วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ การลด แลก แจก แถม

 

การลด แลก แจก แถม

เป็นกลยุทธ์ที่เข้าข่ายการเบียดเบียนหรือไม่

 

         การค้าขายสมัยนี้ มีการลดแลกแจกแถม เพื่อที่จะเอาชนะคู่แข่ง แบบนี้ถือเป็นการเบียดเบียนซึ่งกันและกันหรือไม่?

 

      การค้าขายเป็นเรื่องของรายได้ เป็นเรื่องของการยังชีพ ปกติก็ต้องมีการแข่งขันกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา จะลด จะแลก จะแจก จะแถมอะไรก็ไม่ว่ากัน แต่อย่าแกล้งกันและไม่ใส่ร้ายป้ายสีกัน ถ้าเราไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีใคร ว่ากันโดยคุณภาพ โดยบริการ โดยความทันสมัย อย่างนี้ ติกันไม่ได้ เพราะเอาชนะกันโดยไม่เสียศีล ส่วนคู่แข่งจะเสียหายตกต่ำอย่างไร ตรงนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่ง          

 


 

         ในฐานะเพื่อนร่วมโลก ถ้าเขาเป็นคนดี ทำไมไม่ช่วยกันขึ้นมา น่าจะหันหน้าเข้าหากัน จับมือเป็นเพื่อนกันดีกว่า พูดง่าย ๆ คือ เปลี่ยนจากคู่แข่งให้มาเป็นคู่ค้า แล้วปรึกษาหารือกันว่าจะช่วยอะไรกันได้บ้าง 

          ปัจจุบันนี้ การค้าไม่ได้สู้กันแค่ในประเทศเท่านั้น ต้องสู้ข้ามประเทศแล้ว ถ้าเรายังฟันกันเองอยู่ในประเทศ ในจังหวัดเดียวกัน ในตลาดเดียวกัน เดี๋ยวต่างประเทศเข้ามาบดขยี้ตาย ทำให้เป็นเครือข่ายกันไม่ดีกว่าหรือ ตอนนี้ก็เห็นอยู่แล้วว่า ต่างประเทศเขามาไล่ขยี้อยู่ เขามากันไม่กี่คน แต่เขาสยบคนไทยทั้งประเทศได้ ทำไมเขาจึงทำกับเราได้ถึงปานนั้น ที่เขาทำได้ก็เพราะว่าเราไม่จับมือกัน ถ้าเราจับมือเป็นเครือข่ายกัน พัฒนาคุณภาพร่วมกัน เขาก็ต้องหอบเสื่อหอบหมอนกลับบ้านไปเอง ไม่ต้องไปเดินขบวนไล่ หรือถ้าเขาไม่กลับ ก็ให้มาคุยกัน อยากมาค้าขาย ที่ประเทศเรา เราก็จะเอาของเราไปค้าไปขายที่ประเทศเขาบ้าง แต่ก่อนที่จะชวนเขามาเป็นคู่ค้าด้วย ก็ต้องแสดงฝีมือให้เขาเห็นก่อนว่าเราเข้มแข็งพอ

          อยากจะฝากเอาไว้ว่า วันนี้ตลาดขายปลีกในเมืองไทยแตกกระสานซ่านเซ็นเหลือเกิน ต้อง หาทางรวมกันให้ได้ ลองรักษาศีลข้อที่ ๔ ให้ดี มีอะไรพูดกันตรง ๆ เลิกโกหก สู้กันด้วยคุณภาพ ด้วยความดี ด้วยบริการ มีอะไรบกพร่องก็ช่วยกันแก้ไข สุดท้ายก็จะจับมือกันได้ แล้วพลังแห่งความสามัคคีและพลังแห่งสัจจะ ก็จะทำให้เรากลายเป็นยักษ์ในประเทศของเรา แล้วก็จะข้ามประเทศได้ในที่สุด

 

"บาปกรรมจากการปราบโจรผู้ร้ายน้อยกว่าการทำปาณาติบาตทั่วไปหรือไม่"

 

        ทหารตำรวจซึ่งมีหน้าที่ป้องกันประเทศชาติ บางครั้งปรามปรามโจรผู้ร้ายจนเสียชีวิต ซึ่งเป็นการทำบาปด้วยความจำเป็น บาปกรรมที่เกิดขึ้นนี้น้อยกว่า การทำปาณาติบาตทั่วไปหรือไม่

 

         บาปมากบาปน้อย มีหลักง่าย ๆ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ชัดเจน "เมื่อจิตขุ่นมัว ไม่ผ่องใส ทุคติเป็นที่ไป" นี้เป็นหลักเกณฑ์ที่พระองค์ตรัสเอาไว้ แต่ถ้า "จิตผ่องใส สุคติเป็นที่ไป"

         พูดง่าย ๆ การจะไปนรก ไปสวรรค์ จะบาปมากบาปน้อย ขึ้นอยู่กับความขุ่นมัวหรือความผ่องใสของจิตใจ ไม่ว่าการฆ่านั้นจะฆ่าด้วยเหตุอะไรก็ตาม เวลาลงมือฆ่ากัน ถ้าจิตขุ่นมัวมากเท่าไร ก็บาปมากเท่านั้น ถ้าขุ่นมัวน้อยเท่าไร ก็บาปน้อยเท่านั้น

         จากกฎเกณฑ์ตรงนี้ เราก็นำมาพิจารณาได้ว่า คนที่ต่อสู้ป้องกันตัวและไม่ได้โกรธเคืองกัน แต่ว่าเมื่อถูกบุกรุก ทหารซึ่งเป็นรั้วของประเทศชาติอย่างไรก็ต้องสู้ คือ สู้เพื่อประเทศชาติด้วย สู้เพื่อชีวิตของตัวเองด้วย แต่ในขณะที่สู้นั้น ถ้ามีความเคียดแค้น มีความฮึกเหิม แน่นอนว่าใจ จะต้องขุ่นมัวมาก อย่างนี้ไม่ค่อยดี แต่ถ้าสู้เพราะจนใจ ปล่อยไว้ไม่ได้เพราะบ้านเมืองจะอยู่ไม่ได้ จึงจำใจต้องเข่นฆ่ากัน ใครที่พอยั้งมือได้ก็ยั้ง ที่ควรจะตายมากก็เลยตายน้อย ที่ควรจะตาย น้อยก็แค่บาดเจ็บ ตรงนี้ก็คงจะขึ้นอยู่กับเหตุการณ์และสภาพจิตใจของทหารหรือตำรวจท่านนั้น นี้เป็นกรณีที่ ๑

          กรณีที่ ๒ สิ่งที่จะต้องมาพิจารณากันก็คือ เมื่อทำไปแล้วรู้สึกอย่างไร ถ้ารู้สึกสะใจ อย่างนี้ใจขุ่นมาก คือ นอกจากใจขุ่นแล้ว ยังดีใจกับความขุ่นนั้นด้วย อันนี้แทบจะมืดสนิท อย่างนี้บาปมากกว่า เพราะดีใจกับบาปกรรมที่ตัวเองทำ

          แต่ในทางตรงกันข้ามตัวเราไม่ได้อยากทำ แต่ถ้าไม่ทำเขาก็ฆ่าเรา แล้วบ้านเมืองก็อยู่ไม่ได้ ด้วย ฆ่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว นอกจากไม่ดีใจกับการฆ่าแล้ว ยังคิดว่าจะทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้ ไม่เกิดขึ้นอีก และหาทางช่วยกันป้องกันแก้ไขอย่าให้เกิดอีก ถ้าอย่างนี้บาปไม่มากเท่าประเภทแรก

          หลังจากฆ่ากันไปเรียบร้อยแล้วและหามาตรการป้องกันแก้ไขแล้ว ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ก็ต้องทำบุญทำทานอุทิศส่วนกุศลและกรวดน้ำไปให้ด้วย จากนั้นอย่าหมั่นนึกถึงเรื่องร้าย ๆ เพราะถ้านึกถึงบาปเมื่อไร บาปก็จะโตขึ้น ใจก็จะขุ่นมัวมากขึ้น ถ้านึกถึงบุญ ใจก็จะใสขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อเรื่องไม่ค่อยดีจบไปแล้วก็อย่าไปนึกถึงอีก ให้นึกถึงภาพดี ๆ เข้ามาแทน คือ นึกถึงเรื่องบุญเรื่องกุศลที่เราเคยทำมา ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ให้หมั่นทำสมาธิทุกคืน นึกถึงองค์พระ นึกถึงดวงแก้ว ใส ๆ ให้เกิดขึ้นที่กลางกาย ถ้านึกไปเรื่อย ๆ ก็จะเป็นการเปลี่ยนโปรแกรมใหม่ให้กับชีวิตของเรา อย่างนี้บาปไม่มีสิทธิ์โตขึ้น มีแต่บุญจะโตวันโตคืน

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร