อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 36

เรื่องที่ ๓๖๘ป้าแดงไขข่าว

เรื่องที่ ๓๖๘ป้าแดงไขข่าว
ถามเรื่องเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายที่ทราบจากสื่อ เพราะเห็นป้าไปทำบุญที่วัดนี้เป็นประจำ จึงถามข้อแท้จริงจากป้า



 

 
 
คุณป้าแดง แซ่เลี่ยว
 
 

คุณป้าแดง แซ่เลี่ยว ปัจจุบันอายุ ๖๒ ปีแล้ว แต่ยังดูแข็งแรง สดใส คุณป้าเล่าว่า ได้มาวัดและนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ไปปฏิบัติควบคู่กับการดำเนินชีวิตประจำวัน ครั้งแรกที่มาวัดนั้น ลูกชายคนโตเป็นคนพามา ตั้งแต่นั้นป้าก็จะตั้งใจไหว้พระสวดมนต์เป็นประจำมิให้ขาด ตื่นตี ๔ ครึ่งมาทำภารกิจเสร็จ ตี ๕ สวดมนต์ทำวัตร คุณป้าบอกต้องสวดมนต์สรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยให้ได้ทุกวัน เพราะมีอยู่วันหนึ่งที่ไม่ได้สวดมนต์ทำวัตร วันนั้นคุณป้าจะรู้สึกกังวลใจ หลังจากนั้นคุณป้าจะไม่ให้ขาดการสวดมนต์เลย กลางคืนแม้นจะเสร็จภารกิจดึก (เพราะต้องเลี้ยงหลาน) ๔-๕ ทุ่ม ก็ต้องสวดมนต์นั่งสมาธิ คุณป้าเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมสร้างพระธรรมกายประจำตัวเพื่อประดิษฐาน ณ มหาธรรมกายเจดีย์ ป้าบอกว่าตั้งแต่วันแรกที่ได้รับพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุมา ป้ารู้สึกเลื่อมใส ผูกพันกับพระมหาสิริราชธาตุท่านมาก รู้สึกว่าห้อยท่านแล้วมีความอบอุ่นใจและเป็นสื่อทำให้ตรึกระลึกนึกถึงบุญที่ได้ร่วมสร้างพระพุทธรูป ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย ป้าบอกว่า ป้าจะห้อยองค์พระมหาสิริราชธาตุไว้กับตัวตลอด มีอะไรก็อธิษฐานจิตขอกับท่าน ในเรื่องที่ถูกที่ควร ท่านก็นำความสำเร็จมาให้เสมอๆ เมื่อก่อนมีเวลาว่าง ก็จะนั่งสมาธิ วันละ ๒ ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ปัจจุบันลูกสาวคลอดบุตร ตนจึงเลี้ยงหลานไปด้วย แต่ก็ไม่ทิ้งบุญ ยังคงสวดมนต์ นั่งสมาธิทุกวัน เฉลี่ยแล้ววันละ ๑ ชั่วโมง

 
คุณป้านั่งสมาธิ ทำจิตใจให้ผ่องใส
เป็นประจำทุกวัน
 

คุณป้าเล่าถึงอานุภาพที่พบครั้งแรกว่า "วันนั้นตรงกับเช้าวันจันทร์ ป้าจำได้แม่นยำเพราะเป็นวันถัดจากการไปร่วมหล่อพระธรรมกายประจำตัวที่วัดพระธรรมกายในวันอาทิตย์ ภาพแห่งปีติยังไม่เลือนหาย เช้าขึ้นมาหลังจากสวดมนต์ ป้าก็จะเปิดเตาแก๊สนึ่งขวดนมให้หลาน พอนึ่งขวดนมเสร็จ วันนั้นมีน้ำเต้าอ่อนๆ อยู่ในตู้เย็น จึงนำมาผ่าซีกตั้งใจจะต้มให้สุกเอาไว้จิ้มน้ำพริกตอนกลางวัน ป้าจึงเติมน้ำลงไปครึ่งขันในหม้อซึ้งอลูมิเนียม พอเอาน้ำเต้าใส่เสร็จ ลูกสาวก็พาหลานสาวมาส่งพอดี จึงออกไปรับหลาน ป้าก็นั่งเล่นกับหลานสักพักแล้วชงนมให้หลานกิน ต่อจากนั้นอุ้มหลานเดินไปปากซอย ไกลจากบ้านประมาณ ๔๐๐ เมตร โดยลืมไปเลยว่าเปิดเตาแก๊สต้มน้ำเต้าอยู่บนเตา พอไปถึงร้านขายปลาทอด ป้าแดงเป็นคนมีอัธยาศัยดีอยู่แล้ว เจ้าของร้านก็ชวนคุย ถามเรื่องเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายที่ทราบจากสื่อ เพราะเห็นป้าไปทำบุญที่วัดนี้เป็นประจำ จึงถามข้อแท้จริงจากป้า เจ้าของร้านนี้ก็ร่วมบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวเช่นกัน ป้าจึงอยู่อธิบายความเป็นจริงให้เจ้าของร้านฟังจนเข้าใจ อยู่ร้านนี้ประมาณ ๒๐ นาที แล้วจึงพาหลานเดินไปซื้อยาที่อยู่ถัดไปอีก ๒-๓ ร้าน จึงเดินกลับ เดินเข้าซอยมาได้ครึ่งทาง พอทักทายเพื่อนบ้านเขาก็ชวนคุยเรื่องข่าวของทางวัดอีก คนนี้ไม่เคยไปวัดเลย จึงใช้เวลาในการสนทนาเป็นพิเศษร่วมครึ่งชั่วโมง และถือโอกาสชวนเพื่อนไปวัดเลย เพราะฟังยังไงก็สู้ได้สัมผัสด้วยตนเองไม่ได้ ระหว่างนั่งคุยกันหลานสาวก็คลานออกจากตัก ไปเล่นที่พื้น ป้าก็ตอบข้อซักถามอธิบายไปเรื่อยๆ เพื่อนก็ตั้งใจฟัง จู่ๆ องค์พระมหาสิริราชธาตุที่ห้อยอยู่ก็กระตุกถึง ๓ ครั้ง ติดๆ กัน เหมือนมีคนดึงไปด้านหลัง ถ้าอุ้มหลานอยู่ก็จะเข้าใจว่าหลานกระตุก ป้าก็ยังไม่เอะใจ ทำหน้าที่กัลยาณมิตรต่อ อีกสักครู่มีลมโชยมา ได้ยินเสียงผู้ชายบอกว่า กลับบ้านเถอะ ป้าแดงจึงเอะใจและ มีความรู้สึกเป็นห่วงบ้านขึ้นมาทันที จึงขอตัวกลับบ้านก่อน เข้าบ้านได้ก็สบายใจ บ้านยังคงเรียบร้อยปกติดี พาหลานไปอาบน้ำเสร็จชงนมให้หลาน กล่อมหลานจนหลับ โดยลืมเรื่องตั้งหม้อบนเตาจนสนิท พอดีเกิดปวดท้องจึงเข้าห้องน้ำ ขณะนั่งอยู่ในห้องน้ำ ได้ยินเสียงน้ำไหลลั่นจ๊อกๆ ในครัว จึงรีบลุกจะไปปิดน้ำ พอขาย่างก้าวเข้าประตูครัว ต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะที่เตาแก๊สเปลวไฟกำลังลุกโชติช่วงอยู่โดยมีหม้ออลูมิเนียม ซึ้งนึ่ง โอ้ยตายแล้ว ลืมปิดแก๊สต้มน้ำเต้าอยู่ รีบวิ่งเข้าไปปิดเตาแก๊สด้วยสัญชาตญาณ มองลงไปในหม้อน้ำเต้า ๖ ชิ้น ดำเป็นถ่านตอตะโกกรอบแห้ง แต่หม้ออลูมิเนียมคงปกติ ไม่ไหม้ ไม่ดำ

 
เตาแก๊สเปิดไฟทิ้งไว้
 

คุณป้าบอกว่าตอนนั้นเปลี่ยนจากตกใจเป็นปีติขนลุก และซาบซึ้งในคุณของพระรัตนตรัยและบุญกุศลที่เพียรสั่งสมไว้ซึ่งไม่ได้หายไปไหน และเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระมหาสิริราชธาตุที่ดลบันดาลคุ้มครองปกป้องและรักษาไม่ให้เกิดไฟไหม้ลุกลามใหญ่โต อัศจรรย์ในพุทธคุณ ดีใจอยากประกาศให้เพื่อนบ้านได้รู้จึงรีบนำผ้าพับให้หนาหลายชั้นใช้ไม้จับหม้อ จูงหลานเดินเอาไปให้เพื่อนบ้านดู ยืนยันความอัศจรรย์ เพื่อนบ้านหลังแรกพอได้ฟังก็เชื่อพลอยตื่นเต้นไปด้วย ขณะที่กำลังวางหม้อต้มน้ำเต้าไว้บนโต๊ะเตี้ย หลานก็เอามือไปจับหม้อใบนั้น ป้าแดงตกใจรีบเอามือหลานออก ตายแล้ว มือหลานต้องพองแน่ๆ เพราะหม้อถูกเผามาร่วม ๒ ชั่วโมงคงร้อนจี๋เลย ด้วยความรักหลานจึงยอมพิสูจน์ลองเอามือไปแตะหม้อดูยิ่งเพิ่มความอัศจรรย์ใจเข้าไปอีก เพราะหม้อไม่ร้อนเลยเย็นเฉียบเหมือนอย่างกับว่าหม้อใบนี้ไม่ใช่พึ่งยกลงมาจากเตาแก๊ส ป้าบอกว่าถ้าพระไม่ช่วยคุ้มครอง ป่านนี้บ้านอื่นต้องพลอยเดือดร้อนไปแล้ว เพราะบ้านป้าเป็นต้นเพลิง


คุณป้ากล่าวว่า "ป้ายิ่งเชื่อมั่นในคุณของพระรัตนตรัยเพิ่มขึ้นทับทวี คอยตรึกระลึกนึกถึงท่านตลอดเวลา โดยอาราธนาท่านให้มาตั้งมั่นอยู่ ณ ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ นึกองค์พระมหาสิริราชธาตุเป็นนิมิตตลอดให้เป็นทางผ่านของบุญกุศล"
คุณป้าได้เล่าว่าพบกับอานุภาพของพระมหาสิริราชธาตุคุ้มครองอีกครั้ง คือวันหนึ่งลูกสาวของป้า ๒ คน เห็นงูตัวใหญ่ ดำมะเมื่อม เลื้อยหายไปกลางบริเวณที่ซักผ้า ตากผ้า ป้าแดงทราบก็กังวลเป็นห่วงกลัวงูจะกัดลูกหลาน จึงลงทุนเอาไม้ไปเขี่ยหาแถวที่รกๆ ใต้ราวตากผ้า คิดว่าถ้าเจอจะได้ให้คนจับออกไป แต่ด้วยความเคารพองค์พระมาก ป้าจึงไม่กล้าใส่องค์พระลอดใต้ราวผ้า จึงถอดองค์พระไว้บนเครื่องซักผ้าที่อยู่ด้านซ้ายมือ แล้วค่อยหาไม้มาคุ้ยเขี่ย คุ้ยไป เขี่ยๆ ไป เกิดพลาดท่าเซถลาจะหกล้มไปทางขวามือ ห่างจากตัวป้าประมาณ ๑ ศอก ตรงนั้นมีกระสอบเก็บขวดแตก ที่เป็นปากฉลามกองอยู่ ๑ กระสอบใหญ่ ถ้าป้าล้มก้นจ้ำเบ้าลงไป รับรองไม่เหลือ ป้าบอกนึกแล้วเสียวจริงๆ เดชะบุญในขณะที่ยังพยุงตัวเองไม่ได้ ขณะเซล้มจะถึงพื้นอยู่แล้ว ป้ารู้สึกเหมือนถูกกระชากกลับมาทางซ้ายอย่างแรง จนป้าระงับความตกใจไม่อยู่จึงหลุดปากพูดว่า "ทำไมต้องกระชากกันแรงๆ ถึงขนาดนี้" การที่ป้ารอดพ้นจากการเจ็บตัวจากอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วยอานุภาพของพระมหาสิริราชธาตุอีกครั้ง ในเหตุการณ์นี้ ป้าแดงกล่าวอย่างเชื่อมั่นว่า มีเพียงป้าและองค์พระเท่านั้น และซ้ายมือที่ถูกกระชากไปก็มีแต่พระมหาสิริราชธาตุท่านวางอยู่บนเครื่องซักผ้า แล้วใครกันล่ะมาช่วยชีวิตป้าถ้าไม่ใช่ท่าน ปาฏิหาริย์มีจริงป้าขอยืนยัน

 
สนทนากับเพื่อนบ้านที่วัดโดนสื่อบิดเบือน
 
 

คนธรรมดาๆ อย่างเราๆ หากทราบว่า ใครรักและศรัทธาเรามาก เคารพเราทั้งต่อหน้าและลับหลัง เราย่อมมีความรู้สึกดีๆ มีไมตรีจิตตอบคนคนนั้น มีอะไรที่พอช่วยเหลือได้ตามควรแก่วิสัยที่พอทำได้ เราก็ย่อมทำให้
ทำนองเดียวกันเทวดาที่ท่านดูแลอยู่ประจำตัวเรา ไม่ว่าท่านจะอยู่ในองค์พระมหาสิริราชธาตุ หรืออยู่ที่บ้านเรา ถ้าเราเคารพเลื่อมใสหมั่นระลึกถึงท่านอยู่เสมอ อย่างเช่นที่คุณป้าแดงกระทำอยู่ ห้อยคอติดตัวไว้ หมั่นสวดสรรเสริญด้วยความสุขใจ ยังขยันนั่งสมาธิเป็นอาจิณกรรมเนืองนิตย์ เทพยดาท่านก็ต้องชื่นชม และที่ดูเป็นบุญกุศลพิเศษมหาศาลมากมาย ก็ตรงที่ป้าแดง ขยันอธิบายเรื่องราวของทางวัดให้ผู้ที่เข้าใจผิดไปตามคำบิดเบือนของสื่อทั้งหลาย รู้ข้อแท้จริง ทำให้ผู้คนเหล่านั้นเข้าใจถูกต้อง ป้าแดงทำหน้าที่นี้อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เท่ากับปิดประตูนรกให้คนที่เลิกเข้าใจผิดทีเดียว หากปล่อยให้พวกเขาเข้าใจผิดตลอดไป นอกจากเป็นบาปหนักเรื่องเข้าใจผิดจนรู้สึกเกลียดชังผู้บริสุทธิ์แล้ว ยังกั้นบุญตนเองให้หมดโอกาสทำบุญในเนื้อนาบุญ ดีไม่ดีอาจพาลเกลียดพระภิกษุอื่นๆ ทั่วไป ไม่มีพระดีให้เต็มใจนับถือเหลืออยู่ รวมทั้งอาจเพิ่มบาปหนักให้ตนยิ่งขึ้นด้วยการกล่าวร้ายให้ผู้อื่นฟังต่อๆ กันไปไม่รู้จบ ทำให้เกิดบาปโยงใยกัน


เมื่อป้าแดงอยู่ในบุญขนาดนี้ เทวดาผู้ดูแลพระของขวัญประจำตัวย่อมเมตตาเป็นพิเศษ เมื่อป้าแดงจะต้องพบอุบัติภัย เพราะความประมาท ท่านจึงพยายามช่วยเหลือเต็มความสามารถ กระตุกสร้อยคอก็ยังไม่เฉลียวใจว่า อยู่ดีๆ สร้อยกระตุกเองได้อย่างไร ต้องเป็นการเตือนสติอะไรสักอย่าง เมื่อเทวดาเห็นป้าแดงคิดไม่ได้ ท่านถึงกับแสดงฤทธิ์ส่งเสียงตามสายลมมาทีเดียว ให้กลับบ้าน

 
ถอดองค์พระไว้บนเครื่องซักผ้า
 

ขนาดกลับมาถึงบ้านแล้ว ยังไม่เฉลียวใจอีก เทวดาต้องทำเสียงน้ำไหลในครัวให้ได้ยินรู้สึกเสียดายน้ำ ต้องรีบเข้าไปดู แต่ลืมเสียดายแก๊ส ต้มผักทิ้ง จนผักไหม้ดำเป็นถ่าน นี่ถ้าเทวดาไม่เรียกกลับบ้าน ไม่ทราบจะเถลไถลอยู่ปากซอยอีกนานแค่ไหน คนชราอายุกว่า ๖๐ ก็เป็นอย่างนี้แทบทั้งนั้น "สัญญา อนิจจา" ความจำไม่เที่ยงจริงๆ ทำอะไรมักลืมง่ายเสมอ ต้องหาวิธีเตือนสติ เช่น บางคนใช้ผ้าแดงผูกข้อมือ บางรายใช้ช้อนเสียบไว้ที่เสื้อ เอายางเส้นรัดนิ้วมือไม่ต้องแน่นมาก พอไปทำอย่างอื่นเพลินจนลืม พอเห็นของที่ตนทำไว้ ทำให้นึกได้ อย่างนี้เป็นต้น พุทธภาษิตที่ว่า "ความประมาท เป็นหนทางแห่งความตาย" นั้น เป็นสัจธรรม ไม่ว่าจะเป็นการประมาทเรื่องฟืนไฟ เรื่องขับรถ เรื่องปีนป่ายที่สูง เรื่องไม่ดูแลสุขภาพ ฯลฯ ตายได้ทุกเรื่อง

สำหรับอานุภาพเรื่องที่สอง ที่ป้าแดงพบตอนเดินค้นหางู กำลังเดินพลาดจะเซล้มไปทางถุงใส่ขวดแตกเป็นปากปลาฉลาม แต่มีแรงเหมือนคนกระชากให้ล้มไปทางตรงข้าม ทำให้ปลอดภัย นี่ก็ต้องเป็นเทวฤทธิ์ทำนองเดิม นึกดูแล้วเทวดาที่ท่านอยู่ดูแลพระของขวัญของเจ้าของซึ่งเป็นผู้สูงอายุนั้น ท่านคงเหนื่อยมากเป็นพิเศษ คนแก่นอกจากขี้ลืมแล้ว การยกแขนขาไม่มั่นคง ทำให้ซุ่มซ่าม หกล้มง่ายๆ ได้เสมอ นอกจากนั้นบางรายยังมีโรคประจำตัวอีกสารพัด

ใครที่เป็นเจ้าของพระมหาสิริราชธาตุ และตนเองแก่ชราแล้ว ต้องหมั่นสร้างกุศลให้มากเข้าไว้ บริจาคทาน รักษาศีล สวดมนต์ สวดสรรเสริญ ฟังธรรม เจริญภาวนา อย่างที่ป้าแดงกระทำ ทำบุญไว้มาก แบ่งส่วนบุญให้เทวดาได้อนุโมทนาบุญด้วย เทวดาทั้งหลายจะได้หายเหนื่อย และท่านจะได้ลงปกปักรักษาและคุ้มครองเราตลอดไป

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -