อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 48

เรื่องที่ ๔๔๒ ปรากฏการณ์ต้านแรงกรรม

เรื่องที่ ๔๔๒ ปรากฏการณ์ต้านแรงกรรม
“เวรกรรมที่ตามมาตัดรอน ขอบุญจากการสร้างพระเจดีย์ส่งผลให้เป็นอโหสิกรรมด้วยเถิด”


 

 
 
 
คุณโกสุม ปักษี
ผู้ถูกแรงกรรมตามราวีถึง ๑๘ ปี
 
 

คุณโกสุม ปักษี บ้านเดิมอยู่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นข้าราชการครู วัย ๔๓ ปี ปัจจุบัน สอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร


ตอนเด็กๆ เธอเล่าว่า พอฝนตกหนักๆ จะตามน้าชายไปช่วยจับเขียด เพื่อนำมาเป็นเหยื่อล่อปลาช่อน โดยช่วยถือไฟฉาย และถือข้องใส่เขียด น้าชาย ส่งลูกเขียดให้ ก็จะจับไว้ในมือก่อน จับไปจับมาด้วยความไร้เดียงสา


เธอจะจับขาเขียดน้อยกาง แล้วหมุนควงเล่น สายตาก็ดูน้าชายหาเขียด พอหันกลับมาอีกที อ้าว! ขาลูกเขียดหลุดออกมาข้างหนึ่ง


ต่อมาพอพ่อไปทำงานลากซุงที่จังหวัดสุรินทร์ ด้วยความแก่นแก้ว เห็นคนงานที่มาช่วยลากซุง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเขมร เขาดักตัวแย้เพื่อนำไปเป็นอาหาร เธอนึกสนุกจึงทำบ่วงดักแย้ตามเขาบ้าง เธอบอกว่าในความรู้สึกตอนนั้น “จับมันได้ แหม..มันภูมิใจแล้วก็เอาไปให้คนอื่นแกงกิน ทั้งที่ตัวเองกินไม่เป็น”


พออายุ ๑๘-๑๙ ปี อยู่ในวัยศึกษา ชอบที่สุดคือ วิชาวิทยาศาสตร์ เชื่ออะไรต้องเชื่อตามหลักวิทยาศาสตร์ เข้าห้อง LAB. ฆ่าสัตว์พิสูจน์ ด้วยความภูมิใจ...ผ่าครั้งแรกยังเก็บข้อมูลไม่หมด ต้องทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งกบ ไส้เดือน และแมลงสาป “บุญ บาป มีจริงไหม ยังพิสูจน์ไม่ได้ เราไม่เชื่อหรอก” เธอยืนยันถึงความรู้สึกตอนนั้น


จบการศึกษา ทำงานมีครอบครัว หน้าที่การงานก็ก้าวหน้าไปตามขั้นตอน จนกระทั่งเริ่มมีบุตร ครบกำหนดคลอด
ขณะนั้นวัย ๒๕ ปีกับท้องแรก เธอนอนกัดฟันทนต่อความเจ็บปวด นอนรอคุณหมอตรวจดูอาการ “หมอจะต้องทำการผ่าตัด ทำคลอดคุณแล้วนะ เพราะลูกของคุณไม่ยอมกลับหัว เด็กขดตัวนอนผิดท่าอยู่ แต่หมอจะทำให้คุณชาไม่รู้สึกเจ็บ คุณไม่ต้องสลบ พอลูกคุณออกมาจะได้เห็นหน้าลูกเลยดีไหม?” “ค่ะ คุณหมอ” เธอตอบตกลงเห็นดีด้วย เพราะเห่ออยากเห็นหน้าลูกอยู่เหมือนกัน


ชีวิตของเธอเดินมาถึงจุดการส่งผลของผลกรรม เธอถูกเข็นขึ้นไปบนเตียงผ่าตัด คุณหมอและพยาบาลเตรียมความพร้อม จึงเริ่มฉีดยาเข้าที่ไขสันหลัง เพื่อควบคุมประสาทต้านความเจ็บปวด คุณหมอลงมือเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่จะทำการผ่าตัด แต่ตัวเธอรู้ดีว่า ประสาทรับความรู้สึกของเธอยังมีอยู่เต็มบริบูรณ์ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำอย่างไรดี รีบบอกคุณหมอก่อนที่ใบมีดจะกรีดลงบนหน้าท้อง “คุณหมอคะ อย่าเพิ่งผ่าตัดดิฉันนะคะ ดิฉันยังมีความรู้สึกรับรู้ในบริเวณนี้อยู่” คุณหมอไม่เชื่อเพราะ ตั้งแต่ผ่าตัดมายังไม่เคยพบว่าคนไข้คนไหนมีอาการเช่นนี้ หมอบล็อกยาที่ไขสันหลังแล้ว “คุณอุปทานไปเอง ...ไม่เจ็บแล้ว”


มันสายเกินไปแล้ว สิ้นเสียงคุณหมอ พร้อมกับใบมีดคมกริบของคุณหมอ ได้เริ่มกรีดลงไปบนผิวหนังหน้าท้อง
...ร่างของเธอสะดุ้งโหยง เนื้อถูกกรีด ผิวหนังย่นตามรอยมีด ยาวถึงไหนความแสบร้อนเสียวไปถึงนั่น เธอหวีดร้องสุดเสียง โอ๊ย...ดิ้นสุดฤทธิ์มือและเท้าที่ถูกมัดไว้หลุดกระจุย

 
  ภาพในอดีต ขณะศึกษาอยู่วิทยาลัยครู ตึกด้านหลังคือห้องทดลองวิทยาศาสตร์  
 

...แล้วภาพเมื่อ ๖ ปีก่อนก็ผุดขึ้นมา เป็นฉากๆ อย่างชัดเจน
ภาพวันนั้น ขณะที่ยังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยครู เธอได้ออกไปตลาดหาซื้อกบ เพื่อนำมาผ่าท้องในห้อง LAB. เก็บข้อมูลการทำงานของอวัยวะสัตว์ต่อจากสัปดาห์ก่อน “วันนี้หาซื้อกบตัวเล็กไม่ได้ มีแต่กบตัวใหญ่เบ้อเร่อเหลืออยู่ตัวเดียว...ก็ดีเหมือนกันเราจะได้เห็นการทำงานของหัวใจ ของปอดได้ชัดๆ หน่อย”


บนตึกทดลองห้องวิทยาศาสตร์ ตัวอาคารก่อสร้างด้วยปูน ตามแบบอาคารสมัยใหม่ อยู่กลางสระน้ำ นักศึกษาสาวในชุดเสื้อคลุมตัวยาวสีขาว กำลังนำกบตัวใหญ่ ตัวของมันดำเป็นมันวาว มีรอยย่นเต็มตัว คงเป็นกบเฒ่าที่มีอายุนานพอดู เธอได้นำกบไปใส่ขวดโหลที่บรรจุ Ether เอาไว้ แล้วปิดฝา เมื่อกบหมดแรงนอนนิ่งแล้ว เธอจึงนำกบมาวางหงายท้องเตรียมผ่า ขึงบนถาดทดลอง ใช้เข็มหมุดขนาดใหญ่ ปักยึดตรึง ขาทั้งสี่ของเจ้ากบเอาไว้ เธอจับมีดผ่าคมกริบ กรีดลงบนผิวตั้งแต่ใต้คาง ลงไปถึงส่วนขากบด้านล่าง รอยย่นของหนังกบลู่ตามมีดลงมา กบมีอาการกระตุกเล็กน้อย แหวกหนังเปิดออก เธอเห็นอวัยวะทุกส่วนของกบทำงานอย่างชัดเจน หัวใจ ปอด ตับ เต้นตุ๊บๆ ตั๊บๆ


ไม่รอช้าเธอรีบทำงาน เดี๋ยวมันจะตายไปเสียก่อน นับการเต้นของหัวใจ กี่ครั้งต่อนาที ขณะที่กำลังหันหลังให้กบก้มลงจดบันทึกอยู่ เสียงกุกกัก ตุ๊บ “เอ๊ะ! อะไร หล่น”


เธอหันไปมองตามเสียงนั้น ทั้งตกใจและสยดสยอง กบที่อยู่บนถาดมันฟื้นขึ้นมา แล้วดิ้นหลุดกระโดดหนีลงพื้น เข็มหมุดยังปักคาขาทั้งสี่ของมัน พอกบกระโดดขึ้น เครื่องใน (ตับ ไต ไส้ พุง) ก็ทะลักหลุดออกมา เธอวิ่งไล่คว้า แต่ไม่ทันมันกระโดดหนี ลงสระน้ำเอาชีวิตรอด หนีลงไปใต้ถุนตึกแล้ว มองเห็นไส้ลอยเต็มน้ำ คุณโกสุมได้แต่ยืนมอง สำนึกในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “กว่ามันจะตาย คงทรมานมากซินะ” ภาพในอดีตที่ย้อนกลับมาให้เห็นดับวูบลงเมื่อยาสลบออกฤทธิ์อีกครั้ง


ต่อมากลางปี พ.ศ.๒๕๓๓ อายุย่างเข้า ๓๓ ปี จู่ๆ เธอก็รู้สึกปวดที่โคนขาขวา อย่างไม่ทราบสาเหตุ ความทรมานเพิ่มขึ้นจนเธอทนไม่ไหว เหมือนถูกของแหลมทิ่มแทงตลอดเวลา จึงตัดสินใจไปโรงพยาบาล คุณหมอ X-RAY ออกมา พบว่าเธอเป็นโรคกระดูกเสื่อม บริเวณข้อต่อระหว่างขาและสะโพก “โรคนี้จะเกิดเฉพาะผู้สูงอายุตั้งแต่ ๘๐ ปีขึ้นไป แต่อายุครู ๓๐ กว่าปี ป่วยได้ยังไงผมงงมาก” คุณโกสุมเองก็เสียใจไม่น้อยที่เธอต้องป่วยด้วยโรคนี้


คุณหมอนัดวันผ่าตัด เพราะในฟิล์มหัวกระดูกกลมๆ ถูกกินจนเสียรูปทรง จำเป็นต้องเลื่อยกระดูกบางส่วนออกแล้วเสียบกระดูกเทียมลงไปในโพรงกระดูก อุดยึดด้วยปูนซีเมนต์ที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์

ขณะที่คุณหมอกำลังผ่าตัดเลาะเนื้อขาของเธอออกเหมือนเลาะเนื้อไก่ออกจากกระดูก ด้วยผลกรรมในอดีตมาบีบบังคับทำให้เธอรู้สึกตัว ตื่นจากฤทธิ์ยาสลบก่อนกำหนดที่คุณหมอได้วางยาเอาไว้ เสียงเลื่อยกระดูกของตัวเองดังก้องประสาทหู อย่างกับว่าเขากำลังเลื่อยไม้ซุง แรงสั่นสะเทือนของบาดแผลทำให้เธอปวดร้าวทรมานไปทั้งท่อนขา โชคดีที่พยาบาลหันมาเห็นคนไข้ตื่นจึงรีบทำให้เธอหลับต่อไป แต่ก่อนที่จิตสำนึกของเธอจะหมดไปภาพเมื่อ ๒๐ ปีก่อนเด็กหญิงจับขาลูกเขียด ควงแกว่งจนขาของมันหลุด เห็นกระดูกข้อต่อหัวกลมโผล่ออกมาขาวอย่างชัดเจน เหมือนกระดูกของเธอตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน ทรมานเหลือเกิน จิตสำนึกกำลังจะดับ เธอเห็นคล้ายเจ้าเขียดมันมาเกาะที่ขอบเตียงจ้องมองเธออยู่

 
  โคนขาขวาถูกทรมาน ด้วยฝาครอบน๊อต และกระดูกเทียม  

คุณหมอยืนยันว่า ถ้าเธอไม่ทำอะไรที่มันหักโหมจนเกินไป เธอจะอยู่ได้อีก ๑๐ ปี ถึงจะมีอาการเจ็บอีก หลังการผ่าตัด เธอสามารถเดินไปไหนได้โดยใช้ไม้เท้าคำยันไปทำงานสอนหนังสือ อยู่มาได้อีกแค่ ๓ ปี กรรมตามมาส่งผลอีก โคนขาที่ฝังเหล็กอยู่เริ่มสำแดงฤทธิ์อีกแล้ว คราวนี้จานครอบหัวกับกระดูกเทียมไม่ยอมอยู่ในตำแหน่งเดิม มันเฉออกมานอกเบ้าจาน ทำให้ขอบของจานครอบบาดเนื้อข้างในขา ขยับขาครั้งหนึ่งเหมือนถูกใบมีดโกนบาดครั้งหนึ่ง ปวดแสบ ปวดร้อนตลอดเวลา


คุณหมอรักษาแบบเดิม คือผ่าตัดเอากระดูกเทียมอันเดิมออก แล้วใส่ของใหม่เข้าไปแทน เมื่อถึงวันนัดผ่า คุณโกสุมบอกว่าครั้งนี้ทรมานมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา กลัวก็กลัว แต่ไม่มีทางเลือกไม่รู้ว่าครั้งนี้เธอจะเจ็บปวดขนาดไหน แรงใดก็ไม่แรงเท่าแรงกรรม ผลกรรมที่ทำกับสัตว์เดียรัจฉานยังไม่หมดขณะที่คุณหมอกำลังเลาะเนื้อที่ขาของเธอ และพยายามที่จะดึงกระดูกเทียมออกมาเพื่อเปลี่ยนใหม่นั้น กระดูกมันเกิดติดแน่นขึ้นมาขยับยังไงก็ไม่ยอมออก


ความรู้สึกของเธอได้กลับคืนมาในขณะนั้นอีกแล้ว เขาใช้ผ้าม่านบังท่อนบนของคนไข้เอาไว้ เธอลืมตามาพร้อมกับความเจ็บปวด น้ำตาไหลพราก เธอพยายามร้องเรียกคุณหมอสุดชีวิต “ช่วยด้วย มันปวดทรมานมาก ขาของฉันกำลังจะหล่นจากเตียงแล้ว คุณหมอ ใครก็ได้ช่วยที” ไม่มีผล ทุกคนในห้องรวม ๓๐ คนไม่มีใครได้ยินเสียงของเธอเลย ทุกคนมองไม่เห็นเธอได้แต่นอนร้องไห้ อดทนต่อความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เวลาช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า คุณหมอพยายามโยกคลอนกระดูกเทียมให้หลุดออมมา จนกระทั่งพยาบาลชะโงกหน้าเข้ามาพบ “อ้าว ตื่นแล้วเหรอ ร้องไห้ทำไม” เธอพยายามเปล่งเสียงอ้าปากบอกแต่พยาบาลก็ไม่ได้ยิน พยาบาลจึงเอียงหูเข้ามาใกล้ๆ จึงรู้ว่าเธอปวดทรมานมาก ขาของเธอกำลังจะหลุดจากเตียงแล้ว คุณหมอช่วยยกขาขยับวางบนเตียงใหม่ อึดใจต่อมาร่างของเธอเหมือนถูกจับตรึงอยู่ในทิศทั้งสี่ พร้อมกับเสียงยิงน๊อตเพื่อยึดฝาครอบที่กระดูกเคลื่อนไหว ปัง..ปังๆๆ สี่ครั้ง เธอรู้สึกปวดร้าวตั้งแต่ปลายเท้าถึงปลายผม ในความรู้สึกนั้นเหมือนร่างของเธอแหลกเหลวถูกแยกออกมาพร้อมกันทั้งสี่ทิศ


ขณะนอนพักฟื้น เธอได้ลำดับภาพเหมือนดูวีดีโอกรอกลับอีกครั้ง เธอตัดสินใจแน่วแน่ว่าตั้งแต่นี้ไปเธอจะไม่รังแกสัตว์อีก จะตั้งใจเข้าวัดสร้างกุศลให้มากขึ้น


ปี พ.ศ.๒๕๔๑ เนื่องจากเธอเป็นคนมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมงาน ผู้อำนวยการและเพื่อนครูด้วยกันจึงได้ชวนเธอไปทำบุญที่วัดพระธรรมกาย เธอได้ทราบข่าวการสถาปนามหาธรรมกายเจดีย์เธอตัดสินใจสร้างองค์พระทันที สละทรัพย์สร้างด้วยความศรัทธาในพระรัตนตรัย

ช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๑ ขาเริ่มเจ็บหนักอีกรอบ คราวนี้คุณหมอดูฟิล์ม x-ray พบว่ากระดูกเทียมที่ใช้ปูนอัดเริ่มโยกคลอนอีกแล้ว ครั้งนี้เธอเจ็บเหมือนถูกเหล็กแหลมแทงตลอดเวลา นึกถึงคำสอนของพระเถระรูปหนึ่งที่ท่านเทศน์สอนว่า “ความทรมานในนรกไม่มีว่างเว้นแม้แต่วินาทีเดียว” แล้วประสบมาเกือบ ๒๐ ปี เธอบอกได้คำเดียว “นรกชัดๆ”

 
  มหาธรรมกายเจดีย์ แรงบุญที่ต้านแรงกรรม
ทำให้เธอรอดพ้นจากมรสุมร้ายของชีวิตอย่างอัศจรรย์
 

คุณหมอบอกมีวิธีเดียว...ผ่าตัด ครั้งนี้เธอเกิดความกลัวขึ้นมาสุดๆ จึงไม่ยอมผ่า บอกหมอว่ามีธุระจำเป็นต้องรีบไปหาแม่ที่สุพรรณบุรี คุณหมอให้ยากินประคองไว้สามถุง เธอจำได้ว่าเธอกินยาในมื้อเย็นแค่ชุดเดียวแล้วรีบกลับบ้านที่สมุทรสาครและลืมยาไว้ที่บ้านแม่ที่สุพรรณบุรี


ความปวดไม่ได้ลดลงเลยตลอดสัปดาห์เธอบอกกับตัวเองให้อดทนจนถึงวันอาทิตย์ เพราะเธอจะได้รับพระของขวัญและพระมหาสิริราชธาตุแล้ว
วันอาทิตย์ถัดมาเธอเดินกัดฟันข่มความเจ็บไปรับองค์พระ เมื่อกลับถึงบ้านคืนนั้นเธอเจ็บจนทนไม่ไหวอ่านหนังสืออานุภาพพระมหาสิริราชธาตุที่ได้รับมา เขาบอกว่าสวดสรรเสริญทำน้ำมนต์ดื่มแล้วหาย ตัดสินใจทำตามคำยืนยันนั้น ตักน้ำใส่แก้ว นำหนังสือมากางอ่านบทสวดสรรเสริญไปครบ ๙ จบ จึงนำมาอธิษฐานจิต ขอให้หายจากการทรมาน “เวรกรรมที่ตามมาตัดรอน ขอบุญจากการสร้างพระเจดีย์ส่งผลให้เป็นอโหสิกรรมด้วยเถิด” ดื่มไปเกือบหมดแก้ว เหลือน้ำติดก้นแก้ว นำมาพรมที่ขาขอให้หาย เสร็จแล้วก็นอนปวดขาต่อ เธอเฝ้ารอให้หาย เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้วกลับรู้สึกว่ามันปวดเพิ่มขึ้น ปวดหนักขึ้นก็เริ่มรำพึงตัดพ้อกับหลวงพ่อ “หลวงพ่อวัดปากน้ำไม่เห็นจะช่วยหนูเลย หนูก็ลูกหลานคนสุพรรณเหมือนกัน ไหนว่าศักดิ์สิทธิ์ ไม่เห็นช่วยเลยสงสัยไม่จริงแล้วล่ะ” บ่นไป เพลียไป ใกล้เคลิ้มหลับอยู่แล้ว จู่ๆ ความเจ็บปวดที่โคนขาก็พุ่งย้ายมาบริเวณช่วงท้องแทน แล้วเจ็บจี๊ดไปทั่วท้องวิ่งย้ายไปย้ายมา จากซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้ายเหมือนกับมีกลุ่มด้ายที่พันกันยุ่งไปหมดแล้วมีคนไปรื้อ พอดึงทางนี้ ทางโน้นก็ตึง เจ็บจนเหงื่อกาฬไหล แล้วเธอก็หมดสติไป

เธอตกใจตื่นมาอีกครั้งตอนตี ๕ ด้วยความเคยชินที่จะต้องพบกับความเจ็บปวดทุกเช้า เธอค่อยๆ ขยับข้อเท้าทีละนิด เพราะทุกวันจะขยับทีเดียวไม่ได้มันเจ็บ “เอ๊ะ วันนี้แปลก” เธอฉงนใจเมื่อขยับเท้าแล้วไม่ปวดเลย ลองหมุนก็ไม่เจ็บ ลองงอเข่าดู เธอดีใจจนร้องให้โฮออกมา เธอหายแล้วหรือนี่ อยากกระโดดแล้วโทรไปบอกเพื่อนว่า “พระมหาสิริราชธาตุและหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านศักดิ์สิทธ์จริง” เธอบรรยายอีกว่า “มันหายไปเหมือนกับรอยลบของดินสอลบไป ไม่เหลือร่องรอยเอาไว้เลย” ต่อมามีโอกาสไป x-ray ดูผลอีกครั้ง ผลออกมากระดูกกลับติดแน่นเหมือนเดิม

นับตั้งแต่ต้นปี ๒๕๔๒ จนถึงปัจจุบัน มกราคม ๒๕๔๓ ครบขวบปีแล้วที่เธอตั้งใจปฏิบัติธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิมิได้ขาด แล้วเธอไม่กลับมาปวดทรมานอีกเลย เธอรู้ดีว่า บุญจากการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์นี้ มีพลังบุญมหาศาลมากพอจะเจือจางบาปที่เธอทำกับสัตว์เดียรัจฉานให้กลายเป็นอโหสิกรรม

“ดิฉันเชื่อในคุณของพระรัตนตรัยว่าท่านมีจริง รู้ว่าผลบาปมีจริง ฉะนั้นผลบุญก็ต้องมีจริงค่ะ” ด้วยความศรัทธาในคุณแห่งพระรัตนตรัยเธอบอกว่า ฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ครั้งที่หนึ่งนี้ “ดิฉันจะต้องเป็นประธานฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ครั้งนี้ให้ได้ค่ะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงและแววตาที่มีประกายแห่งความศรัทธาในพระรัตนตรัยอย่างเต็มเปี่ยม  

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -