อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 49

เรื่องที่ ๔๕๑ ศพอยู่ไหน

เรื่องที่ ๔๕๑ ศพอยู่ไหน
กลิ่นนํ้ามัน....คลุ้ง อบอวลไปทั้งรถ มันรั่วออกมา ประกอบกับความร้อนของรถและประกายไฟบางจุด ซึ่งอาจจะระเบิดขึ้น ตามที่พวกเขาคาดไว้ ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามหาทางออกจากรถให้เร็วที่สุด


 

 
 
วินาทีมรณะที่สองพี่น้องเผชิญ
 
 

มืดสนิท! จนไม่สามารถเห็นวัตถุใดๆ ผ่านสู่สายตาได้เลย
ถึงกระนั้น... กลับมีแสงจากโคมไฟที่พังชํารุดพลิกสาดส่อง เพื่อช่วยชีวิตของพวกเขาไว้อย่างปาฏิหาริย์


พวกเขารีบคลานออกมา เพราะมันร้อนเหมือนกำลังจะระเบิด!!!
หรือมันเป็นเขตอาถรรพ์ เพราะพึ่งมีรถพลิกคว่ำ พร้อมสังเวยชีวิตไป ๒ ศพหมาดๆ


ลางร้ายถึง ๓ ครั้ง หวิดคว่ำ-ชน ติดๆ กันของรถจี๊บคันนี้ ราวกับจะบอกว่า....จะทําให้มีอันเป็นไปให้จงได้


คืนนั้นตอนตี ๓ คุณวรพันธ์ ชนะโรค ขับรถไปธุระกับน้องสาว โดยยืมรถของพี่เขยมา ซึ่งจุดนี้เองทำให้เขาตระหนัก ระวังรถเป็นอย่างดี และคอยเตือนตัวเองให้ขับด้วยความไม่ประมาท
 

 
สภาพรถที่เจ้าหน้าที่ถามว่า ศพอยู่ไหน!
 
เขาขับตามหลัง ๑๐ ล้อพ่วงคันใหญ่มาติดๆ ทำให้ละอองโคลน กระเด็นเป็นเม็ดเล็กๆ เกาะติดกระจกและตัวถังด้านหน้า ด้วยความที่กลัวรถเลอะ เพราะพึ่งล้างจึงเหยียบแซงขึ้นไป แต่โชคไม่เข้าข้างเขาเลย บนถนนเส้นนั้นมืดเกินไปกว่าที่รถ ๑๐ ล้อจะมองเห็นพวกเขา ๑๐ ล้อจึงเบียดปัดมาทางซ้าย ซึ่งวินาทีนั้นเอง คุณวรพันธ์จึงต้องหักหลบ จนในที่สุด รถก็เสียหลัก ส่ายไปทางซ้ายที ขวาที มันกำลังจะลงคลอง แต่....ไม่เป็นเช่นนั้น เขากลับตัดสินใจหักพวงมาลัยมาทางขวาอีกครั้ง รถปัดพุ่งเกยเข้าไปที่เกาะกลางถนน ชนต้นไม้ และพลิกตลบตีลังกาในทันที หลังคาและกระจกด้านหน้าถูกกระแทกแตกยับ ซ้ำถูกกดอัดให้ยุบลงมา ณ ตอนนั้นเองน้องสาวคุณวรพันธ์บอกว่า เหมือนมีลูกบอลนิ่มๆ มาหุ้ม บริเวณคอและศีรษะไว้ และแทบไม่น่าเชื่อสายตาตัวเองที่หลังคาห่างจากศีรษะเธอเพียงไม่กี่เซ็นติเมตร ซึ่งมันน่าจะลงมามากกว่านั้น

 

คุณวรพันธ์ ชนะโรค ไม่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
ถ่ายรูปยืนยันอานุภาพแห่งบุญ

 

 
 
หลังจากรอดจากเคราะห์ร้ายก็สร้างบุญใหญ่ ด้วยการบวชเป็นสามเณรแก้ว
 

เหตุการณ์ยังคงดำเนินต่อไป พวกเขายังอยู่ในรถที่หมดสภาพ และกำลังลำดับความคิด เรียกสติกลับมาเพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่ไวมากในช่วงพริบตา

กลิ่นนํ้ามัน....คลุ้ง อบอวลไปทั้งรถ มันรั่วออกมา ประกอบกับความร้อนของรถและประกายไฟบางจุด ซึ่งอาจจะระเบิดขึ้น ตามที่พวกเขาคาดไว้ ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามหาทางออกจากรถให้เร็วที่สุด

ทันใดนั้นเอง กลับมีลำแสงจากโคมไฟหน้ารถที่พังชำรุด พลิกสาดส่องเข้ามา....พวกเขาจึงรีบมุดออกมาในช่องทางที่พอรอดได้ และปลอดภัยในที่สุด โดยไม่เป็นอะไรเลย และพยายามมองเพื่อหาคนช่วยเหลือ

ไม่นานนัก รถปอเต็กตึ๊ง ซึ่งกำลังออกปฏิบัติหน้าที่มาจอดยังที่เกิดเหตุ พนักงานตะโกนว่า "เก็บไปเลย งัดเอาศพออกมา จะได้เอาไปพร้อมกับอีกศพที่อยู่ในรถ"

พวกเขาทั้ง ๒ จึงรีบตอบกลับไปว่า ในรถไม่มีใครแล้ว พวกเขานี้แหละคนขับ เจ้าหน้าที่ปอเต็กตึ๊งต่างหันมองไปยังซากรถอีกครั้ง บ่งถึงความไม่แน่ใจว่าไม่มีใครเป็นอะไรจริงๆ หรือ!? เพราะจากประสบการณ์ของพวกเขาถ้าสภาพรถพังยับเยินขนาดนี้ มักจะมีคนตายเกิดขึ้น
!!!!........!!!!


อุบัติเหตุ เกิดและดับภายในเศษเสี้ยววินาที จนพวกเขาตั้งตัวไม่ทัน แต่กลับไม่เป็นอะไรเลย

 
คุณวรพันธ์ ชนะโรค กับครอบครัว
ที่รักการทำความดียิ่งชีวิต
 

ที่พวกเขารอด เพราะอยู่ในบุญ นึกถึงพระตลอด สิ่งหนึ่ง....ที่พวกเขาทำเป็นประจำไม่เคยทิ้งเลย คือ การสวดมนต์ นั่งสมาธิ หมั่นทำทาน รักษาศีล และมาวัดปฏิบัติธรรมสม่ำเสมอ ซึ่งตรงจุดนี้เองทำให้บุญหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง
 

บางคนมีบุญ แต่กลับไม่ส่งผลต่อเนื่อง เพราะขาดการทำอย่างต่อเนื่องนี่เอง ซึ่งในช่วงวิกฤติ... ถ้าส่งผลก็ดีไป แต่ถ้าไม่ส่งผลล่ะ... ????
 

จากคนที่เคยรวย ก็อาจจะล้มละลายในพริบตา จากมีชื่อเสียงโด่งดังมาก กลับเสื่อมโดยไม่รู้ตัวมาก่อน และที่สำคัญ จากที่มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขอยู่ดีๆ ก็กลับประสบอุบัติเหตุ...เสียชีวิต
 

และถ้าเป็นเช่นนี้ ควรหรือไม่ควรที่เราจะหมั่นสั่งสมบุญอย่างต่อเนื่อง เป็นประจำมิให้ขาดเลย เพื่อตัวของเราเอง

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -