเองรัก ตนเองเกลียดคือคิดว่าคนนั้นคนนี้ ได้ทำ กำลังทำ หรือจะทำ ความเสื่อมเสียให้เกิดแก่ตัวเรา หรือคนที่เรารัก แม้แต่คิดว่าคนนั้น คนนี้ได้ทำ กำลังทำ หรือจะทำประโยชน์ให้แก่คนที่เราเกลียด ก็เป็นสาเหตุให้เกิดความโกรธขึ้นมาได้เหมือนกัน นอกจากนั้นคนมักโกรธ ยังโกรธด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่เสมอ เช่น เดินสะดุดก็โกรธ ของหล่นเองก็โกรธ ฝนตก แดดออก เสียงรถดัง ฯลฯ โกรธได้หมด


รายคุณธนกร ลูกชายคุณมงคลนี้ โทสะทำให้ตนเองเดือดร้อนแทบถึงชีวิต ในใจเองย่อมเต็มไปด้วยความเคียดแค้นซึ่งกันและกัน ยังทำให้วงศาคณาญาติมิตรสหายของทั้งสองฝ่ายเดือดเนื้อร้อนใจตามไปด้วย ถ้าไม่ร้อนใจเพราะโกรธเคืองตามคนของตน ก็ต้องร้อนใจเรื่องคดีความ เรื่องอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเหมือนที่คุณมงคลรู้สึก เมื่อหมดที่พึ่งเข้าจริงๆ คุณมงคลจึงระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย สวดมนต์ สวดสรรเสริญ และอธิษฐานจิตขอให้ลูกชายปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็หายได้เป็นอัศจรรย์


อานุภาพของพระรัตนตรัยนั้นไม่มีประมาณ เมื่อคุณมงคลต้องปล่อยชีวิตลูกชายไว้ในกำมือแพทย์ ตนเองทำอะไรให้ไม่ได้ ได้แต่สงบใจสวดสรรเสริญพระรัตนตรัยตลอดเวลานั้น บุญกุศลมหาศาลย่อมเกิดขึ้นกระแสใจของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเป็นกระแสที่มีพลังมาก เพราะเป็นความผูกพันของสายเลือด

 
คุณธนกร สอนพงษ์
ลูกชายคุณมงคล
 

เมื่อใจของคุณมงคลมีพลังบุญกุศลเกิดขึ้น ใจดวงนั้นคิดพุ่งตรงไปที่ลูก ตั้งอธิษฐานจิตให้ลูกหายป่วยกระแสบุญก็ย่อมไหลจากคุณมงคลไปหาลูกชาย จิตใจของลูกชายรับได้ เมื่อใจคุณธนกรมีบุญจากพ่อมาหล่อเลี้ยง ใจก็ย่อมเยือกเย็นลง ใจที่เย็นลงนั้นเองทำให้การทำงานของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายมีกำลังขึ้น สามารถซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดบาดเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณธนกรจึงหายเร็วกว่าปกติธรรมดา ด้วยอานุภาพของพระรัตนตรัย
หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด คงเป็นบทเรียนราคาแพงให้ทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องเห็นโทษของอำนาจโทสะ ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายผิดฝ่ายถูก แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายต่างบันดาลโทสะด้วยกันทั้งคู่แล้ว ย่อมไม่มีใครเป็นฝ่ายถูกเลย ต่างผิดด้วยกันทั้งคู่
โดยความเป็นจริงแล้ว คนโกรธคนหลังถือว่าเป็นคนผิดมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะคนโกรธคนแรกเป็นเพราะมีสาเหตุมาทำให้โกรธ แต่คนโกรธทีหลัง เพียงเห็นอาการโกรธของคนแรกก็ทำให้ตนโกรธขึ้นมาได้ เรียกว่ามีคุณภาพจิตใจแย่กว่าคนที่โกรธคนแรก


การไปวัดไปทำทานกุศลด้วยเรื่องต่างๆ สร้างถาวรวัตถุก็ตาม ถวายภัตตาหารก็ตาม นั้นเท่ากับได้พยายามละกิเลสตัว โลภะ ออกจากจิตใจ สำหรับกิเลสตัว โทสะ ต้องใช้การรักษาศีลมาปราบ โทสะจึงพอลดน้อยถอยลง แม้จะไม่หมดก็จะลดจากระดับหยาบ คือแสดงการประทุษร้ายออกมาทางกาย ทางวาจา ให้เหลือเป็นระดับกลาง หรือระดับละเอียด คือโกรธขุ่นอยู่ในใจ ไม่แสดงออก ซึ่งกิเลสระดับหลังนี้สามารถละได้ด้วยการเจริญภาวนาให้เกิดสมาธิ ประหารให้หมดไปได้ชั่วคราว คือทำการข่มเอาไว้ไม่ให้เกิด และตัดขาดถาวรเมื่อประหารโมหะสำเร็จ


โมหะ ความโง่หลง ประหารได้ด้วยการเจริญภาวนาให้เกิดปัญญาญาณ ทั้งโลภะ และโทสะ เมื่อเกิดขึ้น จะต้องมีโมหะเกิดร่วมด้วยเสมอ เพราะความโง่ จึงไม่รู้ว่าทั้งโลภะ และโทสะเป็นของมีโทษ ครั้นกำจัดโมหะให้หมดสิ้นลงได้ ปัญญาย่อมทำให้เห็นโทษของกิเลสเหล่านั้นขึ้นมาเอง สามารถกำจัดหมดลง


การเข้าวัด ความมุ่งหมายสำคัญ คือเพื่อให้รู้ว่าตนเองเกิดมาควรทำสิ่งใดจึงจะประเสริฐสุดไม่ใช่เพียงแค่เกิดมาหาอาหารกิน นอน หลับสบายๆ สืบพันธ์ุ แล้วก็กลัวนั่นกลัวนี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดเป็นสัตว์ เดรัจฉาน มันก็สามารถทำได้ แต่เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ควรมีชีวิตอยู่เพื่อสร้างบุญกุศลให้เป็นบารมีติดตัว


การละกิเลสทั้งโลภะ โทสะ โมหะ เป็นการสร้างบุญกุศลที่วิเศษสุด ถ้าเข้าวัดแล้ว ไม่คิดเรื่องการละกิเลส การเข้าวัดนั้นก็ไม่มีความหมายอะไรเลย

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -