อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 39

เรื่องที่ ๓๘๘กระเป๋าฝังเพรช

เรื่องที่ ๓๘๘กระเป๋าฝังเพรช
กระดุมปุ่มเปิด-ปิดมีเพชรซึ่งจะส่องแสงเป็นประกาย เหมือนตาแมวที่เห็นได้ในเวลากลางคืน
จึงเป็นสิ่งล่อตาล่อใจต่อมิจฉาชีพมาก



 

 
 
คุณแพงตา กิติมหาคุณและน้องจุยเจีย
 
 

คุณแพงตา กิติมหาคุณ เป็นเจ้าของบริษัททำป้ายโฆษณา one inter advertising co., ltd. เข้าวัดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ ขณะเรียนมหาวิทยาลัยปี ๑ โดยได้ยินเสียงตามสายของมหาวิทยาลัย เชิญชวนให้มานั่งสมาธิปฏิบัติธรรมเพื่อการเข้าถึงพระธรรมกาย ได้ยินครั้งแรกในชีวิต เธอมีความรู้สึกขนลุกซู่ อยากจะปฏิบัติ รู้สึกอยากจะเข้ามาสัมผัสและศึกษาว่าคืออะไร ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ๑๕ ปีแล้วที่เธอไม่เคยห่างหายจากเส้นทางนี้ ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา มาโดยตลอด คุณแพงตาจึงเป็นบุคคลหนึ่งที่อยู่ในบุญ เชื่อมั่นในบุญว่าบุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสำเร็จ ทุกสิ่งทุกอย่าง ภายใต้ความมั่งคั่ง ร่ำรวย ชื่อเสียง เกียรติยศ ต่างๆ นานา ล้วนมีบุญเกื้อหนุนทั้งสิ้น


ปัจจุบันคุณแพงตา แต่งงานมีลูกสาว ชื่อน้องจุยเจีย อายุ ๒ ขวบกว่า กำลังซน กำลังช่างคุย ตั้งแต่แบเบาะเธอพาน้องจุยเจียมาวัดทำบุญด้วยเป็นประจำ อานุภาพที่คุณแพงตา และลูกสาวได้พบมีอยู่ว่าในวันเสาร์ก่อนจะถึงวันอาทิตย์ต้นเดือนซึ่งวันอาทิตย์นี้คุณแพงตาตั้งใจจะไปรับรูปเหมือนพระมงคลเทพมุนี รุ่นมารสยบ ๑๐๐ องค์แรก ซึ่งเธอคือหนึ่งในจำนวนนั้นด้วย รูปเหมือนนี้มอบให้สำหรับผู้ที่ร่วมบุญทอดผ้าป่า ๑๐,๐๐๐ วัดทั่วประเทศ เธอตั้งใจจะไปร่วมบุญเต็มที่ เตรียมข้าวปลาอาหารอันประณีตอย่างเรียบร้อยเพื่อไปบูชาข้าวพระ ในตอนสายของวันเสาร์ รู้สึกว่าน้องจุยเจียเริ่มตัวร้อนมีไข้ อาการไข้ขึ้นสูงตัวร้อนจัด รีบให้ทานยาคิดว่าพรุ่งนี้คงหาย ปรากฏว่ารุ่งเช้าไข้ก็ไม่ลด วัดดูสูงถึง ๓๘-๓๙ องศา

 
หมั่นทำบุญกุศลอยู่เนืองนิตย์กันทั้งครอบครัว
 
 

ด้วยความที่เธอเป็นผู้หนึ่งที่รักบุญ ตระหนักในบุญใหญ่ครั้งนี้ จึงได้โทรศัพท์เข้ามาที่วัด ให้กัลยาณมิตรท่านหนึ่งที่รู้จักกัน เอาโทรศัพท์วางไว้ตรงลำโพง เพื่อถ่ายทอดเสียงตามสายที่บ้าน... เธอก็จัดการนำสายโทรศัพท์เข้าห้องพัก กด Speaker phone เพื่อฟังเสียงหลวงพ่อธัมมชโย นำบูชาข้าวพระตามพิธีในสภาธรรมกายสากล เมื่อเสร็จพิธีมาช่วงเพล เธอก็คิดว่าลูกสาวไข้น่าจะลดได้แล้ว ตอนบ่ายจะได้มารับพระรุ่น "มารสยบ" ๑๐๐ องค์แรก กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้ ปรากฏว่า ลูกสาวไข้ก็ยังไม่ลดอีก จึงโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่ที่วัดไปรับแทนและนำมาให้ภายในวันนั้นเลย เพราะเธออยากได้มาก

ในช่วงเย็น ลูกสาวเธอก็ยังไม่หาย ไข้ยังขึ้นอยู่เช่นเดิม หัวอกแม่กลัวลูกจะเป็นอะไรไปเด็กตัวแค่นี้ ไข้ขึ้นมา ๒ วันแล้ว ปกติน่าจะลดได้ แต่ไม่ลดสักที นอกจากไข้จะขึ้นแล้วยังอาเจียนด้วยทานทั้งข้าวและนมไม่ได้เลย เธอจึงเตรียมเก็บสัมภาระพาลูกสาวไปโรงพยาบาล คิดว่าไปถึงจะต้องให้น้ำเกลือแน่นอน นอกจากนี้เธอยังนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองตลอดเวลา โดยเฉพาะหลวงพ่อวัดปากน้ำ "รุ่นมารสยบ" ที่ได้รับในวันนี้ อยากจะนิมนต์ท่านเข้าบ้านในวันนี้เช่นกัน บุญบันดาลเจ้าหน้าที่วัดนำรูปหล่อหลวงพ่อวัดปากน้ำ "รุ่นมารสยบ" มาให้ ก่อนที่เธอจะไปโรงพยาบาลพอดี เมื่อเธอได้รับปุ๊บ เธอจับตรงฐานองค์หลวงพ่อวัดปากน้ำ มีความรู้สึกแปลกๆ เข้ามา เธอรู้สึกว่า องค์ท่านเย็นแล้วนิ่มด้วย ยังถามเจ้าหน้าที่ว่า "ทางวัดเพิ่งปั้นเสร็จใหม่ๆ หรือ ยังไม่หายเย็น" เจ้าหน้าที่ก็งงๆ ยิ่งจับก็ยิ่งรู้สึกว่า เย็นมากๆ แล้วนิ่มเหมือนท่านมีชีวิตเธอจึงอธิษฐานจิตตรงนั้นเลยว่า "หลวงพ่อเจ้าขา ขอให้ความเย็นในตัวของหลวงพ่อ ดูดอุณหภูมิของลูกและหลานนี่เข้าไป แล้วขอให้เป็นปกติด้วยเถอะค่ะ" เมื่ออธิษฐานจบปุ๊บ ประมาณ ๕ นาทีจากที่ลูกนอนพาดอยู่บนบ่าของคุณแพงตา น้องจุยเจียก็ตื่นและขยับตัวออกจากอ้อมกอดของคุณแม่ พอลงถึงพื้นได้ก็วิ่งเล่นซุกซนเหมือนเดิมไม่ได้เป็นอะไร และเมื่อนำปรอทมาวัดอุณหภูมิ จึงเห็นได้ว่าไข้ลดลงทันที ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความฉงนปนความอัศจรรย์ให้กับคุณแพงตาเป็นอย่างมาก

 
ห้องพระที่สวดมนต์เป็นประจำทั้งครอบครัว
 
 

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้รับพระมหาสิริราชธาตุและพระคะแนนสุดสุดได้ไม่นาน คุณแพงตาและสามีได้ประสบกับอานุภาพ ชนิดที่เธอและสามีลืมไม่ลงทีเดียวถึงความอัศจรรย์ของเหตุการณ์ในครั้งนั้น วันหนึ่งหลังเลิกงาน คุณแพงตาและสามีเดินทางไปทานข้าวที่ร้านอาหารเชลล์ชวนชิม แถวตลาดประชานิเวศน์ ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านมากไปถึงก็ไม่มีที่จอดรถ เธอจึงลงไปจากรถและให้สามีนำรถไปจอดเป็นระยะทางห่างออกไป ด้วยความที่รีบลงจากรถเธอลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ในรถ ภายในกระเป๋าสตางค์มีทุกอย่างตั้งแต่เงินสดจำนวนมาก กุญแจบ้าน บัตรประชาชน และพระมหาสิริราชธาตุ ที่สำคัญตรงกระดุม ปุ่มเปิด-ปิดมีเพชรซึ่งจะส่องแสงเป็นประกาย เหมือนตาแมวที่เห็นได้ในเวลากลางคืน จึงเป็นสิ่งล่อตาล่อใจต่อมิจฉาชีพมาก

 
เปิดเป็นบ้านกัลยาณมิตร
ดำเนินชีวิตด้วยแสงแห่งธรรม
 

ในสถานการณ์เช่นนี้ทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากพึ่งบุญอย่างเดียวเพราะจะลุกไปก็ใช่ที่ สั่งอาหารกำลังทานอยู่ คุณแพงตาบอกว่ารู้วิธีิอธิษฐานจิตหาบุญได้ใช้บุญเป็น ใจจรดศูนย์กลางกายโดยอัตโนมัติรู้ว่าคุณของพระรัตนตรัยท่านช่วยคุ้มครองได้ รีบตั้งจิตอธิษฐานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในกระเป๋า อย่าให้มีคนเอากระเป๋าลูกไปได้เลย หลังจากนั้นก็รีบทานข้าวให้เสร็จลุกเดินดิ่งไปหาจุดที่จอดรถและกระเป๋าถือทันที ใจก็นึกหวั่นว่ากระเป๋าเราจะรอดพ้นจากการโจรกรรมหรือเปล่าเพราะฟังจากรายอื่น ๆ กลางวันแสกๆ จอดไว้รีบไปทำธุระแป๊บเดียวถูกทุบกระจกแล้ว แค่ลืมมือถือไว้ในรถ นี่กระเป๋าใบเบ้อเร่อ แถมฝังเพชรอีกต่างหาก เดินเข้าไปใกล้ๆ เอ๊ะทำไมมีคนยืนเยอะจังคล้ายรุมดูอะไรอยู่ตั้ง ๕ คนแน่ะ คร่อมมอเตอร์ไซค์ด้านหน้ารถ ๒ คน ด้านหลังรถอีก ๒ คน นั่งอยู่บนฟุตบาทใกล้หน้าต่างรถอีก ๑ คน ตอนนั้นใจอยู่ที่กระเป๋าอย่างเดียวตามุ่งตรงไปที่ประตูหน้าตรงช่องหน้าต่างมองเข้าไปใจเต้นแรง โอ้ไม่มีกระจกต้องถูกทุบแน่ๆ เห็นเป็นช่องโหว่รีบเดินเข้าไปมองไปยังจุดที่วางกระเป๋า แต่กระเป๋ายังคงตั้งอยู่ที่เดิม รีบคว้ากระเป๋าสำรวจดูของทุกอย่างก็ยังอยู่ครบ พอหายตื่นเต้น ฉงนใจนึกขึ้นได้ หน้าต่างถูกทุบทำไมไม่มีเศษกระจกหันไปมองให้ทั่วรถ ตกใจซ้ำสองเมื่อทราบว่า สามีลืมปิดกระจก หน้าต่างเปิดไว้ทั้ง ๔ บาน โอ๊ยเป็นไปได้ยังไง โล่งโจ้งออกอย่างนี้ไม่มีใครเห็นทุกคนไม่สนใจเลย คิดไปคิดมาเธอได้แต่นึกถึงอานุภาพพระมหาสิริราชธาตุที่ท่านไม่เพียง "ดูดทรัพย์" ท่านยัง "รักษาทรัพย์" ให้เธอและครอบครัวด้วย เธอยิ่งเกิดความมั่นใจในอานุภาพบุญ และตั้งใจทำความดีต่อไป

 
รถของคุณแพงตา กิติมหาคุณ
ที่จอดรถแล้วลืมกระเป๋าฝังเพชรไว้
 

การที่คุณแพงตา มีศรัทธาในรูปปั้นหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น นอกจากเห็นว่าสวยงามเหมือนท่านยังมีชีวิตแล้ว ยังเลื่อมใสศรัทธาปฏิปทาของท่านทั้งผลการปฏิบัติธรรม และพระวินัย


บุญกุศลที่เกิดจากพลังของศรัทธา ในพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อันเป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย เป็นพลังความเย็น จนคุณแพงตารู้สึกได้ เมื่อนำไปให้ลูกที่กำลังมีไข้ตัวร้อนจัด สามารถดับกระแสความร้อนให้ลดลงเป็นอัศจรรย์ ดังที่คุณแพงตาพบด้วยตัวเอง คุณพระรัตนตรัยไม่มีประมาณดังนี้


สำหรับเรื่องที่คุณแพงตาลืมกระเป๋าถือใส่ของมีค่าไว้ในรถ ที่สามีเปิดกระจกไว้ทุกบานนั้น ฟังแล้วก็น่าใจหายแทน โชคดีที่ไม่มีใครหยิบเอาไป เจ้าของกระเป๋าเชื่อว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่เทพยดาผู้ดูแลองค์พระช่วยบังตามิให้เหล่ามิจฉาชีพทั้งหลายได้ลักขโมยไป แม้จะเชื่อมั่นแค่ไหนต่อไปก็ไม่ควรประมาทเลินเล่อ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดีที่สุด การมีสิ่งมีค่าใดๆ ก็ตาม ไม่ควรยึดมั่นถือมั่นเกินกว่าเหตุ ต้องทำใจให้พร้อมไว้เสมอ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เป็นสิ่งมีขึ้นได้ แล้วก็เสื่อมสลายได้เป็นธรรมดาของโลกทำนองเดียวกัน

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -