วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ วิธีพัฒนาคุณธรรม ของลูกผ่านการกราบเท้าพ่อแม่ก่อนเข้านอน

 

 

 

    สังคมไทยสมัยก่อน มักจะสอนให้ลูกกราบเท้า พ่อแม่ก่อนเข้านอน สิ่งนี้จะพัฒนาคุณธรรมในตัวเด็กได้อย่างไร และถ้าคนในยุคนี้จะทำบ้าง ควรเริ่มต้นอย่างไรเจ้าคะ ?

 

  คุณโยมถามได้ถูกจังหวะทีเดียว เพราะว่าปัจจุบันประเพณีอันดีงาม ของปู่ย่าตาทวดในเรื่องนี้ กำลังจะหายไปจากแผ่นดินไทยของเรา ซึ่งถ้าปล่อยให้หายไปเมื่อใด การถ่ายทอดคุณธรรม จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ก็คงจะหมดไปด้วย

             ปัญหาต่างๆ ที่มีให้เห็นอยู่เป็นประจำ เช่น วัยรุ่นยกพวกตีกัน วัยรุ่นเสพยาเสพติด เป็นต้น สาเหตุเบื้องต้นก็มาจากการที่เด็กเหล่านั้น ไม่ได้รับการสอนให้กราบเท้าคุณพ่อคุณแม่ก่อนนอนนั่นเอง

             กุศโลบายถ่ายทอดนิสัย

             เรื่องสอนให้ลูกกราบเท้าคุณพ่อคุณแม่ก่อนนอนนี้ เป็นหลักการ หรือว่าเป็นกุศโลบายในการถ่ายทอดนิสัยอันดีงามที่คุณพ่อคุณแม่ได้ฝึกฝนมาตลอดชีวิต ไปสู่ลูกหลานของตัวเอง เพราะว่าความดีที่จะเกิดขึ้น ได้ในตัวของคนทุกคนนั้น เป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝังให้กันและกัน จะรอให้เกิดขึ้นมาเองนั้นไม่ได้ เหมือนชาวนาต้องลงมือปลูกข้าว ถ้าไม่ปลูกต้นข้าวในนา ก็ไม่สามารถที่จะงอกขึ้นมาเองได้

             ปู่ย่าตาทวดของเรามองในเรื่องเหล่านี้ออก ท่านจึงมีกุศโลบายโดยสอนให้ลูกหลาน มากราบเท้าท่านก่อนเข้านอน  

             ประโยชน์จากการที่ลูกกราบเท้าพ่อแม่ก่อนเข้านอน

             การที่ลูกคลานเข้าไปหาคุณพ่อคุณแม่ แล้วกราบงามๆ นั้น ไม่ได้เป็นการบังคับจิตใจลูกเลย แต่ว่ากลับก่อให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาอย่างมากมาย คือ

             ๑ . พ่อแม่ลูกมีโอกาสได้ใกล้ชิดกัน ทำให้ได้พูดคุย ได้ทำความเข้าใจกัน และเมื่อทำเป็นประจำทุกคืน ลูกๆ จะเกิดความซาบซึ้งถึงความปรารถนาดี ที่คุณพ่อคุณแม่มีต่อตน

             ๒ . คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นพฤติกรรมของลูก ตามธรรมดาใจของเด็กสะอาดเหมือน กับผ้าขาว เพราะฉะนั้นเวลาไปทำอะไรผิดมาในครั้งแรกๆ แกจะรู้ตัวว่าทำผิด และจะมีพิรุธกลับมาให้คุณพ่อคุณแม่เห็น

             แต่ว่าถ้าปล่อยให้แกทำผิดซ้ำๆ กันเกิน ๓ ครั้ง แกจะถือว่าสิ่งที่ทำไปนั้นเป็นเรื่องปกติ และจะไม่มีพิรุธกลับมาให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นอีก คุณพ่อคุณแม่จึงไม่รู้เลยว่า ลูกของตนไปทำอะไรผิดพลาดมาบ้าง ในที่สุดแม้ลูกติดยาเสพติด หรือว่าไปเกะกะเกเรมาอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้ เพราะแกไม่มีพิรุธอะไรกลับมาให้เห็น

             เพราะฉะนั้น การที่คุณพ่อคุณแม่สอนให้ลูกกราบเท้าก่อนเข้านอน นอกจากจะทำให้ได้ใกล้ชิดกันแล้ว ยังมีโอกาสตักเตือนลูกในตอนที่แกทำผิดพลาดครั้งแรกๆ และมีโอกาสแก้ไขได้ทันท่วงทีอีกด้วย

             ๓. คุณพ่อคุณแม่มีโอกาสเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ลูกฟัง เช่น สถานการณ์ของบ้านเมือง ตอนนี้เป็นอย่างไร ลูกจะได้มีหูตาที่กว้างไกล หรือว่าสถานการณ์ของครอบครัว ตอนนี้มีสถานะทางการเงินเป็นอย่างไร ยิ่งกว่านั้น คุณพ่อคุณแม่มีแนวทางที่จะปูพื้นฐานเส้นทางชีวิตให้กับลูกอย่างไรในอนาคต ก็จะเล่าให้ลูกฟังกันตอนนี้แหละ

             ๔ . คุณพ่อคุณแม่มีโอกาสอบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นคนดี โดยใช้วิธีง่ายๆ คือ เล่าถึงความดีที่พ่อแม่ทำในแต่ละวันให้ลูกฟัง ลูกๆ ก็จะซึมซับความดีเหล่านั้นเข้าไปในใจ จนกระทั่งทำให้รู้ว่า ดี ชั่ว ถูก ผิด และบุญ บาปเป็นอย่างไร

             ในยุคนี้มีคุณพ่อคุณแม่จำนวนมากที่มักจะหวังว่า ลูกของเราเมื่อโตขึ้นมาคงจะเป็นคนดี เพราะว่าคุณครูที่โรงเรียนได้อบรมสั่งสอนให้แล้ว หรือว่าเราให้ความรักต่อลูกมากพอแล้ว เช่น ตุ๊กตาตัวโตๆ ก็ซื้อให้เล่น อยากกินขนมอะไรก็ไปหาซื้อมาให้ เป็นต้น ก็คิดว่า ลูกของเราจะต้องเป็นคนดีแน่นอน แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น กลับกลายเป็นว่าได้ลูกที่มีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองมา ๑ คน

             ถ้าวันนี้คุณพ่อคุณแม่กลับมาใช้วิธีสอนให้ลูกกราบเท้าก่อนนอนทุกคืน แล้วถ่ายทอดความรู้และความดีที่ตนทำมาในแต่ละวันด้วยการเล่าให้ฟังว่า ขณะที่ทำงานในวันนี้ พ่อแม่มีวิธีตัดสินใจที่จะทำ หรือไม่ทำงานนั้นๆ อย่างไร พ่อแม่ทำอย่างไรงานถึงได้ออกมาดี ซึ่งก็คือการถ่ายทอดความรู้ ในเรื่องการประกอบอาชีพให้ลูกนั่นเอง

             หรือเล่าให้ฟังว่า วันนี้แม่ไปทำบุญ ไปปล่อยสัตว์ปล่อยปลามา วันนี้เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา แม่จึงตั้งใจรักษาศีลเป็นพิเศษ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

             ลูกก็จะเห็นภาพของชีวิตในวันข้างหน้า อีกทั้งได้รับความรู้และความดีจากประสบการณ์ของพ่อแม่อยู่ในตัวอย่างพร้อมสรรพอีกด้วย กลายเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาประจำตัวลูกที่พ่อแม่มอบให้แก่เขาทุกคืนไม่ได้ขาด และเป็นแนวทางการเผชิญโลกและชีวิตด้วยความดีอย่างตลอดฝั่งในวันข้างหน้า

             สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความดีที่ควรนำมาเล่าให้ลูกๆ ฟัง เพราะถือว่าเป็นอริยทรัพย์ คือทรัพย์อันประเสริฐ ที่ใช้เท่าไรก็ไม่หมด ย่อมดีกว่าสมบัติพันล้าน หมื่นล้านที่พ่อแม่หาสะสมไว้ให้ แต่ลูกแยกไม่ออกว่า อะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไรผิด แล้วก็เอาสมบัติเหล่านั้น ไปมั่วสุมในอบายมุขจนหมด

             วิธีปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสมบูรณ์

             การสอนให้ลูกกราบพ่อแม่ก่อนเข้านอนนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติ คือ

             ๑. เป็นต้นแบบทางศีลธรรมให้ลูกดู ถ้าคุณพ่อยังชอบดื่มเหล้า ส่วนคุณแม่ก็ชอบเล่นไพ่ แล้วเรียกให้ลูกเข้าไปกราบ อย่างนี้ลูกคงจะกราบไม่ไหวเหมือนกัน

             ๒. สอนให้กราบเท้าพ่อแม่ ตั้งแต่ตอนเด็กๆ ไม่ต้องรอจนโตขึ้นมาก่อน เดี๋ยวแกไม่อยากเข้าใกล้คุณพ่อคุณแม่ แต่กลับไปติดเพื่อนแทน แล้วจะไปโทษว่าลูกดื้อไม่ได้

             ๓. สอนให้กราบเท้าพ่อแม่ เป็นประจำทุกคืน พ่อแม่ต้องสอนให้ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ ไม่ใช่ว่าวันไหนอารมณ์ดีก็เรียกลูกให้เข้ามากราบ วันไหนอารมณ์ไม่ดีก็ไล่ให้ไปพ้นๆ อย่าเข้ามาใกล้

             หากทำได้อย่างนี้ หิริโอตตัปปะ หรือว่าความอายบาป กลัวบาป จะเกิดขึ้นกับลูกของเรา ทำให้ไม่กล้าทำความชั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลัวว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้เข้าจะเสียใจ เช่น เวลาจะทำความชั่วครั้งใด หน้าแม่ก็ลอยขึ้นมา หน้าพ่อก็ลอยขึ้นมา “ ลูกเอ๊ย ไม่รักพ่อรักแม่แล้วหรือ” แค่นี้ก็จะกลายเป็นยันต์สำหรับปิดนรกให้ลูกแล้ว

              การฟื้นฟูประเพณีลูกกราบเท้าพ่อแม่ก่อนเข้านอน

           การสอนลูกให้มากราบเท้าพ่อแม่ก่อนเข้านอนทุกคืน มีผลดีต่ออนาคตของลูกถึงขนาดนี้ ปู่ย่าตายายท่านจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก แต่ว่าคนในยุคปัจจุบัน กำลังจะลืมเลือนไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะฟื้นฟูประเพณีอันดีงามนี้ให้กลับมาอีก

           ๑. คุณพ่อคุณแม่ต้องเพาะนิสัยตัวเองเสียใหม่ คือคุณพ่อคุณแม่ที่ชอบดูหนัง ดูละคร จนกระทั่งหลับไปต่อหน้าโทรทัศน์ ก็เลิกเสียที หัดนอนแต่หัวค่ำ จะได้ตื่นตั้งแต่เช้ามืด เป็นตัวอย่างให้ลูกดู สิ่งที่สำคัญก็คือคุณพ่อคุณแม่จะได้มีเวลาพาลูกๆ ไหว้พระ สวดมนต์ พอสวดมนต์เสร็จก็ให้พร แล้วเล่าเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งคุณแม่คุณพ่อได้ประกอบคุณงามความดีเอาไว้ให้ลูกฟัง

           ๒. อย่าทำโทษลูกในขณะนั้น หากรู้ว่าลูกไปทำผิดอะไรมา ถ้าไม่รุนแรงนัก แค่ว่ากล่าวตักเตือนกันบ้างก็ทำได้ แต่ถ้าหนักหนาสาหัสจนถึงขั้นต้องลงโทษกัน อย่าทำในขณะนั้นเป็นอันขาด เอาไว้ค่อยพิพากษากันในวันต่อไปก็ได้ เมื่อพ่อแม่ทำอย่างนี้ ลูกจะเกิดความอุ่นใจ ต่อไปในภายภาคหน้า ไม่ว่าไปทำผิดทำพลาดอะไร เขาก็กล้าที่จะมาสารภาพกับคุณพ่อคุณแม่

           เพราะฉะนั้น ถ้าผู้ที่เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นครูบาอาจารย์ ตลอดจนกระทั่งผู้บริหารบ้านเมือง สามารถฟื้นฟูประเพณีสอนให้เด็กกราบเท้าพ่อแม่ก่อนเข้านอนกลับมาได้ รับรองว่าปัญหา เรื่องวัยรุ่นชายยกพวกตีกัน หรือว่าวัยรุ่นหญิงแอบไปทำแท้ง จะไม่มีเกิดขึ้นอีก จะมีแต่เด็กๆ ประเภทที่เป็นลูกแก้วเท่านั้น คุณพ่อคุณแม่เองก็จะได้ตายตาหลับ เพราะลูกแก้วจะรักษาประเทศชาติ พระพุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ไว้คู่บ้านคู่แผ่นดินตลอดไป

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ 40 กุมภาพันธ์ ปี 2549

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร