อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 38

เรื่องที่ ๓๘๕ร้านนี้ไฟไม่ดูด

เรื่องที่ ๓๘๕ร้านนี้ไฟไม่ดูด
เมื่อทุกคนทราบต่างฉงนระคนตกใจ พร้อมกับคำถามและคำตอบที่ผุดขึ้นมาในใจ เอ๊ะ แล้วรอดจากไฟฟ้าดูดได้อย่างไร



 

 
 
คุณอภิญญา สามีและลูก
นำธรรมะมาใช้ในการดำเนินชีวิต
 
 

"ครอบครัวใดที่นำธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาปฏิบัติ มีศีลเสมอกัน มีทิฐิเสมอกัน ย่อมจะทำให้บุคคลที่อยู่ครอบครัวนั้น อยู่เย็นเป็นสุข คิดสิ่งใดแล้วต้องสำเร็จเป็นอัศจรรย์ มีแต่สิริมงคลมาสู่ตน"
บทความข้างต้นน่าจะเหมาะสมกับครอบครัว "สาแสง" ซึ่งมีคุณอมรเกียรติ และคุณอภิญญา สาแสง เป็นผู้นำ เพราะที่บ้านได้ทำธุรกิจการค้าผลิตขนมขายอยู่ที่ฝั่งธนบุรี


คุณอภิญญา เล่าว่าที่บ้านได้ร่วมบุญสร้างองค์พระประจำตัวเพื่อประดิษฐาน ณ ธรรมกายเจดีย์โดยฝากปัจจัยมากับน้องเจ้าหน้าที่กัลยาณมิตรที่ไปแจ้งข่าวบุญ ต่อมาได้เริ่มเข้าใจวิถีชีวิตแบบชาวพุทธที่แท้จริงว่า ความสุข ความสำเร็จทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการประกอบคุณงามความดี ซึ่งเป็นทางมาแห่ง "บุญ" เพราะบุญเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง สงบร่มเย็น เมื่อสองสามีภรรยาได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง ๑ สัปดาห์ ความรู้ภายในก้าวหน้า สามารถทำใจให้หยุดนิ่งมีสติรู้ตรึกอยู่ภายใน การคิดแก้ปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันก็คลี่คลายไปในทางที่ดี คุณอภิญญาบอกว่า เดี๋ยวนี้ใจเยือกเย็นขึ้น อยู่กับลูกน้องพูดกันด้วยความเมตตา และคอยเป็นกัลยาณมิตรให้พวกเขาได้มีโอกาสสร้างบุญกุศลบ่อยๆ โดยปิดร้านในวันบุญสำคัญทางพระพุทธศาสนา เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ไปสั่งสมบุญ บรรยากาศในร้านค้าของคุณอภิญญาก็เย็นลงด้วยกระแสแห่งธรรมะ ทุกๆ คน ยิ้มแย้มแจ่มใส แล้วเรื่องอานุภาพก็เกิดกับครอบครัวสาแสงเป็นอัศจรรย์ จนทำให้ต้องมาช่วยกันประกาศคุณของพระรัตนตรัยว่าคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นี้มีคุณมากมายต่อผู้ที่ลงมือปฏิบัติ

 
คุณอภิญญายอมขาดรายได้ เพื่อพาพนักงานไปร่วมงานบุญที่วัด
 

ร้านของคุณอภิญญา ตั้งอยู่ฝั่งธนบุรี ใกล้ๆ โรงพยาบาลธนบุรี ๑ ในร้านก็มีขนมขายทุกอย่าง มีทั้งแบบไทยๆ ขนมเปี๊ยะ รวมไปถึงเบเกอรี่ต่างๆ เมี่อทุกคนในร้านหันมาประพฤติปฏิบัติธรรมควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิต หมั่นทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใสอยู่เสมอ การค้าก็เจริญรุ่งเรือง อย่างเหลือเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ คุณอภิญญาบอกว่า เมื่อก่อนตั้งแต่ขายมา ๖ ปี ที่เห็นชัดๆ คือขนมชั้น ซึ่งสามารถนับยอดขายเป็นถาดๆ ได้ ขายตั้งแต่เช้าถึงเย็นถ้าขายได้วันละ ๑๐ กว่าถาด ก็รู้สึกขายดี เพราะตั้งแต่เปิดร้านมาก็ขายยอดสูงสุดก็ประมาณนี้ ต่อมาเมื่อได้ร่วมสร้างพระเพื่อประดิษฐานตรงส่วนแกนกลางของมหาธรรมกายเจดีย์ ได้รับพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุไว้บูชาหมั่นตรึกระลึกถึง สวดสรรเสริญทุกวันเช้า-เย็นเพื่อเป็นทางมาแห่งบุญ แล้วความเปลี่ยนแปลงของยอดขายในร้านก็เกิดขึ้นจากสูงสุดวันละ ๑๐ กว่าถาด ปัจจุบันนี้วันละ ๔๐ ถาดเป็นปกติ ถ้าตรงกับวันนักขัตฤกษ์วันเข้าพรรษา หรือเทศกาลบุญจะขายถึงวันละ ๑๐๐ ถาดขนาดช่วงฤดูฝนยอดขายก็ไม่ลด ซึ่งต่างกว่าเมื่อก่อน ฤดูฝนทีไรการค้าต้องซบเซาลง ทั้งวันในร้านจะเต็มไปด้วยผู้คนมาแวะซื้อขนม

 
ภาพหลังจากการทำบุญสร้างพระ ยอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวอย่างอัศจรรย์
 
 

เหตุการณ์วันหนึ่งทำให้ทุกคนในร้านต้องเข้าใจและซาบซึ้งต่อคำว่า "บุญรักษา" เพราะในขณะที่ทุกคนต่างมุ่งมั่นตั้งใจทำงานทำหน้าที่ของตนอย่างดีเยี่ยมนั้น ไม่มีใครรู้เลยว่า สื่อมรณะที่มองไม่เห็นได้มายืนรออยู่ตรงหน้าแล้ว แต่ด้วยเดชะบุญทุกๆ คนปลอดภัย อย่างเหลือเชื่อ นึกถึงทีไรเสียวไปถึงหัวใจเพราะตู้ขนมที่เป็นตู้ตัวถังแสตนเลส กรุกระจกใสข้างในเรียงถาดขนมเอาไว้ และภายในติดหลอดไฟเอาไว้เพื่อความสว่าง และแสดงสีสันความน่าอร่อย น่ารับประทานนั้น ได้เกิดมีกระแสไฟฟ้ารั่วทั่วตู้ ตู้ใบนี้เสียบปลั๊กไฟฟ้าไว้ตลอด กว่าจะรู้ว่ากระแสไฟฟ้ารั่ว ก็มืดแล้ว เพราะต้องเปิด สวิทไฟแต่ไฟในตู้ไม่สว่าง จึงรอให้คุณอมรเกียรติ์มาช่วยดู พอตรวจดูเจอสาเหตุเพราะว่า หนูได้เข้าไปกัดสายไฟเกือบขาด คุณอมรเกียรติถึงกับร้องโอ๊ย! สายไฟขาด ไฟรั่วทั้งวันเป็นไปได้ยังไง ทุกคนไม่ถูกไฟฟ้าดูด


เมื่อทุกคนทราบต่างฉงนระคนตกใจ พร้อมกับคำถามและคำตอบที่ผุดขึ้นมาในใจ เอ๊ะ แล้วรอดจากไฟฟ้าดูดได้อย่างไร เพราะทุกคนในร้านจะต้องเข้าไปถูกตู้ใบนั้นเพื่อหยิบขนมบริการลูกค้า


คุณอภิญญาแต่งงานมา ๑๑ ปี แต่ยังไม่ยอมมีบุตรไว้เชยชมซักทีจนกระทั่งกลางปี พ.ศ.๒๕๔๐ ก็เริ่มตั้งครรภ์และมีบุตรหญิง จึงตั้งชื่อว่าน้องบุญรักษา คุณอภิญญาบอกว่าลูกสาวเป็นเด็กน่ารักเลี้ยงง่าย อายุ ๖-๗ เดือน ก็สามารถยกมือไหว้พระเป็น ขณะพูดอ้อแอ้ จะมีอีกคำหนึ่งนอกเหนือจากการเรียกพ่อแม่ ก็คือคำว่า "กาย" ซึ่งใหม่ๆ ผู้ใหญ่ก็ไม่รู้ว่าที่น้องพูดหมายถึงสิ่งใด ต่อมาเจริญวัยขึ้น พอเห็นสัญลักษณ์ธรรมกายเจดีย์ ก็จะชี้ว่า "กาย" หมายถึงธรรมกายเจดีย์นี่เอง มีช่วงที่น้องบุญรักษาอยู่ๆ ก็เกิดไม่สบาย ปากพองไม่สามารถดื่มนมทานข้าวได้ จากเริ่มเป็นน้อยๆ จนร้องโยเยทั้งคืน คงอยากจะบอกว่าเจ็บทรมาน ท้องก็หิวแต่ปากกินไม่ได้ ยาดีๆ ที่ได้มาทาปากให้ลูกก็ไม่หาย ในคืนนั้นลูกร้องตั้งแต่หัวค่ำจนดึกก็ไม่ยอมเลิก พ่อกับแม่ผลัดกันอุ้มพาดบ่า ลูกร้องสะอึกสะอื้นมาหลายชั่วโมงแล้วจึงตัดสินใจขอพึ่งบารมีองค์พระมหาสิริราชธาตุอีกครั้ง พ่อก็รีบนำองค์พระของตนมาพนมมือหลับตาตั้งจิตอธิษฐาน ขอบุญกุศลให้ลูกหายป่วยด้วย แล้วผลัดกันอุ้มลูก คุณอภิญญาก็นำองค์พระทั้งของตนเองและของลูกสาวรวมกันอธิษฐานจิต ให้ลูกหายจากอาการทรมานหายเจ็บปากด้วย จากนั้นอีกประมาณ ๑๐ นาที ลูกก็ร้องนม นม พอลูกขอนมกินรีบส่งให้ ลูกก็ดูดนมได้โดยไม่มีอาการเจ็บปาก สองสามีภรรยามองหน้ากันน้องบุญรักษาก็ค่อยหลับไป พอรุ่งเช้าเขาก็ไม่ร้องไห้เจ็บปากอีกเลย

 
ตู้ที่ไฟฟ้ารั่ว แต่ไม่มีใครโดนไฟดูดเลย
 

อัศจรรย์ พุทธานุภาพทำให้ลูกหายป่วย ซึ่งคุณอภิญญา บอกว่าตนเองก็เคยพบเหตุการณ์ ซึ่งที่เจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสมาแล้ว เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อประมาณเดือนตุลาคม ๒๕๔๑ ช่วงที่มีการทำบุญสร้างองค์พระเพื่อปิดเจดีย์ภายนอกในวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๑ คุณอภิญญาและสามีได้เดินทางไปร่วมพิธีอธิษฐานจิตที่ลานธรรมกายเจดีย์ ฉลองวันปิดเจดีย์ได้สำเร็จในวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๑ ร่วมกับสาธุชนนับหมื่น เสร็จจากพิธีเลิกกลับถึงบ้านด้วยความเบิกบานใจในผลแห่งบุญที่ประกอบกันมาทั้งวัน เข้านอนกันแต่หัวค่ำ กลางดึกคุณอภิญญาเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงเหมือนถูกบิดไส้ ตัวงอดิ้นทุรนทุราย เหงื่อกาฬไหลออกพลั่กๆ อาการทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก เรียกสามีให้ช่วยก็ไม่ไหวปวดมาก สามีซึ่งนอนอยู่ไม่ไกลนัก ตกใจตื่น เห็นคุณอภิญญานอนดิ้นอยู่ ก็รีบเข้ามาช่วยเหลือแต่คุณอภิญญาปวดทรมานมาก จนรู้สึกว่าความตายอยู่เบื้องหน้าแล้ว นึกได้แต่พระมหาสิริราชธาตุที่คล้องคออยู่และถอดวางไว้บนหัวนอน แต่เอื้อมหยิบไม่ได้เพราะปวดมากตัวงอตลอด บอกสามี ได้แต่พระ พระ สามีตกตะลึงรีบไปควานหาพระของตนเองนำมาคล้องคอ แล้วรีบนั่งสมาธิขอบุญช่วยคุณอภิญญา เวลาผ่านไปสัก ๑๐ นาที อาการปวดบิดท้องลดความถี่ลงบ้าง คุณอภิญญาจึงแข็งใจพยุงตัว เอื้อมมือคว้าสร้อยคอที่ห้อยองค์พระมาสวมคอตัวเอง คุณอภิญญาบอกว่า พอองค์พระสวมลงที่ศีรษะเท่านั้น อาการปวดทรมานหายเป็นปลิดทิ้งอย่างอัศจรรย์ ทำให้สองสามีภรรยา เชื่อในคุณของพระรัตนตรัยว่าท่านมีคุณอย่างจะนับจะประมาณมิได้

 
ห้องพระคุณอภิญญา ที่คนในครอบครัวพากันสวดมนต์ นั่งสมาธิทุกวัน
 
 

คุณอภิญญาและสามีเป็นตัวอย่างของการเป็นนายจ้างที่ดี เมื่อตนเองพบการดำเนินชีวิตที่ดีงามตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ได้ชักชวนลูกจ้างในร้านทุกคนให้ร่วมสนใจปฏิบัติด้วย วันงานบุญใหญ่สำคัญๆ ถึงกับยอมขาดรายได้ปิดร้าน พาทุกคนไปร่วมงานบุญ
เมื่อคุณอภิญญาและสามีเข้าวัด ให้ทาน ถือศีล ปฏิบัติธรรม นิสัยใจคอย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปโดยอัตโนมัติ มีเมตตารู้จักใช้ลูกจ้างพอเหมาะกับกำลังของเขา ไม่ใช่คิดเอาแต่ประโยชน์ของตนอย่างเดียว รู้จักพูดด้วยปิยวาจา ไม่ดุว่าเคี่ยวเข็ญ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ด้วยน้ำใสใจจริง ประการสำคัญเป็นกัลยาณมิตรชักชวนให้ลูกจ้างให้ทาน รักษาศีล และปฏิบัติภาวนาตามตนไปด้วย


นายมีสุขภาพจิตดี ลูกน้องก็พลอยมีสุขภาพจิตดีตาม คนเราเมื่อทำงานด้วยความสบายใจ หน้าตาก็เบิกบานยิ้มแย้มแจ่มใส คนซื้อเข้ามาในร้านเห็นคนขายมีแต่ใบหน้าสดชื่นร่าเริงย่อมสบายใจตามไปด้วย พลอยให้เต็มใจซื้อของ ตั้งใจซื้อเพียงนิดหน่อย กลับเปลี่ยนใจซื้อเสียมาก เพราะพอใจอัธยาศัยคนขาย นี่เป็นหลักจิตวิทยา


แต่ถ้าพูดในแง่ของบุญกุศล คนเราทุกคนมีดวงบุญประจำตัวอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ถ้าทำบุญด้วยการบริจาคทานไว้มาก จะทำมาหากินอะไรก็รุ่งเรืองไปทุกอย่าง ถ้าทำบุญด้วยการรักษาศีลไว้มาก รูปร่างหน้าตาผิวพรรณย่อมสวยงามผุดผ่อง ใครเห็นก็ชื่นใจ ถ้าทำจิตภาวนาไว้มาก สติปัญญาย่อมเฉลียวฉลาดแก้ไขปัญหาต่างๆ ลุล่วงโดยง่าย


ทำเหตุอย่างใด ย่อมได้รับผลอย่างนั้น แต่ในการชักชวนผู้คนทำความดีต่างๆ เป็นการทวนกระแสโลก ไม่ใช่ทำได้โดยง่าย ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ใคร่มีเวลาฟังคำชักชวน มีแต่เวลาให้ต่อสิ่งที่กิเลสยั่วย้อมใจ เพลิดเพลินในเรื่องอกุศลต่างๆไปเสีย ดังนั้นผู้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรชักชวนผู้คน จำต้องมีอุบายอันเป็นกุศลในการชักชวน เช่น ให้ได้ยินคำพูด หรือได้เห็นภาพที่สะดุดใจได้คิด เหมือนรายการโฆษณาต่างๆ ที่เราพบกระทำอยู่ เพียงแต่คำพูดและภาพของเขาเต็มไปด้วยอำนาจโลภะของเจ้าของสินค้า ซึ่งบางอย่างพิจารณาแล้วพูดเกินจริงเหมือนล่อลวงด้วยซ้ำ แต่ไม่มีผู้ใดถือเป็นความผิด


ตรงข้ามพระมหาสิริราชธาตุ อันเป็นพระของขวัญของวัดเรา ใช้ชื่อว่า พระดูดทรัพย์ เป็นความจริงแท้ๆ คนที่ไม่เห็นด้วยก็พยายามกล่าวหาว่า เป็นเรื่องหลอกลวงผู้คน


พระมหาสิริราชธาตุนั้น ผู้ใดจะได้เป็นเจ้าของ ผู้นั้นต้องทำทาน คือบริจาคทรัพย์สร้างพระประจำตัวไว้ที่พระมหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งก็คือช่วยกันสร้างปูชนียสถานไว้ให้ผู้คนเคารพบูชา เป็นพุทธานุสติ อันเป็นเหตุน้อมนำใจให้ปฏิบัติตามหลักธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ในที่สุด


เมื่อบริจาคทานไว้ ดวงบุญในเรื่องทานของผู้บริจาคย่อมมีอานุภาพขึ้น บุญนั้นเองบันดาลให้โภคทรัพย์หลั่งไหลมาหา เหมือนดึงดูดทรัพย์ได้ เรื่องจริงก็มีอยู่เท่านี้ เป็นกุศโลบายให้คนรู้จักทำทาน


เหมือนที่คนโบราณห้ามเด็กหนุ่มสาวว่า กลางคืนห้ามหวีผม จัญไรจะกินหัว กลางคืนห้ามกวาดบ้านอุบาทว์จะขึ้นเรือน ความจริงคือคนหนุ่มสาวอยู่ในวัยรักสวยรักงาม หนีเที่ยวนอกบ้านต้องแต่งตัวหวีผม แต่เมื่อไม่กล้าหวีผมก็จะไม่กล้าออกจากบ้านหนีเที่ยว เพราะไม่สวย การกวาดบ้านกลางคืน สมัยโบราณมีแต่ตะเกียง หรือใช้ให้ความสว่างไม่มาก ถ้ามีของมีค่าหล่นอยู่ อาจมองไม่เห็นกวาดลงใต้ถุนหายไปจึงมีอุบายห้ามไว้


คุณอภิญญาและสามีรวมทั้งผู้คนในร้าน ร่วมกันทำทาน ถือศีล ภาวนา เป็นคนมีบุญกันทั้งบ้าน ลูกจ้างถือศีล ย่อมซื่อสัตย์ไม่คดโกง รายได้ไม่รั่วไหล กิจการค้าย่อมเจริญเป็นหลายเท่าตัว และรอดพ้นจากอันตรายโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงดังที่เล่ามาอย่างอัศจรรย์

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -