อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 44

เรื่องที่ ๔๑๗ LOVE ME LOVE MY DOG

เรื่องที่ ๔๑๗ LOVE ME LOVE MY DOG
ใครก็ตามที่เข้ามาใกล้ชิดกับคุณป้า หรือแม้แต่เหยียบเท้าเข้ามาในบริเวณรั้วบ้านก็จะถูกเจ้าน้ำหวานเห่า
และกัดอย่างมันเขี้ยว


 

 
 
"น้ำหวาน" ลูกสุนัขพันธุ์ผสม
จอมเจ้าปัญหา
 
 

"น้ำหวาน" เมื่อเอ่ยนามนี้แล้วทำให้นึกถึงน้ำแข็งใส่น้ำหวาน เย็นชื่นใจ และหอมหวานเสียนี่กระไร แต่น้ำหวานที่ว่านี้ ไม่ได้หวานสมชื่อ เพราะเป็นลูกสุนัขพันธุ์ผสมขนปุกปุยสีขาวครีมๆ ดูน่ารัก แต่อุปนิสัยตรงกันข้ามกันเลยก็ว่าได้ อาจเป็นเพราะเหตุที่น้ำหวานเกิดมาก็พลัดพรากจากแม่ตั้งแต่เล็กๆ น้ำหวานต้องออกจากบ้านมาอยู่กับคุณป้าประนอม โตแดง ที่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่อายุไม่ถึงเดือน คุณป้าประนอมเป็นคนที่มีจิตใจเมตตากรุณา ไม่รังเกียจน้ำหวานทั้งๆ ที่ตอนนั้น น้ำหวานเป็นตุ่มขึ้นเต็มตัว เป็นน้ำเหลืองดูน่าเกลียดมาก คุณป้าดูแลน้ำหวานอย่างดี ซื้อนมมาชงให้ดื่ม และพาไปหาสัตวแพทย์ แต่ก็ไม่หาย คุณป้าก็เลยรักษาเอง โดยใช้แป้งเด็กโรยตามตัว อาบน้ำทำความสะอาด ร่างกายทุกๆ วัน จนน้ำหวานอาการดีขึ้นเป็นลำดับ และหายดีในที่สุด น้ำหวานน่ารักมาก ช่างประจบ และติดคุณป้า เวลาที่คุณป้าอยู่ตรงไหนก็จะคอยนั่งอยู่ด้วย ติดตามไม่ห่างเลย


น้ำหวานอยู่บ้านหลังนี้อย่างมีความสุข จวบจนอายุล่วงเลยมาถึง ๒ ขวบ ด้วยความรักและความผูกพันในตัวเจ้าของ หากใครก็ตามที่เข้ามาในอาณาเขตบ้าน มันจะไม่พอใจ ใครก็ตามที่เข้ามาใกล้ชิดกับคุณป้า หรือแม้แต่เหยียบเท้าเข้ามาในบริเวณรั้วบ้านก็จะถูกเจ้าน้ำหวานเห่า และกัดอย่างมันเขี้ยว มันกัดไม่เลือกว่าใครเป็นใครจนคุณป้าต้องออกปากขอโทษเขาอยู่ร่ำไป และคอยเตือนทุกคนที่เข้ามาในบ้านให้ระวังสุนัขตัวนี้ เพราะมันหวงเจ้าของ และดุมาก บ่อยครั้งที่คุณป้าจำเป็นต้องตีเจ้าน้ำหวาน เพื่อให้มันกลัว และเข็ดหลาบไม่ทำอีก แต่เจ้าน้ำหวานก็ไม่เคยหลาบจำ กลับกัดคนเป็นว่าเล่น เหมือนเป็นเกมกีฬาชนิดหนึ่ง

 
น้องขวัญและคุณแม่ปวีณา ขณะไปร่วมงานบวชอุบาสกแก้วที่วัดพระธรรมกาย
 

เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๒ “น้องขวัญ” เด็กชายวัย ๑ ขวบ ๑๐ เดือน ลูกชายของคุณปวีณาก็ได้เข้ามาอยู่ในความดูแลของคุณป้า คุณแม่ปวีณาและน้องขวัญได้รู้จักกับคุณป้าประนอมที่วัดพระธรรมกายในวันงานบวชอุบาสกแก้ว และได้ติดต่อกันมาตลอดตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน และเมื่อคุณแม่ปวีณาประสบปัญหาครอบครัวแตกแยก คุณพ่อ-คุณแม่ของน้องขวัญจำเป็นต้องแยกทางกันด้วยเหตุบางประการ คุณแม่ปวีณาจึงฝากน้องขวัญไว้กับคุณป้าซึ่งเธอคิดว่าเป็นบุคคลที่จะพึ่งได้ในยามยากเช่นนี้ คุณแม่ปวีณาเห็นว่าคุณป้าประนอมเป็นคนใจดี อยู่ในศีลในธรรม คุณป้าทำทานมิได้ขาด และยังปฏิบัติธรรมภาวนาอย่างสม่ำเสมอ พอถึงวันพระคุณป้าจะไปนอนที่วัดใกล้ๆ บ้าน เพื่อรักษาศีลให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ บางครั้งก็จะมาปฏิบัติธรรมธุดงค์แก้วที่วัดพระธรรมกาย เมื่อคุณป้าเปิดบ้านกัลยาณมิตร คุณป้าพูดว่ามีความสุขที่ทุกคนได้ปฏิบัติธรรมร่วมกัน คุณลุงสนิท (สามี) ก็ชอบสวดมนต์ คุณลุงสวดมนต์ทุกเช้า-เย็น ที่บ้านมีความสุข มีความสงบ เป็นความสงบที่เกิดขึ้นภายในจิตใจแผ่ขยายสู่บรรยากาศในครอบครัว ทำให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข สิ่งเหล่านี้คุณป้าบอกว่าถึงจะมีเงินร้อยล้านพันล้านก็ไม่อาจจะซื้อหามาได้ เป็นความสงบสุขภายในที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง เป็นบุญกุศลที่เราแสวงหาได้ด้วยตัวของเราเอง คุณปวีณาได้ประจักษ์ต่อสายตาตัวเองถึงการประพฤติปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอของคุณป้า ทำให้เธอมั่นใจว่าหากฝากลูกไว้กับคุณป้าจะทำให้หายห่วง และคลายกังวลใจ เพราะลูกได้อยู่กับผู้มีคุณธรรมเขาจะได้ซึมซับสิ่งที่ดีงาม คุณปวีณาจึงฝากลูกชายที่รักมากไว้กับคุณป้า และตัดสินใจออกทำงาน ซึ่งเป็นงานที่ต้องออกต่างจังหวัดตลอด แต่ด้วยจิตสำนึกของความเป็นแม่เธอจึงนำองค์พระมหาสิริราชธาตุรุ่นพิชิตมารมาเหลี่ยมกรอบคล้องคอให้ลูก เพื่อความอุ่นใจว่าลูกมีคุณพระคุ้มครองอยู่ เธอต้องเก็บเงินเพื่อส่งเสียให้ลูกชายได้อยู่อย่างสุขสบายไม่ปล่อยลูกไปตามยถากรรม เพื่อลูกน้อยจะได้ไม่ลำบาก เธอส่งเงินมาให้คุณป้าประนอมดูแล และเก็บเงินเพื่ออนาคตของลูกน้อย

 
คุณป้าประนอม โตแดง
มีความสุขจากการประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นประจำทุกวัน
 
 

วันแรกที่น้องขวัญมาอยู่ที่บ้านคุณป้าประนอม ก็ตกอยู่ในสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองน้องขวัญเหมือนคนแปลกหน้า และเมื่อคุณป้าคอยดูแลน้องขวัญ บางครั้งก็เล่นกับน้องขวัญ และลูบหัวด้วยความเอ็นดูน้ำหวานมองดูด้วยความรู้สึกเหมือนถูกแย่งความรัก และอิจฉาน้องขวัญที่แย่งความรักไปจากเธอ น้ำหวานชักไม่ค่อยชอบหน้าน้องขวัญ จนเก็บความรู้สึกนี้ไม่อยู่ ความอิจฉาทำให้น้ำหวานโกรธน้องขวัญ ทั้งๆ ที่น้องขวัญไม่ได้ทำอะไรให้เธอเลย น้องขวัญก็เล่นตามประสาเด็กๆ ไม่รู้เรื่องอะไร
และแล้ววันนั้นก็มาถึง ขณะที่น้องขวัญกำลังเล่นเพลินอยู่นั้น น้ำหวานก็พุ่งเข้าใส่พร้อมกับแยกเขี้ยวงับเข้าที่มือน้องขวัญอย่างแรง น้องขวัญตกใจสุดขีดร้องไห้จ้าด้วยความเจ็บปวด คุณป้ารีบวิ่งเข้าไปดู ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติคิดว่าน้ำหวานคงเล่นกับน้องขวัญ ก็แค่แทะๆ เล็มๆ คงเป็นเพราะน้องขวัญยังไม่คุ้นเคยก็เลยร้องไห้ตกใจ บางวันเวลาคุณป้าเผลอน้องขวัญจะล้มลงไป และร้องไห้ใกล้ๆ กับน้ำหวาน เพราะโดนน้ำหวานกัดเข้าที่ขา คุณป้าก็ไม่ทราบสาเหตุ อนิจจา...น้องขวัญผู้น่าสงสาร คงถูกน้ำหวานกัดหลายครั้งหลายหน แต่คุณป้าไม่นึกเฉลียวใจสักนิดเดียว คิดว่าคงเล่นกันเฉยๆ เพราะไม่เห็นมีบาดแผลอะไร
วันหนึ่งคุณป้าพาน้องชวนมาเที่ยวที่บ้านคิดว่าน้องขวัญจะได้มีเพื่อนเล่น กลัวน้องขวัญจะเหงา น้องชวนเด็กชายวัย ๔ ขวบครึ่ง มาเล่นกับน้องขวัญ ขณะที่กำลังเล่นกันอยู่นั้น น้ำหวานซึ่งไม่ชอบหน้าน้องขวัญอยู่แล้ว ก็เลยกัดเข้าที่น่องของน้องชวนอย่างแรง ฝังเขี้ยวเข้าที่เนื้อ เลือดไหลออกมาเป็นทาง น้องชวนทั้งตกใจทั้งเจ็บปวด ร้องไห้เสียงดังลั่นบ้าน คุณป้าตกใจมาก รีบวิ่งมาดู “เอ๊ะ! นี่น้ำหวานมันกัดจริงๆ นี่ไม่ได้กัดเด็กเล่นๆ และน้องขวัญก็คงจะถูกกัดมาตลอด โถ... แต่เอ...ทำไมหมากัดไม่เข้า” คุณป้าทิ้งคำถามไว้แค่นั้นก็รีบร้อนพาน้องชวนไปหาหมอที่โรงพยาบาลใกล้ๆ บ้าน คุณหมอบอกว่า “นี่แผล ลึกมากเลยนะครับ รอยเขี้ยวฝังจมเข้าเนื้อทั้งสองซี่เลย ควรให้เด็กมาทำแผลทุกวันนะครับจนกว่าแผลจะหายดี”


คุณป้านำน้องชวนไปส่งที่บ้านด้วยความกังวลใจ กลัวคุณพ่อ-คุณแม่เขาจะดุเอา พอกลับมาถึงบ้าน คืนนั้นคุณป้าสวดมนต์ ทำวัตรเย็น สวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุ และนั่งสมาธิเหมือนปกติทุกวัน แต่คืนนั้นคุณป้าไม่สบายใจ เป็นห่วงน้องชวนมาก จึงอธิษฐานจิตขอพึ่งบารมีพระมหาสิริราชธาตุ และบารมีหลวงพ่อ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ขอให้น้องชวนอย่าเป็นอะไรเลย ขอให้หายเร็วๆ และทราบภายหลังว่าอาการน้องชวนดีขึ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว

 
"น้องชวน" ผู้ที่เคยโดน "น้ำหวาน" กัดในขณะที่ไม่ได้คล้องพระ
 

หลังจากที่น้องชวนถูกน้ำหวานกัด พอ ๒ วันถัดมาน้องขวัญก็ถูกน้ำหวานกัดอีก ลูกสุนัขสีขาวครีมๆ ตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารักบ้องแบ๊ว ไม่น่าจะมีพิษสงร้ายกาจถึงเพียงนี้ คุณป้าดูรอยจารึกบนมือน้องขวัญเป็นรอยบุ๋มลึกลงไปต้องเป็นรอยกดอย่างแรง ทำให้คุณป้าฉุกคิดได้ว่าน้องขวัญมีพระมหาสิริราชธาตุ รุ่นพิชิตมารคล้องที่คอตลอด ส่วนน้องชวนไม่ได้คล้องพระ ด้วยเหตุนี้กระมังที่น้องขวัญถูกเจ้าน้ำหวานกัดอย่างแรงหลายครั้งแต่ไม่เข้า เพราะอานุภาพบุญจากพระมหาสิริราชธาตุ (พิชิตมาร) นี่เอง ท่านช่วยคุ้มครองชีวิตน้อยๆ ที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาได้ นี่เป็นบุญของน้องขวัญจริงๆ ที่คุณแม่พาไปที่วัดพระธรรมกายในวันงานบวชอุบาสกแก้ว และน้องขวัญยังได้รับพระมหาสิริราชธาตุ รุ่นพิชิตมารจากหลวงพี่ท่านหนึ่งที่วัดพระธรรมกายด้วยมือของเขาเอง อานิสงส์ที่น้องขวัญได้ไปร่วมงานบุญครั้งนี้ ถึงแม้น้องขวัญจะยังเด็ก ยังไร้เดียงสา แต่ขึ้นชื่อว่าบุญนั้นผู้ใดรักษา และประกอบไว้ย่อมจะคอยติดตามเจ้าของเสมือนเงาตามตัว น้องขวัญก็เช่นเดียวกันถึงแม้เขาจะยังไม่ประสีประสา แต่ด้วยความบริสุทธิ์ จิตที่บริสุทธิ์ พระมหาสิริราชธาตุท่านจึงคอยดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ให้เป็นอันตราย และเหมือนกับจะบอกเหตุให้กับคุณป้าทราบว่าน้องขวัญถูกหมากัดนะ แต่กัดไม่เข้าโดยน้องชวนเข้ามาและโดนกัด ทำให้คุณป้าทราบเรื่องได้

หลังจากนั้นคุณป้าก็คอยระวังไม่ให้น้ำหวานกัดน้องขวัญ แต่ถ้าเผลอเมื่อไหร่เจ้าน้ำหวานก็จะคอยกัดน้องขวัญอยู่เรื่อย แต่ก็กัดไม่เข้าสักที คุณป้าครุ่นคิดด้วยความกังวลใจ “เอ...เราจะทำอย่างไรดี...นี่ถ้าเราจะเอาลูกไปคืนแม่เขา เขาก็ไม่ว่างออกต่างจังหวัดตลอด เขาฝากฝังลูกไว้กับเราหวังให้ลูกได้อยู่สุขสบาย แล้วนี่ถ้าลูกเขาเป็นอะไรไป แม่เขาจะเสียใจมากแค่ไหน เฮ้อ...น่าสงสารน้องขวัญ ไม่น่ามารับเคราะห์นี่เลย” นี่ถ้าน้องขวัญไม่ได้คล้องพระพิชิตมาร คุณป้ามิต้องวิ่งโล่ไปหาหมอทุกวันหรือ น้องขวัญก็ต้องเป็นแผลเต็มตัว และที่ร้ายไปกว่านั้นหากแผลติดเชื้อขึ้นมาจะเป็นอันตรายกับน้องขวัญมาก คุณป้าเฝ้าคิดหาหนทางแก้ปัญหาหนักอกนี้ โดยคอยเฝ้าระวังน้องขวัญอย่างไม่คลาดสายตา แต่พอเผลอก็โดนน้ำหวานกัดเข้าอีกจนได้ คุณป้ากลุ้มใจไม่รู้จะไปพึ่งใครดีก็เลยพนมมือกำพระมหาสิริราชธาตุที่คล้องคอพร้อมกับอธิษฐานขอบารมีองค์พระมหาสิริราชธาตุได้ช่วยคุ้มครองขออย่าให้น้ำหวานกัดน้องขวัญอีกเลย คุณป้าอธิษฐานพร้อมกับนึกถึงบุญที่เคยสร้างมาไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ก็ตาม และนึกถึงบุญที่ได้สร้างพระธรรมกายประจำตัว บุญที่เคยนั่งสมาธิที่ธุดงค์แก้ว ขอบุญบารมีพระรัตนตรัยท่านช่วยให้ปัญหาที่เกิดขึ้นบรรเทาเบาบาง ให้คลายความกังวลใจมีช่องทางทำให้น้ำหวานเป็นสุนัขที่เชื่อง และให้เชื่อฟังคำสั่ง ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านช่วยด้วยเถิด ตอนนี้ลูกไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว สาธุ”

 
ปัจจุบัน "น้ำหวาน" เปลี่ยนเป็นสุนัขที่เชื่องกับน้องขวัญ จนคุณป้าประนอมอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมาก
 

จากนั้นไม่นานนัก คำอธิษฐานของคุณป้าก็สัมฤทธิผล คุณป้าแอบดูน้องขวัญกับน้ำหวานเล่นด้วยกัน มองดูด้วยความแปลกใจ และประหลาดใจกับเจ้าน้ำหวานที่เคยร้ายสุดสุด กลับกลายเป็นเจ้าน้ำหวานที่เชื่อง และยอมสยบอยู่กับน้องขวัญแต่โดยดี โดยไม่มีปฏิกิริยาของความร้ายกาจรุนแรงหลงเหลืออยู่เลย คุณป้ายิ้มออกมาอย่างโล่งอก ดีใจที่ไม่ต้องคอยกังวลและโกลาหลกันทั้งบ้าน น้องขวัญสามารถจับหัวเจ้าน้ำหวาน หรือจับเล่นตามตัวโดยมันไม่กัดอีกเลย น้ำหวานจะคอยตามหลังน้องขวัญต้อยๆ และนั่งเล่นอยู่ข้างๆ น้องขวัญเหมือนกับสุนัขเชื่องๆ ตัวหนึ่ง ทุกครั้งที่อยู่ใกล้น้ำหวานจะกระดิกหางแสดงความเป็นมิตรกับน้องขวัญตลอด และเมื่อไม่นานนี้คุณป้ากำลังจะถ่ายรูปน้องขวัญที่กำลังนอนหลับ น้ำหวานไม่รู้มาจากไหนกระโดดตุ๊บมานั่งหมอบอยู่ข้างๆ เหมือนจะขอถ่ายรูปด้วย คุณป้าก็พลอยดีใจโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ดูๆ ก็เหมือนเรื่องเล็กน้อยแต่ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นทุกวันกับใครก็คงคิดไม่ตกเหมือนคุณป้าเหมือนกัน เพราะเป็นเรื่องที่ชวนปวดหัวอยู่ไม่น้อย ที่วันๆ ไม่เป็นอันทำงานอะไร ต้องคอยมาดูไม่ให้หมากัดคน จิตใจก็พลอยเครียดไปด้วย ถ้าหากคุณป้าไม่ได้ฝึกจิตมาดีก็คงต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากับเรื่องนี้อย่างแน่นอน คงต้องหาหนทางอื่นที่อาจต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างคนกับหมา ซึ่งมีความผูกพัน และน่าสงสารพอๆ กัน คุณป้ารู้สึกทันทีว่าองค์พระมหาสิริราชธาตุ ท่านเมตตาคุณป้ามาก ยามที่ไม่รู้จะพึ่งใคร คุณป้านึกถึงพระรัตนตรัยก่อน เพราะภายในใจคุณป้านั้นตรึกระลึกถึงแต่บุญที่ประกอบมาอย่างสม่ำเสมอ 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -