วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ เรื่องใหญ่

เรื่อง : โค้ก อลงกรณ์

เรื่องใหญ่

 


 

เรื่องใดใหญ่ที่สุดในชีวิต ?

          ผมตั้งคำถามนี้คงเพราะผมได้รับเอกสารฝากมาถวายหลวงพ่ออย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

          ในหน้าเอกสารที่ส่วนใหญ่พิมพ์อักษรตัวโต ๆ พร้อมกับแนบรูปภาพและรายละเอียด บ้างก็เขียนด้วยลายมือส่งมาในรูปของจดหมาย

ซึ่งเนื้อความในเอกสารล้วนแต่เป็นเรื่องความทุกข์ที่ทุกเรื่องล้วนแต่เกี่ยวเนื่องกับความเป็นความตายของชีวิต

          หากนำเอกสารเหล่านี้มารวมซ้อนกัน คงได้กองเอกสารที่สูงไม่น้อย แต่ต่อให้สูงแค่ไหน ก็คงเทียบไม่ได้กับ ความใหญ่โตของกองแห่งความทุกข์ที่อยู่ภายในใจของเจ้าของเอกสารแต่ละคน

          ถ้าต้องเป็นกรรมการตัดสิน ผมคงชี้ขาดไม่ได้ว่า ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว เรื่องหน้าที่การงาน ปัญหาสุขภาพ การพลัดพราก หรือปัญหาใดในเอกสาร จะจัดให้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด เพราะทุกปัญหาไม่ว่าจะเป็นของเด็ก ของคนเดินดินทั่วไป หรือของมหาเศรษฐี ล้วนแต่ส่งผลให้เจ้าตัวทุกข์มากถึงมากที่สุดได้ด้วยกันทั้งนั้น

          ทุกฉบับเหล่านี้ ส่งมาจากต่างที่ ต่างเวลา ต่างเรื่องราว แต่ต่างก็มีจุดหมายและจุดประสงค์เดียวกันหมด นั่นคือส่งมาเพื่อกราบขอความเมตตาหลวงพ่อได้คุมบุญ ช่วยแก้ไขปัญหาทุกข์ในทุกปัญหาให้ผ่านพ้นเรื่องร้าย ๆ เหล่านี้ไปให้ได้
          สัจธรรมจากเอกสารชีวิตเหล่านี้บอกผมว่า ไม่ว่าเป็นใคร อายุเท่าใดก็ตาม เราต่างล้วนมีความทุกข์ด้วยกัน ทั้งนั้นไม่มีชีวิตใดที่ไม่ต้องพบเจอกับความทุกข์
 

          เมื่อคราวที่ความทุกข์ใหญ่หลวงที่เป็นเรื่องใหญ่เข้ามาในชีวิต สิ่งที่ผมได้เรียนรู้เป็นอันดับแรกคือ เรื่องของสนามการต่อสู้ สนามที่ใช้ทำศึกรบกับความทุกข์นั้นมีพื้นที่เล็กนิดเดียว มันไม่ได้กว้างใหญ่จนมองไม่เห็นขอบเขตเลยซะที่ไหน แต่ที่เราวิตกกลัวเพราะเราไม่รู้ตัวว่า เรากำลังรบอยู่ในพื้นที่เล็กเท่ากำปั้นที่ตั้งอยู่ภายในกายของเรานี่เอง

          สนามสู้รบกับความทุกข์คือ ใจของเรา ดังนั้น แค่ตั้งสติ ไม่ตื่นสนาม รวมพลเรียกขวัญและกำลังใจเข้าประจำการให้พร้อม ในยกแรกเราย่อมไม่พ่ายแพ้  ปัญหาทุกปัญหา ย่อมมีหนทางแก้ไขได้เสมอ

          เมื่อการสู้รบภายในใจดำเนินต่อไปจนในที่สุด เรื่องใหญ่ในชีวิตก็ผ่านพ้นไปได้อีกเรื่องหนึ่ง ผมได้เรียนรู้ อะไรอีกหลายอย่าง อาทิ เรื่องใหญ่ที่สุดไม่ใช่เรื่องที่เราเคยผ่านมาได้แล้วในอดีต และไม่ใช่เรื่องในอนาคต ที่ยังมาไม่ถึง แต่เรื่องที่ใหญ่ที่สุดนั้นคือเรื่องในปัจจุบันที่เรากำลังประสบอยู่ เป็นเรื่องที่เราต้องสู้ เป็นเรื่องที่เราต้องเดินผ่านต่อไปให้ได้

          ดังนั้นถ้าต้องสู้รบกับเรื่องใหญ่ที่สุดในตอนนี้ เราต้องคิดรบในช่วงสั้น ๆ คิดรบแค่วันต่อวัน ไม่ต้องคิดไปไกล เพราะหากคิดไกลไปถึงเดือนหน้า ปีหน้า เท่ากับว่าเราไปขยายพื้นที่และเวลาในการรบ โอกาสพ่ายแพ้มีสูง เพราะใจฟุ้งซ่านขาดพลัง จึงควรคิดในช่วงใกล้ ๆ คิดแค่ทำให้ชั่วโมงนี้ผ่านไปให้ได้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

          เมื่อผ่านวันนี้ไปได้ กำลังใจต่อสู้จะเพิ่มมากขึ้น แล้วค่อยสู้กันต่อในวันถัดไป

          เรื่องใหญ่เป็นเรื่องที่ทรงพลัง เราไม่สามารถน็อคได้ในยกเดียว ง่ายที่สุดให้สู้ทีละส่วน แบ่งเรื่องใหญ่ออกเป็นส่วนย่อย ๆ จากเรื่องใหญ่มาก เมื่อแบ่งแล้วก็กลาย เป็นเรื่องใหญ่น้อยลง ทำให้เราแก้ไขได้ง่ายขึ้น

          แม้แบ่งแล้วแต่เรื่องยังก้อนใหญ่อยู่ เราสู้ไม่ไหว ก็แบ่งย่อยต่อไปอีก จากเรื่องใหญ่น้อยลงก็จะเป็นเรื่องใหญ่ไม่มาก แบ่งอีกก็จะเป็นเรื่องไม่ใหญ่มาก แบ่งไปเรื่อย ๆ สุดท้ายแล้วก็จะกลายเป็นเรื่องไม่ใหญ่

          แก้ไขเรื่องไม่ใหญ่ไปเรื่อย ๆ ทีละเรื่อง ๆ ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ แก้ไขด้วยกำลังใจ สู้ไปทีละวัน ไม่ช้าเราก็น็อคเรื่องใหญ่ได้สำเร็จ

          ยามทุกข์ กำลังใจเป็นสิ่งที่มีค่า และกำลังใจที่มีประสิทธิภาพที่สุดนั้นมาจากกำลังใจที่เราสร้างขึ้น ด้วยตัวเราเอง

          เมื่อล้มลง ต่อให้มีมือยื่นมาช่วยฉุด มาคอยพยุงให้ลุกขึ้น เราก็ไม่อาจยืนขึ้นได้ ถ้าเราไม่คิดยืนด้วยตัวเราเอง

          ถ้าไม่คิดสู้ด้วยใจของเราเอง เราจะผ่านเรื่องใหญ่ที่ประสบอยู่ไปไม่ได้เลย
 

          ขณะที่หลวงพ่อหยิบเอกสารที่ขอความช่วยเหลือขึ้นมาดู ผมรู้สึกว่า ลำพังหลวงพ่อเองก็มีเรื่องใหญ่ให้แก้ไขอยู่ไม่น้อย และดูเหมือนว่า แต่ละเรื่องที่หลวงพ่อเผชิญนั้นใหญ่ยิ่งกว่าเรื่องใหญ่หลาย ๆ เรื่องในเอกสารที่ส่งมารวมกันอีก แต่สุดท้ายหลวงพ่อก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง ทำให้คิดที่จะตั้งข้อสังเกตว่า ท่านผ่านมาได้อย่างไร ?

          ทุกครั้งที่ท่านต้องสู้กับเรื่องใหญ่ สิ่งที่สังเกตเห็น ท่านจะทำอยู่ ๒ อย่างคือ ทำใจให้นิ่ง ๆ และนั่งหลับตา ท่านทำเพียงแค่ ๒ อย่างเท่านี้ นอกเหนือจากนั้นผมสังเกตไม่เห็น แต่ผมก็เชื่อว่า สิ่งที่ผมสังเกตไม่เห็นนั้นคือ หลวงพ่อท่านใช้ใจที่ใสสว่างและบริสุทธิ์จากการหลับตาทำสมาธิเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ จากคำพูดหนึ่งที่ท่านมักพูดอยู่เสมอว่า ปัญหาที่หยาบสุดต้องแก้ด้วยจิตที่ละเอียดสุด

          ดังนั้น ทุกครั้งที่มีผู้มากราบเรียนให้หลวงพ่อช่วยคุมบุญเรื่องใหญ่ของเขา ท่านจะแนะนำให้ผู้นั้นอย่าวิตกกังวล ให้หมั่นนึกถึงบุญที่ได้สั่งสมไว้ ให้ใจชุ่มอยู่ในบุญให้ได้ตลอดเวลา แล้วหลวงพ่อจะช่วยคุมบุญให้

          โลกที่เราอาศัยใช้สร้างบารมีอยู่นี้มีเรื่องใหญ่มากมายเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่เราควรรู้เท่าทันนั่นก็คือ เรื่องใดใหญ่ที่สุดในชีวิต ?

          เป็นคำถามที่ผมยังไม่มีคำตอบให้ตัวเอง จนกระทั่งได้ฟังหลวงพ่อท่านให้สติ

          เรื่องใหญ่ที่พบเจอทุกเรื่องนั้น แม้เป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่แท้จริง

          หลวงพ่อให้สติว่า เรื่องใหญ่ที่เป็นวิกฤตชีวิตที่แท้จริงของคนเรานั้น ไม่ใช่เรื่องเจ็บป่วย เรื่องสอบตก เรื่องอกหัก ธุรกิจล้มเหลว ครอบครัวแตกแยก ประสบภัยพิบัติ เผชิญโรคร้าย หรือการพลัดพราก หากแต่วิกฤตที่แท้ของชีวิตคือการยังเข้าไม่ถึงที่พึ่ง ที่ยึดเหนี่ยว ที่แท้จริงภายในต่างหาก

          เพราะตราบใดที่ได้เข้าถึงที่พึ่งภายใน เห็นองค์พระภายในชัดใสสว่างได้แล้ว ต่อให้เรื่องต่าง ๆ ที่เราเคยคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่มารวมกันทุกเรื่อง หรือมรณภัยมายืนรออยู่ข้างหน้า ก็ย่อมไม่ทำให้ใจเรารู้สึกหวั่นไหวได้

          ดังนั้น เรื่องใหญ่ต่าง ๆ คงไม่มีเรื่องใดที่จะใหญ่ไปกว่าเรื่องนี้

          ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก เวลาในชีวิตก็มีอย่างจำกัด

          การที่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้คือเรื่องใหญ่  นี่คือเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งในชีวิต

          หากรู้แล้วว่าเรื่องนี้คือเรื่องใหญ่ คงไม่ต้องเสียเวลาหาคำตอบแล้ว

          เรื่องใดใหญ่ที่สุดในชีวิต

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร