อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 36

เรื่องที่ ๓๗๓กระชากพวงมาลัย

เรื่องที่ ๓๗๓กระชากพวงมาลัย
สุดวิสัยที่จะบังคับควบคุมรถได้ รถลอยพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แรงกระแทกด้านหน้ารถกับกองดิน
ทำให้ล้อหน้ารถลอยขึ้นกลางอากาศ



 

 
 
คุณโสภา พงศ์วณิชยาิ
 
 

คุณโสภา พงศ์วณิชยา ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ได้เริ่มมาประพฤติปฏิบัติธรรมสร้างบารมีบนเส้นทางบุญ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ เนื่องจากเป็นคนต่างจังหวัด จึงมีวิถีชีวิตแบบชาวชนบท ที่ปกติหมั่นสั่งสมคุณงามความดีประกอบทางมาแห่งบุญกุศลอยู่เป็นนิจมาจนค่อนชีวิตแล้ว จึงรู้ว่าบุญกุศลมีจริง แต่พอชีวิตพบกับอุปสรรค หรือพบความไม่สบายกายไม่สบายใจก็ไม่รู้ว่าจะเอาใจไปไว้ตรงไหน ถึงจะได้พบกับขุมพลังแห่งบุญกุศลที่จะช่วยดลบันดาลให้ทุกข์นั้นคลายลงได้
นับว่าโชคดีที่มีโอกาสได้มาทำบุญที่วัดพระธรรมกาย เพราะที่วัดได้สอนวิธีฝึกสมาธิเบื้องต้นให้แก่สาธุชนทุกท่านเพื่อการเข้าถึงวิชชาธรรมกาย เมื่อคุณโสภาพบความสงบ สะอาด สว่างภายใน ซึ่งเป็นแหล่งแห่งความสุขความสำเร็จที่อยู่ในกลางตัวเราเอง ยิ่งนำมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ใจก็ยิ่งมีพลังในการทำความดี และอยากให้ทุกๆ คน ได้มีโอกาสมาพบหนทางสว่าง สงบอย่างที่ตนเองได้พบด้วยการทำหน้าที่กัลยาณมิตร ทำหน้าที่ผู้นำบุญ ผู้นำรถอย่างมุ่งมั่น โดยไม่มีข้อแม้ ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม คุณโสภาและเพื่อนผู้นำบุญอีกท่านหนึ่ง ได้ประสบอานุภาพพระมหาสิริราชธาตุซึ่งท่านช่วยชีวิตรอดตายมาได้อย่างอัศจรรย์

 
 
พี่สาวเป็นคนปากไว แต่ใจดี
เกิดศรัทธาทำบุญสร้างองค์พระ
 
 

คุณโสภาเพียรทำหน้าที่แจ้งข่าวบุญการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ไปยังญาติมิตร ให้เขาได้ทราบเพราะเป็นทางมาแห่งบุญกุศลใหญ่ ด้วยการสร้างพระธรรมกายประจำตัว ประดิษฐาน ณ มหาธรรมกายเจดีย์นี้ ในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๑ เป็นช่วงที่ปิดยอดองค์พระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานภายนอกมหาธรรมกายเจดีย์ คุณโสภาตั้งใจจะไปบอกบุญสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวกับญาติๆ และเพื่อนๆ ที่รู้จักกัน เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปพบพี่สาวที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อพบพี่สาวก็รีบบอกบุญโดยการรับพี่สาวกลับไปส่งที่บ้านไผ่ และระหว่างนั้น ก็ถือโอกาสบอกบุญในรถไปด้วย คุณโสภาทราบอัธยาศัยของพี่สาวดีว่าเป็นคนปากไว แต่ใจดีมาก ด้วยความที่อยากให้พี่ได้ทำบุญนี้จึงพยายามพูดให้เข้าใจและเกิดศรัทธาที่จะสร้างบุญใหญ่ติดตัว พอพี่สาวทราบรายละเอียดก็อยากจะสร้างด้วย แต่พอรู้ว่าต้องทำบุญ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ องค์ กลับนึกเสียดายเงินขึ้นมาเกิดความลังเล จึงพูดบ่นหาเหตุผลมาอ้างว่า "จะบ้าหรือเงินทองหายากลำบาก" และพูดบ่นอีกหลายคำจนคุณโสภา เกรงว่ากลัวบาปจะตกแก่ตัวผู้พูด จึงหากุศโลบายด้วยการเลิกคุยไปก่อน แล้วเปิดเทปเสียงเทศน์ของหลวงพ่อให้พี่สาวฟังแทน เพื่อให้พี่สาวได้ฟังอานิสงส์ของการสละทรัพย์ภายนอกในครั้งนี้จะได้อริยทรัพย์ภายในติดตัวไป แต่ไม่ทราบด้วยสาเหตุอะไร ตลอดระยะทางจากขอนแก่นถึงบ้านไผ่ร่วม ๔๐ ก.ม. คุณโสภาพยายามเปิดเท่าไหร่ๆ เทปก็ไม่ยอมดัง ตลอดทางจนถึงบ้านพี่สาวก็ไม่สามารถเปิดได้ พอถึงบ้านพี่สาว ขณะพี่สาวกำลังเดินอ้อมหน้ารถเพื่อจะเดินเข้าบ้าน คุณโสภาก็เตรียมตัวออกรถ ด้วยความเคยชินทุกครั้งเวลาเดินทางจะเปิดเทปธรรมะหลวงพ่อฟัง มือก็เอื้อมไปเปิดเทปอีกความอัศจรรย์ใจก็เกิดขึ้น เทปที่พยายามเปิดมาตลอดทางแต่ไม่ยอมดัง พอพี่สาวลงจากรถกลับเสียงดังขึ้นมาเป็นปกติ พี่สาวที่ยังไม่ทันเข้าบ้านได้ยินก็ตกใจใหญ่รีบพูดขอโทษขอขมาว่า ที่พูดไปนั้นตนเองมิได้มีเจตนาลบหลู่ คุณโสภาจึงลากลับบ้าน คืนนั้นประมาณ ๕ ทุ่มพี่สาวก็โทรมาบอกว่าจะสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวด้วย ๑ องค์ และยังชวนเพื่อนให้ร่วมสร้างพระได้อีก ๑ องค์ เพราะพี่สาวเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เขาฟังจึงเกิดศรัทธาสร้างด้วย รวมเป็น ๒ องค์


พอวันรุ่งขึ้น ราวๆ ๑๑ โมงเช้า คุณโสภาได้ขับรถไปพร้อมกับเพื่อนผู้นำบุญอีกท่านหนึ่ง วันนี้ตั้งใจกันว่า เมื่อไปรับปัจจัยสร้างองค์พระจากพี่สาวที่บ้านไผ่แล้ว ทั้งสองคนจะเดินทางต่อไปที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อไปบอกบุญกับญาติและคนรู้จักที่นั่น คุณโสภาเองทำบุญไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุ มีแต่ภาพถ่ายติดไว้ในรถ ส่วนเพื่อนนั้นมีองค์พระองค์จริงแล้วใส่ติดตัวอยู่ด้วย ขณะเดินทางทั้งสองท่านจะเปิดเทปโอวาทหลวงพ่อและเทปสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุฟังตลอดทาง เพื่อใจจะได้เกาะเกี่ยวอยู่ในบุญ พอขับรถออกจากบ้านมาได้สักระยะ ก็ได้ยินเสียงดังผิดปกติจากเครื่องยนต์ จึงแวะไปเช็ครถที่อู่รถ ช่างบอกว่าไม่เป็นอะไรหรอกไปได้ คุณโสภาจึงขับรถเดินทางไปขอนแก่น

 
สถานที่เกิดเหตุ บริเวณนี้มีอุบัติเหตุบ่อยมาก  
 

ขณะที่ขับไปถึงเนินสูง ถนน ๔ เลน คุณโสภาเร่งความเร็วประมาณ ๑๒๐-๑๓๐ ก.ม./ช.ม. เพื่อแซงรถ ๓ คัน ซึ่งตอนนั้นจู่ๆ ก็เหมือนกับมีคนมากระชากพวงมาลัยให้บิดไปทางขวามืออย่างแรง จนรถเกือบชนเกาะกลางถนน ช่วงนั้นคุณโสภาขับรถอยู่ทางขวามือแล้วจังหวะของรถจึงชะลอ รถทั้ง ๓ คัน ก็แซงขึ้นมาพร้อมกันทางซ้าย ๓ คันรวด และทันใดนั้นล้อรถซ้ายด้านหลังที่วิ่งอยู่ดีๆ ก็ถูกล็อคไม่หมุนเหมือนเบรคค้างเสียงล้อครูดกับพื้นถนนเสียงดังลั่น รถของคุณโสภาแฉลบพุ่งมาทางซ้ายทันที ซึ่งหากตอนนั้นถ้ารถไม่ถูกกระชาก พวงมาลัยไปทางขวา และพอดีที่รถเกิดขัดข้องล้อล็อค จะต้องเกิดอุบัติเหตุชนกัน ๓ คันซ้อนอย่างแน่นอน เหตุการณ์ตอนนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก รถคุณโสภาพุ่งไหลลงข้างทางดิ่งลึกลงไปที่พื้นด้านล่างอย่างรวดเร็ว สุดวิสัยที่จะบังคับควบคุมรถได้ เสียงแรงกระแทกของโลหะกับต้นไม้ข้างทางดังสนั่นหวั่นไหว ข้างหน้ารถเป็นเนินดินกองใหญ่ รถลอยพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แรงกระแทกด้านหน้ารถกับกองดิน ทำให้ล้อหน้ารถลอยขึ้นกลางอากาศ ล้อหมุนติ้ว ตัวถังของรถเสียศูนย์ยกเอียงไปตามแรงถ่วงของช่วงหลัง เกือบจะตีลังกาหงายท้องอยู่แล้ว เดชะบุญรถไหลไปทางที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ เสียงท้ายรถอัดก๊อปปี้กับต้นไม้ ดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง เหตุการณ์จึงสงบลง ต้นไม้ช่วยล็อครถไว้ไม่เช่นนั้นรถจะพลิกหงายท้องทันที ซึ่งใกล้ๆ ที่เกิดเหตุเป็นแอ่งน้ำ สภาพรถพังทั้งด้านหน้าและท้ายรถ กระจกรถแตกกระจาย ตอนนั้นคุณโสภายังรู้สึกตัวอยู่ แต่ยังงงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พอได้สติอีกครั้งรู้สึกว่าตนเองนั่งเอียงพิงบานประตูรถอยู่ แรงกระแทกรถกับกองดินและต้นไม้เกิดเสียงดัง มีคนวิ่งมามุงดู เขาพูดกันว่ารถไม่เป็นไร คนก็ต้องตายแน่ๆ ตอนนั้นเพื่อนคุณโสภาได้สติก่อน รีบดึงคุณโสภาออกมายืนอยู่นอกรถ ด้วยความแรงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ เสียงดังมาก จึงมีคนมามุงดูเพื่อให้ความช่วยเหลือ อีกไม่นานตำรวจก็มาให้ความช่วยเหลือ แจ้งรถยกมายกรถของคุณโสภาออกจากที่เกิดเหตุ พอคนขับรถมาถึงประโยคแรกที่คุณโสภาได้ยินคือ "ที่เดิมอีกแล้ว" แล้วเขาก็ถามหาคนเจ็บคนตายว่าอยู่ไหน เพราะที่ตรงนี้มีประวัติ ส่วนใหญ่เขาบอกว่าถึงรถจะไม่เป็นอะไร คนจะต้องตาย พอคุณโสภาแสดงตัวว่าเธอนี่แหละ คือคนขับเป็นเจ้าของรถที่พังยับเยินคันนี้ ทุกคนต่างมองมาด้วยความฉงนว่าอุบัติเหตุร้ายแรงขนาดนี้ คนขับรอดตายมาได้อย่างไร สำรวจดูร่างกายไม่มีบาดแผลที่ใหญ่เลย ฝ่าเท้ามีรอยถลอกนิดเดียวเอง


ต่อมาตำรวจช่วยให้ชาวบ้านที่มีมอเตอร์ไซค์ขับไปส่งคุณโสภากับเพื่อน ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นตกใจสุดขีด พอถึงบ้านพี่สาวได้พักพอหายจากตื่นเต้นแล้วทั้งสองท่านก็นึกทบทวนเหตุการณ์ตอนช่วงที่วิกฤต ทั้งสองท่านนึกออกพร้อมกันว่าขณะนั้นกำลังเปิดเทปฟังโอวาทหลวงพ่อธัมมชโย ใกล้หมดม้วนพอดี เสียงหลวงพ่อท่านกล่าวว่า "ลูกคนไหนที่กำลังเดินทางอยู่ ขอให้เดินทางปลอดภัย" สิ้นเสียงตรงนี้เทปกำลังจะเปลี่ยนหน้าพวงมาลัยรถก็ถูกกระชากทันที จึงทำให้รอดจากการชนกับรถที่ตามมาข้างหลังซึ่งถ้าชนในลักษณะนั้น จะต้องมีคนตายเกิดขึ้นแน่ เพราะจังหวะรถมาเร็วและชนกลางคัน

 
รถที่ประสบอุบัติเหตุ (ซ่อมเสร็จแล้ว)  

พอรับปัจจัยสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวจากพี่สาวเรียบร้อยแล้ว เพื่อนก็ถามว่า เรายังจะไปบอกบุญต่อที่จังหวัดอุบลราชธานีอีกไหม คุณโสภาตอบอย่างมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวว่า "ไปซิจ๊ะ" ทั้งสองปรึกษากันว่ารถพังแล้วจะไปยังไงต่อ ตกลงว่านั่งรถทัวร์ประจำทางไปกัน พอดีคุณโสภานึกอยากโทรศัพท์ไปเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟัง เขาก็ถามว่า "กำลังจะไปบอกบุญมิใช่หรือ" ยินดีที่จะให้ยืมรถของตนเองขับไปและจะให้น้องชายเป็นสารถีแก้วให้ รับรองปลอดภัยเพราะเป็นรถยุโรปราคาเกือบล้าน ยืมไปเลย เพราะเขาเห็นความตั้งใจจริงของคุณโสภาแล้วอยากได้บุญด้วย อยากอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ตั้งใจในการทำความดี เช่น คุณโสภา

คุณโสภาผู้นี้ ต้องถือว่าเป็นยอดนักสร้างบารมี เป็นผู้นำบุญที่แท้จริง ชวนพี่สาวทำบุญสร้างองค์พระ พี่สาวพูดบ่นเสียยกใหญ่ด้วยถ้อยคำไม่สมควรต่างๆ น้องก็ไม่ท้อถอย พูดด้วยตนเอง เกรงพี่ไม่เชื่อ พยายามจะเปิดเทปของทางวัด ใช้เป็นคำอธิบายแทน พยายามอยู่ตลอดระยะทาง ขับรถจากขอนแก่นไปบ้านไผ่ ประมาณ ๔๐ กิโลเมตร คงหลายสิบนาที ไม่สำเร็จ พอพี่สาวลงจากรถเท่านั้น เปิดเทปได้ทันที
พี่สาวคงพอมีบุญเก่าติดตัวอยู่ ทำให้รู้สึกเฉลียวใจคิดได้ว่า การพูดจาจ้วงจาบเรื่องการทำบุญที่ตนเองกล่าวไปนั้นเป็นสิ่งไม่สมควร เป็นบาป บาปจึงบันดาลให้เครื่องเทปในรถยนต์น้องไม่ทำงาน เพราะตนไม่มีบุญพอจะได้ฟัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงบันดาลให้เป็นไป รู้สึกตัวสำนึกผิด คิดขอโทษ


หลังจากน้องสาวลากลับไปแล้ว พี่สาวคงต้องคิดต่อแน่นอน ปุพเพกตปุญญตา บุญที่ตนเองเคยกระทำไว้ในชาติก่อนกระตุ้นเตือนใจ ให้รู้สึกเสียใจในวจีกรรมของตน ตัดสินใจทำบุญสร้างองค์พระยังชวนเพื่อนอีกคนให้ร่วมสร้างด้วย โทรศัพท์บอกให้น้องตอน ๕ ทุ่มคืนวันเดียวกัน น่าอนุโมทนาเข้าทำนองต้นคดปลายตรง ไม่สายเกินไป


อย่างไรก็ตาม บุญก็คือบุญ บาปก็คือบาป การเดินทางไปชวนผู้คนทำบุญ การไปรับเงินบริจาค การไปทำความดีอะไรต่างๆ เป็นกุศล ใจที่คิดทำความดีเป็นกุศลจิต เหล่านี้เป็นเรื่องฝ่ายดี แต่ใจที่คิดขับรถเร็ว ไม่ใช่กุศลจิต ไม่ใช่เรื่องฝ่ายดี เป็นเรื่องอกุศล คือเรื่องของความประมาท


รถก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ จนต้องนำไปให้ช่างดู ช่างตรวจสภาพรถเขาก็มองดูเฉพาะเวลาที่รถยนต์จอดสนิทอยู่เบื้องหน้า เขาไม่ได้เป็นตัวผู้ขับขี่เอง เขาย่อมแนะนำได้ไม่ถี่ถ้วนนัก เมื่อคุณโสภาขับเร็วเสียจนถึง ๑๒๐-๑๓๐ ก.ม./ชั่วโมง ย่อมควบคุมการบังคับรถได้ยากมาก โดยปกติเดินทางไกล ขับกันด้วยความเร็วไม่ต้องถึง ๑๐๐ ก็ใช้ได้ ถ้าเป็นรถมีปัญหายิ่งต้องขับให้ช้ากว่านั้น วิ่งซ้ายเอาไว้ นี่ทั้งเร็วทั้งวิ่งขวา เกิดอุบัติเหตุดังที่เล่า ต้องถือว่าไม่ตายก็บุญแล้ว


โชคดีที่จิตใจของคุณโสภาและเพื่อนอยู่ในบุญตลอดเวลา จึงโชคร้ายแค่เสียทรัพย์ต้องซ่อมรถ ร่างกายไม่บาดเจ็บอะไร ยังมีกำลังใจเดินทางต่อไปรับเงินทำบุญ และไปชวนคนทำบุญที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นใครบ้างก็ต้องชมเชยน้ำใจเพื่อนของคุณโสภาคงรู้สึกชื่นชม จึงได้ให้รถราคาเกือบล้านพร้อมคนขับพาไปยังจังหวัดอุบลราชธานี ต้องขออนุโมทนาบุญ


นี่คือชีวิตของนักสร้างบารมีแท้จริง อุปสรรคอะไร ไม่มีสิทธิ์มาขวางหน้า ไม่มีความรู้สึกท้อถอยท้อแท้ อะไรจะเกิดก็เกิด แก้ไขกันไปตามเหตุการณ์ สิ่งที่เกิดมาบั่นทอนการสร้างบุญกุศลไม่ได้ เป็นการกระทำและความรู้สึกของคนมีปัญญา แยกกันออกว่าบุญส่วนบุญ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นบาปเก่าก็ส่วนบาป คนละเรื่องกัน เมื่อประมาทก็ต้องรับผล "ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย"
คนมีปัญญาน้อยมักจะเอาสองเรื่องมาปนกัน ไปทำบุญแล้วพบเหตุร้ายพาลน้อยใจนั่นเป็นความคิดที่ผิด 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -