อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 42

เรื่องที่ ๔๐๙ เลือดไหลแต่ไร้แผล

เรื่องที่ ๔๐๙ เลือดไหลแต่ไร้แผล
ลองหาดูดีๆ อีกที เอ๊ะหรือน้ำมนต์ไปช่วยรักษาบาดแผล แผลอาจหดลงก็ได้


 

 
 
คุณลุงอุดม คงภักดี
เพียงแค่ได้รับพระมหาสิริราชธาตุ มาวันแรกก็สวดถึง ๑๐๘ จบ
 
 

คุณลุงอุดม คงภักดี เป็นชาวจังหวัดระยองอายุ ๕๗ ปี มีอาชีพรับจ้างทำงานก่อสร้าง ถึงตัวลุงจะมีผิวคล้ำเพราะกรำกับงานหนักมาเกือบค่อนอายุคน แต่แววตาของคุณลุงกลับเปล่งประกายสดใสถึงแม้จะต้องทำงานหนัก เพราะชีวิตที่ต้องหาเช้ากินค่ำ


คุณลุงเล่าว่า “มีโอกาสเข้าวัดธรรมกายมาปฏิบัติธรรมได้พบกับหนทางที่ให้ความสุขที่แท้จริงของชีวิต เพราะได้ไปรับจ้างซ่อมแซมบ้านให้ผู้นำบุญชื่อคุณศุภกร คชเดช ซึ่งคอยเป็นกัลยาณมิตรแนะนำแจ้งข่าวบุญ และชวนให้ลุงมาร่วมทำบุญทุกอาทิตย์ต้นเดือน มาครั้งแรก ก็ประทับใจ ถึงวัดจะดูมีสิ่งก่อสร้างทันสมัยใหญ่โต แต่สิ่งแรกที่รับได้ในความรู้ของคุณลุง คือที่นี่ทุกๆ คนเสมอภาคกันด้วยศีลสมาธิ ได้รับการอบรมศีลธรรมจากทางวัดเหมือนกันหมด ตั้งแต่นั้นมาคุณลุงก็สละเวลาทางโลกหมั่นเข้าวัดฟังคำพูดดีๆ ซึ่งออกจากใจของผู้พูดจากพระภิกษุ และเพื่อนกัลยาณมิตรด้วยกัน คอยเป็นกำลังใจในการฝึกตน ลดละเลิก อบายมุขทั้งหลาย คุณลุงบอกว่า ก่อนนั้น หลังจากเลิกงานในตอนเย็น ลุงจะต้องนั่งดื่มสุราเป็นประจำซึ่งเข้าใจผิดคิดว่าสิ่งนี้คือการให้รางวัลกับชีวิตที่ตรากตรำงานหนักมาทั้งวัน แต่เมื่อได้มานั่งสมาธิ ศึกษาธรรมะอย่างจริงจังแล้ว ถึงรู้ว่าในบรรดาศีล ๕ ข้อที่เป็นเครื่องวัดความเป็นปกติของมนุษย์ที่แตกต่างจากสัตว์เดรัจฉานนั้น ข้อสุราเมรัยนี้สำคัญสุด เป็นเหตุให้วิบัติตามมาอีกมากมาย อันดับแรกทำให้เสียทรัพย์โดยใช่เหตุ เมื่อมีอาการมึนเมา จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ อาจไปทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น และถ้าควบคุมตัวเองไม่อยู่อาจถึงขั้นฆ่ากันตายเลยทีเดียว


ปัจจุบันคุณลุงหันหลังให้ทุกอย่าง ทั้งสุรา บุหรี่ เพราะยิ่งนั่งสมาธิต่อเนื่องยาวนานเท่าไหร่ ใจยิ่งใสมีพลังที่จะทำความดีละเว้นจากอบายมุขทั้งปวง เก็บเวลาที่เหลือจากการทำงานในตอนเย็นหาความสุขใจด้วยการสวดมนต์ นั่งสมาธิ อ่านหนังสือธรรมะ สร้างเสริมให้เกิดกำลังใจในการทำความดีให้ยิ่งขึ้นไป คุณลุงรวบรวมปัจจัยที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวกับเขาได้ ๑ องค์ คุณลุงรู้สึกภูมิใจในผลบุญของตัวเองที่ได้ร่วมสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ในครั้งนี้มาก เมื่อได้รับพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุมาไว้บูชา คุณลุงจะชื่นชม และเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระมาก ผู้รู้บอกว่าพระองค์นี้ท่านทำมาจากธาตุศักดิ์สิทธิ์ สามารถเปลี่ยนสีตามกำลังบุญกำลังศรัทธาของเจ้าของได้

ณ ห้องพระนี้ คุณลุงอุดมจะสวดสรรเสริญวันละ ๙ จบทุกวัน
และถ้าวันไหนปีติมากจะสวดวันละ ๑๐๘ จบ

พระของคุณลุงมีธาตุของความแข็งแกร่งเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงเป็นพญาเหล็กเพชรดำดูสง่ามีสีแดงของสิทธิธาตุและสีเหลืองทองของคำแก้วมณีปรากฏขึ้นอยู่ทางด้านหลังขององค์พระ เมื่อเห็นองค์พระก็ให้นึกถึงบุญใหญ่ที่ได้กระทำมา วันแรกที่ได้รับตั้งใจมั่นเลยขอสวดสรรเสริญท่าน ๑๐๘ จบ คุณลุงเล่าว่าวันนั้นเข้าห้องพระหลังจากสวดมนต์ทำวัตรเย็นเสร็จ ก็เริ่มบทสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุ ตั้งแต่ ๒ ทุ่ม สวดมนต์ไปใจจรดที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ยิ่งสวดยิ่งเลื่อมใสขนลุกชูชัน เวลาล่วงไปถึงตี ๒ ของวันใหม่จึงได้ครบ ๑๐๘ จบ เข้านอนด้วยหัวใจที่เบิกบาน คุณลุงบอกว่าปกติ จะสวดวันละ ๙ จบ ถ้าวันไหนเกิดความปลื้มปีติในคุณของพระรัตนตรัยมาก จะสวดเท่าอายุตัวเองบ้าง หรือ ๑๐๘ จบบ้าง แล้วความอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น งานของคุณลุงที่แต่ก่อนมีมาบ้าง บางช่วงก็ไม่มีใครมาจ้างงาน รายได้ขาดหายไปจนบางทีแทบไม่พอกับค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว แต่เดี๋ยวนี้งานเข้ามาเรื่อยๆ อย่างไม่ขาดสาย รายได้ก็ไม่ถึงกับฝืดเคืองเหมือนเมื่อก่อน และมีคนมาทักว่าเดี๋ยวนี้องค์พระของคุณลุงมีคำแก้วมณีเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อมองดูแล้วคำแก้วมณีก็เพิ่มขึ้นเยอะจริงๆ จากเดิมเป็นสีดำทั้งองค์ มีสีทองอยู่ด้านหลังองค์พระนิดเดียว เดี๋ยวนี้คำแก้วมณีทั่วองค์ท่าน เริ่มจากกลางองค์และได้เพิ่มความเชื่อมั่นในฤทธิ์อานุภาพ ในองค์พระของตนมากขึ้น จึงตั้งใจมั่นว่าต้องหมั่นบูชาท่านด้วยการทำความดียิ่งๆ ขึ้นไป

ยามว่างจากงานปกติของคุณลุงคือการอ่านหนังสือสื่อการทำความดีต่างๆ ในวันนั้นลุงไม่ได้ออกไปทำงาน พักผ่อนอยู่ในบ้านสบายๆ ตอนบ่ายอากาศร้อนอบอ้าว คุณลุงชอบถือหนังสือไปนั่งหลบมุมแดดอยู่ ที่นั่งประจำคือบริเวณใต้ถุนที่ติดกับตัวบ้าน สูงขึ้นไปจากที่ลุงนั่งคือหน้าต่างของห้องบนบ้านพอดี ขณะที่คุณลุงกำลังอ่านหนังสืออานุภาพพระมหาสิริราชธาตุด้วยความตั้งใจอยากรู้ในการประกาศคุณของพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ อยู่นั้น ลูกสาวได้เปิดหน้าต่างซึ่งห่างกับศีรษะของลุงประมาณ ๑ ศอก คุณลุงไม่ทันเฉลียวใจเมื่ออ่านจบก็จะนำหนังสือไปเก็บ

คุณลุงลุกขึ้นทันที ศีรษะพุ่งตรงขึ้นไปกระทบกับมุมขอบของหน้าต่างดังปึ๊กใหญ่ แรงกระแทกและความคมของมุมหน้าต่างเจาะเข้าบริเวณกลางกระหม่อม เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกใจของภรรยาและลูกสาว เมื่อทั้งสองคนวิ่งมาถึงเห็นแล้วต่างกรีดร้องด้วยความสยดสยอง เลือดนั้นได้ไหลมาปิดหน้าปิดตาหมดแล้ว ผมเปียกชุ่มไปด้วยเลือด ต่างก็รีบเข้ามาหาเพื่อจะนำตัวคุณลุงส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ขืนช้ากลัวว่าเลือดจะออกมากเป็นอันตราย

 
ครอบครัวของคุณศุภกร
ผู้เป็นกัลยาณมิตรให้กับคุณลุงอุดม
 
 

เลือดยังไหลออกมากคุณลุงรู้ดีว่าระยะทางจากบ้านถึงโรงพยาบาลนั้นไกลกันอยู่ต้องใช้เวลาเดินทางอีกนาน คุณลุงจึงคิดหาวิธีห้ามเลือดให้หยุดไหลก่อนจึงค่อยให้ลูกสาวพาไปโรงพยาบาล วิ่งขึ้นไปบนบ้าน นำน้ำมา ๑ แก้ว อาราธนาองค์พระมหาสิริราชธาตุแช่น้ำแล้วตั้งใจจะสวดสรรเสริญ ๓ จบ แต่เลือดก็ยังไหลออกมาก ลุงจึงตัดใจ สวดเพียงแค่จบเดียวแล้วอธิษฐานจิตขอให้ท่านช่วยห้ามเลือด ให้แล้วนำน้ำมนต์มาลูบบริเวณศีรษะ เลือดซึ่งไหลออกมาแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด และแผลคงจะใหญ่ด้วย ปรากฏว่าเมื่อคุณลุงรู้สึกว่าน้ำสัมผัสถึงผิวหนังศีรษะ เลือดก็หยุดทันที

ส่วนลูกสาวก็เตรียมสำลียาพันแผลรอคอยให้พ่อออกมาจากห้องพระด้วยความกระวนกระวายคิดว่าไงเสียเมื่อทำแผลใส่ยาให้พ่อ พอประทังไปได้ จะพาพ่อส่งโรงพยาบาลต่อไป

คุณลุงอุดมเดินออกมาจากห้องพระด้วยใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเลือด เพราะยังไม่ทันได้ไปล้างออก ลูกสาวพอเห็นพ่อก็รีบเตรียมยามาทาแผล คุณลุงบอกเลือดหยุดไหลแล้ว ขอให้ลูกรีบหาแผลเพื่อใส่ยาก่อนไปหาคุณหมอเพื่อเย็บแผล ลูกสาวขอดูแผลบนศีรษะให้พ่อ แต่เป็นที่น่าแปลกใจ ลูกสาวใช้เวลาหาแผลไม่ยอมเจอสักที บอกกับผู้เป็นพ่อว่าหาแผลยังไม่พบ คุณลุงได้ยินจึงบอกกับลูกสาวว่า “ลองหาดูดีๆ อีกที เอ๊ะหรือน้ำมนต์ไปช่วยรักษาบาดแผล แผลอาจหดลงก็ได้” ลูกสาวก็พยายามหาอีกครั้ง จึงพบรอยขาดของผิวหนังซึ่งบาดแผลหดลงเหลือนิดเดียวเป็นจุดเล็กๆ เท่ารูเข็มแทบไม่ต้องทายาให้เลยทีเดียว และคุณลุงก็ไม่รู้สึกเจ็บด้วย ซึ่งสร้างความอัศจรรย์ใจกับคนในครอบครัวถึงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของพระมหาสิริราชธาตุอย่างมาก เพราะเมื่อเทียบเลือดที่ไหลออกมากับบาดแผลแล้วแตกต่างกันมากเหลือเกิน สมกับที่เรียกว่า เลือดไหล แต่ไร้แผล

คุณลุงอุดมกล่าวในตอนท้ายว่า “ของแบบนี้มันเหลือเชื่อในยุคนี้ แต่ผมขอยืนยันสิ่งที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ผมพบมากับตัวเอง คุณของพระรัตนตรัยท่านช่วยเราได้จริง ขอให้ลงมือปฏิบัติด้วยจิตที่เลื่อมใสและอย่างจริงจังเถอะ จะสามารถสัมผัสอานุภาพของพระรัตนตรัยได้ด้วยตัวของคุณเอง”

 

คุณอุดม นับว่าเป็นผู้มีศรัทธา มีกำลังใจเข้มแข็ง พอเข้าวัดได้เลื่อมใสในคำสั่งสอน เห็นความสงบสำรวมของผู้คนที่มาวัดด้วยกันเท่านั้น ตัดสินใจเลิกดื่มเหล้า เลิกสูบบุหรี่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องทำได้ง่ายๆ ถ้าจิตใจไม่มั่นคงเข้มแข็ง


เรื่องที่พิสูจน์ความเข้มแข็งอีกประการหนึ่งได้ชัดเจนที่สุดคือเรื่องที่คุณอุดมรับพระของขวัญมหาสิริราชธาตุแล้ว ในวันนั้นตั้งใจสวดสรรเสริญถึง ๑๐๘ จบ เริ่มตั้งแต่ ๒ ทุ่มจนถึงเวลาตี ๒ ของวันใหม่ ซึ่งยังไม่เคยได้ยินว่าใครมีศรัทธา มีกำลังใจเข้มแข็งถึงขนาดนั้น ที่สวดกันอย่างมากที่สุดก็เพียงครั้งละ ๙ จบ การสวดสรรเสริญของพระรัตนตรัยเป็นบุญกุศลที่เกิดขึ้นจากการภาวนา เรียกว่าภาวนามัยกุศล เป็นพุทธานุสติ จิตหยุดเป็นสมาธิแน่วแน่

คนที่เปี่ยมไปด้วยพลังความเชื่อมั่นเต็มที่ เมื่อมีศรัทธาในสิ่งใดย่อมมั่นใจสูงสุดชนิดไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยใดๆ คนประเภทนี้มักจะประสบเหตุการณ์เหลือเชื่ออยู่เสมอ
พลานุภาพความเชื่อของใครคนใดคนหนึ่ง จะวัดด้วยความเชื่อของอีกคนไม่ได้ เพราะเป็นของเฉพาะตัว ของใครของมัน อย่างตัวอย่างที่บ้านเลขที่ ๔๐/๑๓๒ ซอยจรัญสนิทวงศ์ ๔๔ คุณอาจ นึกชนะ มีอาชีพเป็นแม่บ้าน เงินเดือนเพียง ๕ พันบาท อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบถึงปีเศษ สร้างองค์พระของขวัญมีนาคเทวาดูแลรักษา


วันหนึ่งเด็กลูกจ้างคนหนึ่งเพิ่งมาอยู่ใหม่ ถูกงูเขียวหางไหม้กัดที่เท้า มีคนรีบพาไปโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลไม่ได้ฉีดเซรุ่มให้ ทั้งที่คนพาไปตีงูตาย นำไปใหัแพทย์ดูด้วย แพทย์ให้นอนดูอาการทั้งคืน รุ่งเช้าให้กลับบ้านพร้อมกับยาแก้ปวดเท่านั้น

พอมาถึงบ้าน อาการปวดบวมทวีขึ้นทุกทีจนขาทั้งขาเขียว เป็นสีน่ากลัวมาก คนที่เคยเห็นพิษงูชนิดนี้บอกว่า ถ้าทิ้งไว้อาจต้องถูกตัดขาทิ้ง คุณอาจ นึกได้ถึงอานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ จึงบอกเด็กป่วยว่า “พระของพี่มีพญานาคอยู่ พญานาคนะยิ่งใหญ่กว่างูเล็กงูน้อยพวกนี้ พี่จะทำน้ำมนต์ให้กินแล้วก็ทาด้วย ไม่ต้องไปโรงพยาบาลไหนหรอก เดี๋ยวหาย” ว่าแล้วก็นำน้ำสะอาดมา นิมนต์พระของขวัญแช่ลงในน้ำ สวดสรรเสริญไป ๓ จบ ทำการอธิษฐานขอให้ช่วยรักษา

เด็กผู้ป่วยพอได้ยินว่า พญานาค มีความเชื่อมั่นขึ้นมาเต็มที่ เพราะเป็นคนลุ่มน้ำโขงอยู่แล้ว คุณอาจแนะนำให้ดื่มอย่างไร ทาอย่างไร ทำตามตลอด ทาบ่อยๆ แทบทุกครั้งที่ตื่นในตอนกลางคืน

รุ่งเช้าเด็กเล่าให้ฟังอย่างตื่นเต้นว่า “น้ำมนต์ของพี่อาจ สู้กับพิษงู หนูได้ยินกับหูทีเดียว เหมือนดังซู่ซี่ ซูซี่ รบกันทั้งคืน ดูซีพอรุ่งเช้า สีเขียวปี๋น่ากลัวหายไปหมด อาการบวมก็ยุบลง” ทุกคนรู้สึกแปลกใจมาก กินและทาน้ำมนต์อยู่เพียง ๒ วันก็หายเป็นปกติเหลือเชื่อ ทั้งที่คนงานก่อสร้างอยู่ไม่ห่างกันนักเคยถูกงูชนิดนี้กัดเมื่อปีที่แล้ว ต้องไปนอนอยู่สถานเสาวภาเป็นเดือน หมดค่ารักษาไปหลายพันบาท
นี่เป็นเรื่องของจิตใจที่มีศรัทธา ไม่ได้หมายความว่าทุกรายจะประสบความสำเร็จ

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -