วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ กฎของนาฬิกา

เรื่อง : โค้ก อลงกรณ์

 

 

กฎของนาฬิกา

     ๐๙.๓๐  เมื่อถึงศูนย์กลางพิธีและประตูรถเปิดออก เสียงกล่าวทักทายของเหล่าอัศวินตัวน้อย ๆ ดังก้องไปทั่วสภาฯ กราบนมัสการเจ้าค่ะหลวงพ่อ

     เสียงเจื้อยแจ้วและยิ้มหวาน ๆ ของเหล่าอัศวินน้อยที่คอยมาทำหน้าที่ปฏิสันถารต้อนรับหลวงพ่อทุกวันอาทิตย์ ทำให้นึกถึงยิ้มของสาววัยรุ่นคนหนึ่ง

    ความทรงจำของวันวานย้อนกลับมาฉายใหม่อีกครั้งผมพบเธอหลังเสร็จจากพิธีงานบุญภาคบ่ายเธอมารอกราบหลวงพ่อก่อนที่ท่านจะขึ้นรถเดินทางกลับ เมื่อพบกันเธอส่งยิ้มให้ผมทันทีทั้งที่ไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน แต่ยิ้มที่ส่งมาช่างเป็นยิ้มที่สนิทสนมคุ้นเคย จนผมต้องเฉลียวใจ"พี่จำหนูไม่ได้ใช่ไหม"

    ผมใช้เวลาสักพักกว่าจะตามหาความทรงจำที่ต้องการเจอเธอคืออัศวินตัวน้อยรุ่นแรก ๆที่รู้จักใช้ความเยาว์วัยมาเก็บเกี่ยวบุญผมยังจำเสียงตะเบ็งแข่งกันตอบหลวงพ่ออย่างฉะฉานนั้นได้เมื่อท่านถามว่า.."เราเกิดมาทำไม?"
.........

      ๑๔.๓๐ช่วงพิธีถวายปัจจัย ผู้หญิงคนหนึ่งเดินทางมาวัดและได้เข้ามากราบขอขมาหลวงพ่อ

     เธอสารภาพว่าก่อนนี้ได้ต่อว่าวัดและหลวงพ่อมากมายเพราะความไม่เข้าใจเธอรับฟังข้อมูลบิดเบือนต่าง ๆ แล้วหลงเชื่อโดยไม่เคยเข้าวัดมาพิสูจน์ความจริงผ่านไปเกือบสิบปีวันนี้ถึงเข้าใจ ความจริงไม่ได้เป็นอย่างข่าวว่าร้ายที่ได้ยิน จึงต้องการมาขอขมาหลวงพ่อรับฟังด้วยรอยยิ้มแล้วบอกให้เธอลืมไปให้หมด เรื่องที่เกิดขึ้นหลวงพ่อไม่ได้คิดอะไรแต่เพื่อให้เธอสบายใจท่านจึงรับขอขมา

       ก่อนที่เธอจะกราบลาหลวงพ่อบอกให้เธอรีบเก็บเกี่ยวบุญตามเพื่อนนักสร้างบารมีให้ทันเธอยิ้มออกมาอย่างสบายใจ

     ก่อนหน้านี้หญิงคนหนึ่งวัยเดียวกันกับเธอได้ขึ้นมากราบหลวงพ่อในสภาฯ เช่นกันเธอได้รับเชิญให้มาถ่ายทอดประสบการณ์ให้เพื่อนนักสร้างบารมีฟังภาพความทรงจำที่เธอทุ่มเททำหน้าที่กัลยาณมิตรมาสิบกว่าปี ฉายสู่ใจผู้ฟังอย่างต่อเนื่องความปลื้มปีติใจไหลเวียนไปด้วยกันทั้งผู้ฟังและผู้เล่าและหลังจากนั้นเธอขึ้นมารับพร ของขวัญจากหลวงพ่อพร้อมรอยยิ้ม

     รอยยิ้มทั้งสองผมจำได้ดีรอยยิ้มจากความทรงจำ

     ยิ้มหนึ่งคือความสบายใจที่ได้รับการให้อภัยพร้อมกับลืมความทรงจำที่หลงเชื่อออกไปกับอีกรอยยิ้มที่ปลื้มปีติกับความทรงจำดี ๆ ที่ประทับอยู่ในจิตใจ

     รอยยิ้มที่เห็นไม่ต่างกันแต่ใช่ว่าจะเหมือนกัน
......

     ๑๐.๓๐ รถเข็นคันหนึ่งถูกเข็นมาจอดข้างรถหลวงพ่อหลังเสร็จพิธีบุญช่วงสายอาม่าสูงวัยที่นั่งในรถเข็นนำทีมพาลูกหลานมากราบหลวงพ่อ

      อาม่าพาทุกคนในครอบครัวมาปฏิบัติธรรมและร่วมงานบุญตั้งแต่ยังแข็งแรงเดินเหินได้คล่องจนมาถึงวัยที่ต้องนั่งรถเข็น

     ทุกครั้งที่ได้พบกัน หลวงพ่อจะถามว่า"อาม่าเห็นองค์พระในตัวชัดไหม? แล้วองค์พระโตใหญ่เท่าไหน?"อาม่าจะตอบพร้อมยกมือกางแขนออกไปจนสุดทั้งซ้ายขวา เห็นองค์พระชัดมาก และโตใหญ่มาก ๆแล้วอาม่าและลูกหลานก็ส่งหลวงพ่อขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ

     ความทรงจำของผมแทรกซึมเข้ามาปรากฏอีกครั้งผมนึกถึงรถเข็นอีกคันหนึ่งของผู้นำบุญที่เป็นเครือญาติกันพาคุณแม่วัยใกล้เคียงกับอาม่ามาทำบุญที่วัด การดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ความทรงจำเริ่มเสื่อม หลง ๆ ลืม ๆ นั่งรถเข็นมาร่วมงานบุญนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

      แต่ถึงลำบากอย่างไรด้วยความกตัญญูที่อยากตอบแทนให้คุณแม่ได้เก็บบุญในช่วงสุดท้ายของชีวิตให้มากที่สุด เธอก็พยายามทำผมมองไม่เห็นความเหนื่อยอ่อนในแววตาคู่นั้น แต่กลับจดจำความตั้งใจในแววตาได้อย่างชัดเจน ระหว่างที่รถแล่นออกมา เมื่อหันหลังกลับไปมอง ภาพอาม่านั่งในรถเข็นเห็นองค์พระใหญ่โตยังติดตา และถูกบันทึกเข้าไปอยู่ในความทรงจำ

    เรื่องของความทรงจำ บางคนเกี่ยวเก็บไว้ได้นานเท่านานแต่สำหรับบางคนสิ่งที่เคยทำไว้ในอดีตกลับจำไม่ได้เมื่อสังขารเริ่มเสื่อมเราทุกคนอยู่ได้ด้วยความทรงจำของเราเองเราไม่รู้ว่าภาพความทรงจำใดจะเลือนหาย ภาพใดจะยังคงเหลืออยู่เมื่อถึงวัยที่ต้องนั่งในรถเข็นทางเลือกที่ไม่ประมาทคือ สั่งสมแต่ภาพดี ๆ ไว้ให้มากที่สุดหากความทรงจำเลือนหายไปเกือบหมดภาพที่ยังเหลืออยู่ย่อมเป็นภาพที่ทำให้ปลื้มปีติใจ
.....

        ๒๓.๕๙  ผมมองตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาแล้วพบว่า มีตัวเลขที่เป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดและจุดทั้งสองนี้ทับซ้อนจนมองเห็นเป็นจุดเดียวกัน

        เวลา ๐๐.๐๐ คือเวลาอะไร?คือเวลาเริ่มต้นหรือเวลาสิ้นสุด

     หรือว่าคือความว่าง หรือคือการรีเซ็ตกาลเวลาทั้งหมดใหม่ว่า นับจากนี้ไปได้เวลาเริ่มต้นกันใหม่หรือว่าคือการหมุนเวียนไปของความคิด ที่มีความทรงจำเป็นตัวแทนของกาลเวลาหรือว่าคือกฎของนาฬิกา

   ตลอดปีที่ผ่านมามีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายผมเลือกเรื่องราวของผู้คนที่ได้พบเจอเก็บไว้ในความทรงจำเก็บเรื่องราวความน่ารักของเด็กน้อยเก็บความตั้งใจมุ่งมั่นของผู้ใหญ่เก็บเป้าหมายปลายทางของผู้เฒ่าวัยชราเพื่อตอกย้ำเตือนตัวเองว่า เราเกิดมาทำไม?

      บางทีเราควรรีเซ็ตตัวเองใหม่ลบลืมสิ่งที่ไม่เพิ่มรอยยิ้มปลื้มปีติในหัวใจออกไปจากความทรงจำแล้วเลือกเก็บเกี่ยวความปลื้มปีติในความดีที่ทำให้ประทับอยู่เสมอ

      การมองเป้าหมายที่ชัดเจนและทำเป้าหมายให้เป็นจริงขึ้นไปเรื่อย ๆคือการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีที่สุด

      ก่อนที่เวลาของวันนี้จะสิ้นสุดลงคำพูดของหลวงพ่อคำหนึ่งที่ท่านได้พูดกับผมคือความทรงจำที่ประทับใจที่สุด"ยังมีเรี่ยวมีแรงอยู่ จะทำอะไรให้รีบทำ"
......

      ๐๐.๐๐  อย่าลืมรีเซ็ตตัวเองใหม่ทุกวันสวัสดีปีใหม่ครับ!
...............................

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร