อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 49

เรื่องที่ ๔๔๖ ขายดี ๒๔ น.

เรื่องที่ ๔๔๖ ขายดี ๒๔ น.
ร้านนั้นนะคนขายแอบไปนอนหลับ ยังไปเรียกเขาอีก ทำไมเจ๊จะต้องมาซื้อจากเธอ มีของดีอะไรหรือ!


 

 

ตลาดสี่มุมเมืองแหล่งรวมของพืชผักผลไม้สดจากทั่วสารทิศ ทุกๆ วันเริ่มตั้งแต่เช้ามืด จะมีทั้งพ่อค้าที่ตั้งใจนำผลิตผลทางการเกษตรมาขาย และแม่ค้าที่ตั้งใจมารับซื้อสินค้า เพื่อจะนำไปขายต่อ ธุรกิจนี้หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปตลอดทั้งวัน
พื้นที่บริเวณแผงขายผลไม้ พืชไร่ ซอยนี้เต็มไปด้วยร้านขายแห้วและข้าวโพดหวาน...กองโตๆ เต็มไปหมด

คุณเรณู พิมพันดี ผู้ขายของดีตลอดทั้งวันจนร้านอื่นๆ แปลกใจ

บ่ายของวันนั้น ข้างๆ ถังบรรจุน้ำใบใหญ่ มีร่างของแม่ค้าซึ่งอยู่ในวัยประมาณ ๓๐ กว่าปี แอบซุกตัวหลบลูกค้ามาพักนอนด้วยความอ่อนเพลีย เพราะตั้งแต่เช้าตรู่ที่เธอเริ่มขนแห้วมาลงที่ร้าน เธอต้องรีบสาละวนกับการตักแห้ว ยังไม่ทันยกลงจากรถก็มีลูกค้ามานั่งรอซื้อแห้วของเธอแล้ว


ขณะที่กำลังงีบหลับอยู่นั้น เธอต้องสะดุ้งตื่นด้วยเสียงปลุกของลูกค้าที่อุตส่าห์หาตัวเธอจนพบ "เรณู...เรณู ช่วยลุกมารับเงินค่าแห้วหน่อย วันนี้เจ๊ซื้อ ๑๐๐ โลนะจ๊ะ ให้เด็กขนไปใส่รถให้หน่อย เดี๋ยวต้องรีบไป" พร้อมกับส่งเงินสดสองพันบาทมาใส่มือ เธอกำธนบัตรทั้งที่เปลือกตายังลืมได้ไม่เต็มตา "เธอมีอะไรดีนะยายเรณู เห็นคนอื่นเขานั่งเงียบ แต่เธอทำไมขายได้ทั้งวัน ร้านข้างๆ เขาก็ว่า คนขายนั่งหัวโด่อยู่ทำไมไม่ซื้อ ร้านนั้นนะคนขายแอบไปนอนหลับ ยังไปเรียกเขาอีก ทำไมเจ๊จะต้องมาซื้อจากเธอ มีของดีอะไรหรือ"

 
 

คุณเรณู พิมพันดี มีครอบครัวอยู่ที่สุพรรณบุรี เธอได้มาเช่าแผงเปิดร้านขายแห้ว ซึ่งมาจากสวนของเธอเอง และบางส่วนรับซื้อมาจากสวนอื่น เธอขายแห้วทั้งดิบและแห้วต้มสุกแล้ว ร้านของเธอจัดวางของขายไม่แตกต่างจากร้านขายแห้วร้านอื่นๆ แต่เป็นที่น่าแปลกใจของคนในละแวกนั้นว่าทำไมร้านนี้ถึงขายดีจัง

แห้วกองมหึมาที่ขนมาจากสุพรรณบุรีในตอนเช้า ไม่น่าเชื่อ เธอสามารถค้าขายวันละเป็น ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ขายดีจนต้องถูกตั้งคำถามจากลูกค้าและเพื่อนแม่ค้าด้วยกันว่ามีของดีอะไร ด้วยมั่นใจในสิ่งที่ตนเองปฏิบัติอยู่ว่านำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง เมื่อถูกถามกี่ครั้งๆ เธอก็ยืนยันว่าเพราะเธอหมั่นไปวัดทำบุญทุกวันอาทิตย์ มีพระมหาสิริราชธาตุและคำภาวนาสัมมาอะระหัง ข้อปฏิบัติ ๓ ข้อนี่แหละที่คอยส่งผลให้เธอประสบแต่ความสุขและความสำเร็จ

ต่อมาในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ฤดูการขายแห้วชุกที่สุด การค้าก็ยังคงขายดีทุกๆ วัน โดยเฉพาะแห้วที่ต้มสุกแล้วใส่ถุงเตรียมไว้ถุงละ ๑๐ กิโลกรัม ต้มขายแทบไม่ทัน ในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๒ ก็เช่นกัน หม้อต้มแห้วขนาดใหญ่ เบอร์ ๕๕ เมื่อยกตั้งบนเตาแก๊สที่ใช้ต้มก็สูงเกือบถึงเอว คุณเรณูเป็นคนทำงานไวบวกกับความรีบเร่งในการผลิตสินค้า ในขณะที่น้ำกำลังเดือดพล่าน คุณเรณูรีบยกแห้วถุงใหญ่เทลงหม้อด้วยความชำนาญ แล้วเหตุการณ์ที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มีแห้วติดค้างอยู่ที่ก้นถุง ประกอบกับแรงแขนของเธอล้าพอดี แห้วที่ติดค้างอยู่ก้นถุงจึงตกลงมาพักค้างอยู่ที่ขอบปากหม้อ

น้ำหนักของแห้วในถุงมีมากจนทำให้หม้อใบใหญ่เอียงตามแรงถ่วง เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก น้ำเดือดในหม้อที่ร้อนระอุได้เทราดลงบนหน้าขาทั้งสองของเธอ โครม! เสียงหม้อตกลงสู่พื้น ความโกลาหลและเสียงเอะอะตกใจของแม่ค้าพวกที่เห็นเหตุการณ์ ดังขึ้นเซ็งแซ่เวลาไม่ถึง ๕ นาที ร้านของเธอเต็มไปด้วยไทยมุงและเสียงของผู้ที่มีความปรารถนาดี "เอาน้ำปลาดับพิษซิ...ว่านหางจระเข้มีไหม"

 
  คุณเรณูกับหม้อต้มแห้วที่ทำให้พบปาฎิหาริย์  
 

เสียงพูดกันไปต่างๆ นานา แต่คุณเรณูบอกว่า ในขณะนั้นเธอทำได้สิ่งเดียวคือรีบกำองค์พระมหาสิริราชธาตุเอาไว้ ใจจรดศูนย์กลางกายสัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง นึกถึงแต่บุญอย่างเดียวไม่สนใจอะไรทั้งนั้น หันไปมองที่ข้างฝาในร้าน เห็นรูปหลวงพ่อสด รีบอธิษฐานทันที "ขออย่าให้ลูกได้รับพิษร้อนจากน้ำนี้เลย ลูกป่วยไม่ได้ไม่มีใครดูร้านแทน หลวงพ่อคะ ถ้าลูกเดินได้ ขายของได้ตามปกตินะ ลูกจะไปกล่าวสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยเล่าอานุภาพบุญให้แก่ทุกคนฟัง"


พอสิ้นคำอธิษฐาน เหมือนมีใครมาเป่าให้ตั้งแต่ต้นขา...เย็นวูบลงไปถึงปลายเท้า ความเย็นนี้ได้เย็นเข้าไปถึงใจของเธอเลยทีเดียว พอดีหลานไปตามรถมารับเพื่อไปโรงพยาบาล เมื่อถึงโรงพยาบาลคุณหมอรู้ว่าโดนน้ำร้อนลวกมา คุณหมอพันขาทั้ง ๒ ข้างด้วยผ้ากอสเป็นมัมมี่ไปเลย คุณเรณูเห็นแล้วตกใจรีบถามอาการ คุณหมอจึงบอกให้คุณเรณูรู้อาการของโรคว่า คุณเรณูจะต้องทรมานจากอาการปวดแสบปวดร้อน เธอจะเดินไม่ได้อย่างน้อย ๓ วัน แล้วผิวหนังก็จะลอกพุพอง เป็นธรรมดาของคนถูกน้ำร้อนลวกก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ

ด้วยความเชื่อมั่นว่าตนเองจะต้องไม่เป็นอะไรจากการถูกน้ำร้อนลวกในครั้งนี้ เธอตัดสินใจกลับไปที่ร้านแทนการนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ท่ามกลางความฉงนของคนรอบข้าง เธอยังคงกลับไปนั่งขายแห้วได้ตามปกติ เธอภาวนาสัมมาอะระหัง และพูดอธิษฐานขอบารมีของพระมหาสิริราชธาตุและหลวงพ่อวัดปากน้ำช่วยตลอด คืนนั้นก็พักผ่อนนอนหลับได้ปกติ

ยึดมั่นพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง หมั่นประกอบบุญกุศลอยู่เนืองนิจ

รุ่งเช้าลุกขึ้นเดิน ทำภารกิจต่างๆ ได้สบายๆ ไม่มีอาการปวดแสบปวดร้อนที่ขาทั้งสองข้างแต่อย่างใด เธอจึงตัดสินใจแกะผ้ารอบขาออก เพราะรู้สึกเกะกะเวลาเดิน เพื่อความไม่ประมาทและกันฝุ่นละอองที่จะมาเกาะ จึงพันผ้าบางๆ เอาไว้แค่รอบเดียว

เพียงแค่ ๓ วัน แผลในเนื้อขาที่ว่าจะเน่า ก็แห้งสนิทเป็นอัศจรรย์ไม่พุพองให้ทรมาน เสียงเล่าลือไปทั่วตลาด เธอต้องพบกับคำถามว่ามีพระอะไรดี เธอประกาศคุณของท่านอย่างเชื่อมั่นหนักแน่นว่า เธอมีพระมหาสิริราชธาตุและหลวงพ่อสด อานุภาพของท่านคุ้มครองอยู่


ทุกวันเธอได้เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เมื่อมีคนมาคุยถึงอานุภาพบุญที่เธอได้รับ เธอก็ชวนให้ทุกๆ คนแบ่งเวลาไปวัดทุกวันอาทิตย์และเปิดบ้านกัลยาณมิตรสวดมนต์นั่งสมาธิทุกวัน เพื่อสร้างความร่มเย็นให้บังเกิดขึ้นกับตัวเองและครอบครัว

หลังจากที่ได้มีโอกาสสนทนาเรื่องที่จะนำธรรมะของพระพุทธองค์มาเป็นประทีปส่องนำทางชีวิตกับพ่อค้าหนุ่มที่ขายผักอยู่แผงถัดไป อีก ๒ วันต่อมา เด็กหนุ่มมาหาด้วยหน้าตาเบิกบานบอกว่าจะขอนำป้ายบ้านกัลยาณมิตรไปติดที่บ้านเพื่อจะได้สวดมนต์ คุณเรณูถามย้ำเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง "น้องเอาไปแล้วปฏิบัตินะ สิริมงคลถึงจะเกิดขึ้น" เขารีบรับคำทันที "ครับพี่ รับรองว่าบ้านของผมจะต้องมีสิริมงคลเกิดขึ้นแน่นอน ถึงแม้นถ้าวันไหนผมติดภารกิจมาก แต่คุณแม่ของผมที่อยู่บ้าน ท่านพร้อมที่จะสวดมนต์นั่งสมาธิทุกวันครับ" พ่อค้าหนุ่มรับป้ายบ้านกัลยาณมิตรไปด้วยความสมหวังที่จุดเริ่มต้นแห่งการมีวิถีชีวิตร่มเย็นกำลังจะบังเกิดแก่ตัวเขาและครอบครัว คุณเรณูนึกอนุโมทนาบุญกับกัลยาณมิตรคนใหม่ที่ต่อไปเขาจะเป็นอีกผู้หนึ่งที่จะแผ่ขยายกระแสแห่งสันติสุขภายในที่เขาได้รับไปยังบุคคลรอบข้างเหมือนดังเช่นที่ตัวเธอเองได้มาสัมผัส ณ จุดนี้ ซึ่งมีคุณค่าสำหรับทุกๆ ชีวิตที่ต้องการความสุขความสำเร็จให้กับตัวเอง

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -