วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ วันคุ้มครองโลก กับการคุ้มครองที่แท้จริง

 

 

เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระภาวนาวิริยคุณ (หลวงพ่อทัตตชีโว)

          การจัดงานในวันที่ ๒๒ เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคุ้มครองโลก ต้องถือว่าเป็นวาระพิเศษของชาวโลกในยุคนี้จริงๆ เพราะวัตถุประสงค์ของการจัดงานคือ เพื่อเตือนสำนึกและส่งเสริมให้ชาวโลกได้ตระหนักว่า ถึงแม้การคุ้มครองโลกจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าวิธีการที่จะนำมาใช้ในการคุ้มครองโลกให้สงบสุขนั้น จะต้องทำอย่างถูกวิธีด้วย มิฉะนั้น แม้จะมีความปรารถนาดี หรือว่ามีหลักการดีอย่างไร ก็ไม่สามารถจะคุ้มครองโลกให้เกิดความสงบสุขได้
ความหมายของคำว่า "คุ้มครองโลก"

          คำว่า "โลก" ที่พวกเราพูดกันจนชินปากอยู่ทุกวัน โดยไม่ได้เฉลียวใจคิดเลยว่า ความจริงแล้วคำว่า "โลก" มีความหมายอย่างน้อยถึง ๓ ประการด้วยกัน คือ
          ๑. โลก หมายถึง สถานที่ ที่เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ทุกคน หรือหมายถึง ผืนแผ่นดินที่ประกอบด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ และท้องฟ้าที่เรามองเห็น 
โลกในความหมายแรกนี้เป็นโลกในลักษณะที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่มีใครไปปรุงแต่ง ไม่มีใครเสกขึ้นมา การคุ้มครองโลกในความหมายนี้ จึงหมายถึงการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ไม่ให้ถูกทำลาย

          ๒. โลก หมายถึง สรรพสัตว์ทั้งหลาย หรือที่ท่านใช้คำว่า "สัตวโลก" โดยขั้นต้นหมายถึงมนุษย์ทุกคนที่อาศัยอยู่ในโลกนี้ รวมไปจนกระทั่งถึง เสือ ช้าง กวาง เก้ง หมู แมว เป็ด ไก่ และแมลงทั้งหลาย ที่เรามองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในทางศาสนา แม้แต่ผีสางนางไม้และเหล่าเทวดาทั้งหลาย ก็ถือว่าเป็นสัตวโลกด้วยเช่นกัน
          การคุ้มครองโลกในความหมายที่ ๒ จึงหมายถึงการคุ้มครองทุกๆ ชีวิตที่อาศัยอยู่ในโลกนี้ ให้ได้อยู่เป็นสุขกันพอสมควร

 

 

     ๓. โลก หมายถึง ความคิด ความนิยมที่แพร่สะพัดกันไปทั้งโลก ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กระแสความคิดของมนุษย์ 
          ยกตัวอย่าง บางยุค บางสมัย มีพวกฮิปปี้เต็มบ้านเต็มเมือง เนื่องจากเป็นกระแสความคิดที่ว่า การปล่อยตัวตามสบาย ไม่ว่าจะผิด จะถูกอย่างไร จะทำให้ใครเดือดร้อนหรือไม่ก็ตาม ขอให้ตัวเองสบายเท่านั้น ก็เพียงพอแล้ว หรือบางยุค บางสมัย มีกลุ่มบุคคลที่มีความคิดจะครองโลก ด้วยอำนาจทางทหารบ้าง อำนาจทางการเมืองบ้าง อำนาจทางเศรษฐกิจบ้าง โดยไม่ได้คำนึงว่า จะทำให้ใครเดือดร้อนหรือไม่

          เพราะฉะนั้น การคุ้มครองโลกในระดับนี้ จึงหมายถึงการควบคุมกระแสความคิดของมนุษย์ ที่จะไม่ทำให้ คน สัตว์ และสภาพสิ่งแวดล้อมของโลก เกิดความเดือดร้อนเสียหาย
        
ความสำคัญของวันคุ้มครองโลก

          วันคุ้มครองโลกที่สหประชาชาติกำหนดขึ้นมาในปัจจุบัน ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๒ เมษายนของทุกๆ ปีนั้น เนื่องจากในอดีตมนุษย์มีความพยายามที่จะคุ้มครองโลก ด้วยการตั้งองค์กรต่างๆ ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะคุ้มครองอยู่ ๒ ประเด็นใหญ่ๆ คือ

          ๑. คุ้มครองชาวโลก ไม่ให้ก่อสงคราม ไม่ให้ทำร้ายล้างผลาญกัน ยกตัวอย่าง หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ ได้เกิดองค์กรสันนิบาตโลกขึ้นมา แต่ว่าก็ไม่สามารถที่จะคุ้มครองโลกได้ เพราะต่อมาไม่นานก็มีสงครามโลกครั้งที่ ๒ เกิดขึ้นมาอีก

          หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ก็เลยตั้งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกขึ้นมา ด้วยหวังว่าจะคุ้มครองโลกให้เกิดความสงบสุข แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ยังมีสงครามต่าง ๆ เกิดตามมาอีกเป็นระยะๆ

 

 

      ๒. คุ้มครองสภาพสิ่งแวดล้อม อีกสิ่งหนึ่งที่มนุษย์มีความพยายามจะคุ้มครองก็คือ สภาพสิ่งแวดล้อม โดยตั้งองค์กรและมูลนิธิต่างๆ ขึ้นมาดูแล แต่ว่าก็ไม่ประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน

     เพราะฉะนั้น จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า องค์กรและมูลนิธิต่างๆ ที่มนุษย์จัดตั้งขึ้นมานั้น แม้จะใช้มาตรการของคนทั้งโลกมาควบคุม ด้วยการส่งตัวแทนมาร่วมประชุม มาช่วยกันแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา แต่ว่าก็ไม่สามารถคุ้มครองโลกได้สำเร็จสักที
          
การคุ้มครองโลกที่แท้จริง

     ในฐานะที่เป็นชาวพุทธ เป็นลูกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และอยากจะเห็นความสงบสุขของโลก เหมือนกับที่มนุษย์ทุกคนในโลกหวัง หลวงพ่อจึงได้ไปศึกษาค้นคว้าดูว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าอย่างไร ในเรื่องการคุ้มครองโลก

         พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ชัดเจนว่า การที่จะคุ้มครองโลกได้ มีอยู่ทางเดียว คือต้องควบคุมความคิดร้ายๆ ของคนในโลกให้ได้ ถ้าควบคุมความคิดร้ายๆ ของคนในโลกนี้ไม่ได้ อย่าหวังเลยว่า จะคุ้มครองโลกให้อยู่เย็นเป็นสุข เพราะที่โลกต้องพบกับความเดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ ก็เนื่องมาจากความคิดร้ายๆ ของคนเราทั้งสิ้น เช่น คิดร้ายต่อกันบ้าง คิดทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติบ้าง เป็นต้น

 

 

       แต่การที่จะไปควบคุมความคิดของคนทั้งโลก ในทุกสิ่งทุกประการนั้น คงทำไม่ได้ คงทำได้แค่ควบคุมไม่ให้เกิดความคิดร้ายๆ ที่เรียกว่า ความคิดเห็นผิดเป็นชอบทั้งหลาย อย่างเช่นความเข้าใจผิดที่ว่า "ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป" 

          การคุ้มครองโลก จึงต้องควบคุมความเข้าใจผิดเหล่านี้ ให้ได้เสียก่อน ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวจะเกิดความคิดร้ายๆ อย่างอื่นตามมาอีกมากมาย แล้วโลกของเราจะเกิดความสงบสุขได้อย่างไร

          สำหรับวิธีที่จะควบคุมชาวโลก ให้เลิกมีความคิดผิดๆ ก็คือ ต้องสอนให้คนเหล่านั้น เกิดความเข้าใจถูกในเรื่องบุญ เรื่องบาป ให้ได้เสียก่อน เมื่อเขามีความเข้าใจถูกในเรื่องบุญ เรื่องบาปแล้ว จึงค่อยมาฝึกควบคุมความคิดให้ถูกต้อง คือ "อย่าไปคิดในเรื่องที่เป็นบาปเลย หันหน้ามาคิดในเรื่องที่เป็นบุญกันดีกว่า" หรือว่า "อย่าไปคิดในเรื่องชั่วๆ เลย หันมาคิดแต่เรื่องที่ดีๆ กันเถอะ" 

          จากนั้นก็ปลูกฝังให้เกิดความคิดขึ้นมาอีกว่า ผู้ที่ชอบคิดเรื่องชั่วๆ นั้น ช่างน่าอายเสียเหลือเกิน ยิ่งถ้าใครพูดชั่ว ทำชั่วเข้าไปด้วยละก็ ยิ่งน่ากลัวหนักขึ้นไปอีก ถ้าหากทุกคนช่วยกันคุ้มครองความคิดของตัวเองให้ดีอย่างนี้ โลกจึงจะมีโอกาสสงบสุข หรือว่าได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง

ธรรมะสำหรับคุ้มครองโลก

           การที่ใครคนใดคนหนึ่ง สามารถคุ้มครองใจของตัวเองไม่ให้คิดชั่ว พูดชั่ว และทำชั่วได้นี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเรียกว่า มีความอายบาป กลัวบาป ภาษาพระใช้คำว่า "มีหิริโอตตัปปะ" เมื่อเป็นอย่างนี้มนุษย์ทุกคนก็เลยมีหน้าที่ติดตัวมา ๒ ประการ คือ

 

 

           ๑. ต้องทำความเข้าใจเรื่องความอายบาป กลัวบาปกันให้ดี

          ๒. ต้องเผยแพร่ความรู้เรื่องความอายบาป กลัวบาป ให้คนทั้งโลกได้รู้ เข้าใจ แล้วฝึกให้เกิดขึ้นในตัวเองให้ได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ผู้ใดจะปฏิบัติได้สมบูรณ์ทั้ง ๒ ประการ เพราะนอกจากจะต้องฝึกหัดขัดเกลาตัวเองอย่างดีแล้ว เขายังต้องฝึกสอน ฝึกเทศน์ ฝึกอบรมชาวโลก ให้รู้ตามไปด้วย และผู้ที่จะสามารถฝึกฝนตนเองได้ดีอย่างนี้ ก็คงไม่มีใครเกินพระภิกษุกับสามเณร

          เพราะฉะนั้น การที่พวกเราได้ร่วมกันสนับสนุนพระภิกษุสามเณร ให้ได้รับความสะดวกสบายในเรื่องปัจจัย ๔ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการฝึกหัดขัดเกลาตัวเอง มีเวลาศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เต็มที่ แล้วท่านก็นำความรู้ที่ได้ไปอบรมสั่งสอนชาวโลก ให้มีหิริโอตตัปปะ ให้รู้จักคุ้มครองตัวเอง ก็ต้องถือว่าเป็นขั้นตอนหนึ่ง ในการที่จะคุ้มครองโลกให้อยู่เย็นเป็นสุขต่อไป

          ยิ่งกว่านั้นยังเป็นบุญกุศลติดตัวพวกเราไปในเบื้องหน้า ไม่ว่าจะเกิดอีกกี่ภพ กี่ชาติ ย่อมได้เกิดในยุคที่มนุษย์ทุกคนในโลก มีความตั้งใจที่จะคุ้มครองโลก ทั้งโลกที่เป็นกระแสความคิด โลกที่เป็นหมู่สัตว์ และโลกที่เป็นผืนแผ่นดิน ให้อยู่เย็นเป็นสุข แล้วพวกเราก็จะสร้างบารมีได้อย่างเต็มที่ เต็มอิ่ม เต็มใจ ตลอดไป
          เพราะฉะนั้น วันคุ้มครองโลกที่ ๒๒ เมษายนในปีนี้ ขอเชิญทุกท่าน มาสร้างบุญ สร้างกุศล โดยพร้อมเพียงกันด้วยนะ

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ 42 เมษายน ปี 2549

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร