วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ มาฆบูชา นานาชาติ ประกาศธรรม


ทบทวนบุญ
เรื่อง : พระสมศักดิ์ จนฺทสีโล

 

มาฆบูชา นานาชาติ ประกาศธรรม

 

มาฆบูชา
นานาชาติ ประกาศธรรม

 

    ความเป็นศาสนาสากลของโลกและจักรวาลของพระพุทธศาสนา เป็นที่ประจักษ์อย่างยิ่ง เพราะเมื่อวันมาฆบูชาที่ผ่านมา ณ วัดพระธรรมกาย นอกจากจะมีสาธุชนผู้ใจบุญจากทั่วประเทศหลั่งไหลกันไปร่วมงานแล้ว ยังมีชาวต่างประเทศหลายชาติหลายศาสนาไปร่วมพิธีจุดมาฆประทีปกันอย่างมากมาย สร้างความปลื้มปีติแก่ทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง แม้จนถึงวันนี้ ภาพแห่งความทรงจำยังคงปรากฏอยู่ในดวงใจ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจที่จะช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อสืบสานมโนปณิธานของมหา-ปูชนียาจารย์ ที่ก่อตั้งวัดพระธรรมกายเมื่อ ๔๔ ปี ที่ผ่านมา โดยมุ่งหมายให้บุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมของชาวโลกทั้งหลายทั้งในปัจจุบันจนถึงอนาคตอันยาวนาน

 

วันมาฆบูชา วันแห่งความรักสากล

 

วันมาฆบูชา วันแห่งความรักสากล

 

    วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก และความปรารถนาดีต่อชาวโลก เพราะเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเป็นหลักการ อุดมการณ์ ตลอดจนวิธีการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อทำหน้าที่กัลยาณมิตร นำสันติสุขอันเกิดจากพระธรรมคำสอนอันประเสริฐไปสู่มวลมนุษยชาติ ดังนั้นในวันศุกร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา วัดพระธรรมกายจึงจัดพิธีสำคัญขึ้นหลายพิธี คือ พิธีตักบาตร,พิธีบูชาข้าวพระ, พิธีมอบโล่พระราชทานฯ ทางก้าวหน้า ครั้งที่ ๓๒, พิธีมอบโล่วัชรเกียรติยศโครงการสอบตอบปัญหาศีลธรรมเพื่อสันติภาพโลก (World-PEC)ครั้งที่ ๘, พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแด่ พระเทพญาณมหามุนี จากมหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์, พิธีมอบรางวัลผู้นำพุทธโลกจากองค์การยุวพุทธศาสนิก-สัมพันธ์แห่งโลก (ยพสล.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, พิธีเวียนประทักษิณ และพิธีจุดมาฆประทีป ณ ลานธรรม รอบมหาธรรมกายเจดีย์

 

วันแห่งทาน ศีล ภาวนา สั่งสมบุญบารมีวันแห่งทาน ศีล ภาวนา สั่งสมบุญบารมี

 

วันแห่งทาน ศีล ภาวนา สั่งสมบุญบารมี

 

    รับอรุณรุ่งของวันมาฆบูชา มีการประกอบพิธีตักบาตรแด่คณะสงฆ์นับพันรูป โดยมีสาธุชนทั้งในและต่างประเทศร่วมพิธีอย่างเนืองแน่นขณะที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างใสภาพอันงดงามของพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายที่แปรแถวบิณฑบาตด้วยความสงบสำรวมท่ามกลาบรรยากาศอันสดชื่นยามเช้าทำให้ดวงใจของทุกคนในบริเวณลานธรรมล้วนอิ่มเอิบ แช่มชื่น ประกายตาบ่งบอกถึงความผุดผ่องภายใน และเมื่อคณะพระภิกษุสงฆ์ก้าวสู่บริเวณที่นั่งของพุทธศาสนิกชนแล้วสองมือของผู้มีบุญทั้งหลายต่างหยิบข้าวสารอาหารแห้งใส่บาตรด้วยความอ่อนน้อม สื่อถึงใจที่เปี่ยมด้วยศรัทธาเมื่อเสร็จสิ้นพิธีตักบาตรแล้ว สาธุชนผู้มีบุญพากันเดินทางไปพร้อมเพรียงกัน ณ สภาธรรมกายสากล เพื่อร่วมกันประกอบพิธีบูชาข้าวพระ 

 

ทางก้าวหน้าด้วยธรรมะ...ก้าวไกลสู่นานาชาติ

 

ทางก้าวหน้าด้วยธรรมะ...ก้าวไกลสู่นานาชาติ

 

        นับตั้งแต่เริ่มขุดดินก้อนแรกสร้าง วัดพระธรรมกาย เมื่อวันมาฆบูชาปีพุทธศักราช ๒๕๑๓ เป็นต้นมา วัดพระธรรมกายโดยการนำของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ก็มีโครงการเผยแผ่ธรรมะหลายโครงการ หลายพื้นที่ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในวันมาฆบูชาปีนี้ มีกิจกรรมหลายกิจกรรมที่ยืนยันให้เห็นว่างานเผยแผ่พระศาสนาของวัดพระธรรมกายได้รับความสนใจจากผู้คนทุกเพศทุกวัยดังเห็นได้จากจำนวนผู้ร่วมโครงการและผู้เข้าร่วมพิธีกรรมดังต่อไปนี้ คือ พิธีมอบโล่พระราชทานฯ ทางก้าวหน้า และพิธีมอบโล่วัชรเกียรติยศ โดยมีท่านผู้มีเกียรติและผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งในและต่างประเทศไปร่วมพิธีอย่างสมเกียรติ และมีพระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว) เป็นประธานในพิธี 

 

ทางก้าวหน้าด้วยธรรมะ...ก้าวไกลสู่นานาชาติ



    ในโอกาสนี้ ผู้แทนสาธุชนผู้มีบุญ คือ ดร.กฤษฎา จ่างใจมนต์ เป็นผู้กล่าวรายงานที่มาของพิธีมอบโล่พระราชทานฯ ทางก้าวหน้า ครั้งที่ ๓๒ และพิธีมอบโล่วัชรเกียรติยศ World-PEC ครั้งที่ ๘ ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่า  

 

    “...โครงการสอบตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า เป็นกิจกรรมที่พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ได้ดำริให้กระทำมาต่อเนื่องจนปัจจุบันเป็นปีที่ ๓๒ แล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อให้เยาวชนทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา รวมทั้งสถาบันการศึกษาตำรวจและทหาร รวม ๔ เหล่าทัพ ตลอดจนถึงระดับครูอาจารย์ ได้มีโอกาสศึกษาและวัดผลความรู้ความเข้าใจในธรรมะ ที่จะสามารถนำมาใช้ให้เกิดความก้าวหน้าในชีวิต จนปัจจุบันมีเยาวชนสนใจเข้าร่วมสอบตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า จำนวน ๖,๐๑๕,๖๔๗ คน จาก ๑๙,๘๗๗ โรงเรียนทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีการ ขยายธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกไปสู่ผู้สนใจในระดับประชาชนและเยาวชนนานาชาติในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยพระเดชพระคุณ-พระเทพญาณมหามุนีได้สถาปนาโครงการสอบตอบปัญหาศีลธรรมเพื่อสันติภาพโลก World Peace Ethics Contest (World-PEC) ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ จนกระทั่งในปีนี้นับเป็นครั้งที่ ๘ ซึ่งมีผู้สนใจสมัครเข้าสอบระดับเยาวชนนานาชาติทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทั่วโลก ๕๗,๑๔๖ คน ทั้งนี้โครงการสอบตอบปัญหาธรรมะ     ทางก้าวหน้าและโครงการสอบตอบปัญหาศีลธรรมเพื่อสันติภาพโลกประสบความสำเร็จลุล่วงมาด้วยดี เนื่องจากได้รับความอนุเคราะห์ ช่วยเหลือ สนับสนุน จากวัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย มูลนิธิพัฒนาการศึกษาเพื่อศีลธรรม ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ชมรมส่งเสริมศีลธรรมเพื่อสันติภาพโลก ศูนย์สาขาของวัดพระ-ธรรมกายทั้งในและต่างประเทศทั่วโลกรวมทั้งวัดกัลยาณมิตรและองค์กรทางพระพุทธศาสนาในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก...”

 

ทางก้าวหน้าด้วยธรรมะ...ก้าวไกลสู่นานาชาติ

 

    เมื่อกล่าวรายงานเรียบร้อยแล้วพระราชภาวนาจารย์และแขกผู้มีเกียรติ   ชาวต่างประเทศมอบโล่พระราชทานฯ ทางก้าวหน้า โล่รางวัลทางก้าวหน้าและโล่วัชรเกียรติยศ พร้อมทั้งร่วมบันทึกภาพและรับฟังโอวาทจากพระราชภาวนาจารย์

 

รางวัล...ผลงาน...เกียรติคุณ

 

รางวัล...ผลงาน...เกียรติคุณ

 

     หลังจากเสร็จสิ้นพิธีมอบโล่พระราช-ทานฯ และโล่เกียรติยศทางก้าวหน้า และพิธีมอบโล่วัชรเกียรติยศ เป็นพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยโอทาโก 
ประเทศนิวซีแลนด์ โดยผู้แทนน้อมนำถวายคือ ศาสตราจารย์ ดร.เมอเรย์ เรย์ หัวหน้าภาควิชาเทววิทยาและศาสนา และอาจารย์อาวุโส ดร.วิลล์ สวีทแมน ผู้ประสานงานหลักสูตรพระพุทธศาสนาร่วมกับมูลนิธิ ๖๐ ปีธรรมชัยฯ
  

    ต่อจากนั้นเป็นการถวายรางวัลผู้นำพุทธโลก (World Buddhist Outstanding Leader Award) แด่พระเทพญาณมหามุนี โดยมีพระราชภาวนาจารย์เป็นผู้แทนรับมอบ และมีกรรมการบริหาร ยพสล. จาก ๑๐ ประเทศ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย มาเลเซีย อินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลาเทศ อเมริกา และผู้แทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นสักขีพยานในพิธี และมี ดร.อำนาจบัวศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้กล่าวประกาศเกียรติคุณและผลงานของพระเทพญาณมหามุนี 
  

    เมื่อพิธีถวายโล่เสร็จเรียบร้อยแล้ว     ผู้มีเกียรติทุกท่านถ่ายภาพประวัติศาสตร์  ร่วมกับพระราชภาวนาจารย์ด้วยความยินดี ต่อจากนั้นพระราชภาวนาจารย์กล่าวอนุโมทนาสาธุการในนามพระเทพญาณมหามุนี โดยมีความตอนหนึ่งว่า 
  

    “...พระเดชพระคุณพระเทพญาณ-มหามุนีมีความปีติยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะโล่เกียรติยศนี้ มีความสำคัญ ที่ถือเป็นกำลังใจให้แก่ทั้งตัวท่านเองและแก่หมู่คณะวัดพระธรรมกาย ในอันที่จะทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป และพร้อมจะร่วมมือกับทุกองค์กรนานาชาติทั่วโลก เพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาและแผ่ขยายสันติสุขอันไพบูลย์แก่ชาวโลกทั้งหลายไปสู่อนาคตให้ยิ่งยาวนานสืบไป..”

 

ลานธรรมสว่างไสว ดวงใจสงบร่มเย็น

 

ลานธรรมสว่างไสว ดวงใจสงบร่มเย็น

 

ลานธรรมสว่างไสว ดวงใจสงบร่มเย็น

 

    ภาคค่ำ เป็นการประกอบพิธีพุทธบูชามาฆประทีป จุดประทีปอันสว่างไสวเพื่อน้อมบูชาและรำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงมีพระเมตตานุภาพ ทำให้ชาวโลกทั้งหลาย แม้กระทั่งเหล่าเทวดาทั้งปวงได้รู้จักกับเส้นทางที่จะนำตนไปสู่ความพ้นทุกข์ พิธีในค่ำคืนนี้มีพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เป็นประธานสงฆ์ และในวาระสำคัญนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้นำพุทธบริษัท ณ มหาสมาคมแห่งนี้ ร่วมกันนั่งสมาธิ โดยให้กำหนดนึกถึงความสว่างภายในดวงใจ ก่อนที่จะจุดมาฆประทีปให้สว่างไสวสู่ภายนอก ทั้งนี้เพราะแสงสว่างภายในนำให้สู่ทางพ้นทุกข์ได้ และแสงสว่างภายนอกก็เป็นสิ่งตอกย้ำศรัทธา ให้คงมั่น เพื่อร่วมมือกันแผ่ขยายสันติสุข แห่งพระพุทธธรรมคำสอนไปยังมวลมนุษยชาติต่อไป 

 

ลานธรรมสว่างไสว ดวงใจสงบร่มเย็นมาฆบูชา วันสำคัญของโลก

 


มาฆบูชา วันสำคัญของโลก
โอวาทพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)

 

    วันนี้ เป็นวันมาฆบูชามหาสมาคม วันที่มีความสำคัญต่อตัวเราและชาวโลกเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าไม่มีวันนี้ก็ยากที่พระพุทธศาสนาจะแผ่ขยายกว้างไกลไปได้ทั่วโลกจุดเริ่มต้นของวันนี้เกิดขึ้นเมื่อราว ๒,๕๐๐ กว่าปีก่อน ได้มีการชุมนุมกันของพระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์ ซึ่งมาประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมายกันทางวาจา แต่ว่ารู้กันด้วยญาณทัสนะของท่าน ด้วยใจของพระอรหันต์ผู้หมดกิเลสแล้ว อีกทั้งทุกองค์ยังทรงอภิญญาและล้วนเป็นผู้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทาให้ด้วยพระองค์เอง ในวันนั้นพุทธองค์ประทานโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเป็นหลักธรรมแม่บทที่สำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อยังความเจริญรุ่งเรืองและประโยชน์สุขให้เกิดกับมวลมนุษยชาติ โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ ทำให้ชาวโลกได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตที่สมบูรณ์สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ตามแบบอย่างของท่านผู้รู้ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย

 

มาฆบูชา วันสำคัญของโลก


    
    โอวาทปาติโมกข์ที่พระพุทธองค์ประทานให้ ประกอบด้วยอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เริ่มต้นด้วยอุดมการณ์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา แปลว่า ความอดทนเป็นตบะธรรมอย่างยิ่ง หมายถึงผู้ที่จะไปทำหน้าที่เป็นแสงสว่างของโลก จะต้องมีความอดทนเป็นพื้นฐาน เริ่มตั้งแต่ต้องอดทนต่อความลำบากตรากตรำ อดทนต่อทุกขเวทนา อดทนต่อการกระทบกระทั่ง และอดทนต่อกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง ถ้าหากอดทนอดกลั้นต่อสิ่งเหล่านี้ได้ ก็จะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายไปสู่เป้าหมาย คือ อายตนนิพพานได้ เหตุที่ทรงสอนให้อดทนอย่างมีเป้าหมายเพื่อไปนิพพานนั้น เพราะพระองค์ทรงเห็นแจ้งว่า นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา ท่านผู้รู้ทั้งหลาย คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า พระนิพพานเป็นเยี่ยม คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆพระองค์ทรงเห็นพ้องต้องกันว่า สิ่งที่เยี่ยมที่สุดคือพระนิพพาน พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง ดังนั้นเมื่อได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วทุกคนจะต้องทำพระนิพพานให้แจ้ง และระหว่างที่สร้างบารมีอยู่ก็อย่าไปก่อเวรหรือเบียดเบียนใคร ดังพระพุทธดำรัสที่ว่า นะหิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี  สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต คือ บรรพชิตผู้ฆ่าสัตว์อื่น เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะผู้สงบเลย เอตัง พุทธานะ สาสะนัง นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เมื่อทรงให้อุดมการณ์แล้ว ก็ทรงให้หลักในการปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตว่า สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง คือการไม่ทำบาปทั้งปวง กุสะลัสสูปะสัมปะทา การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม สะจิตตะปะริโยทะปะนัง การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว เอตัง พุทธานะ สาสะนัง นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พูดง่าย ๆ ก็คือ ทรงสอนให้ละชั่วให้ทำแต่ความดี แล้วให้ทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส เพื่อจะได้เข้าถึงพระรัตนตรัยที่มีอยู่ภายในตัวของทุก ๆ คน เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์แล้ว ล้วนมีพระธรรมกายอยู่ในตัวทั้งสิ้น ซึ่งพระพุทธองค์ทรงมุ่งเน้นให้ทุกคนแสวงหาตัวตนที่แท้จริงภายใน เพราะสิ่งนี้เป็นที่พึ่งที่ระลึกได้อย่างแท้จริง และเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด ต่อจากนั้นก็ทรงให้วิธีการเผยแผ่ แนะนำ ถ่ายทอด เพื่อจะได้นำไปประพฤติปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีแก่ชาวโลก โดยทรงให้วิธีการตามหลักวิชชาดังต่อไปนี้ คือ อะนูปะวาโท ไม่ให้เข้าไปว่าร้ายใคร
 อะนูปะฆาโต ไม่ให้ไปทำร้ายใครและไปขู่บังคับให้ใครเขามาเชื่อเรา แต่ต้องให้เขาเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ตามเหตุตามผล จนเกิดความศรัทธาเชื่อมั่นด้วยตัวเอง ปาฏิโมกเข จะ สังวะโร ให้สำรวมในศีลและมารยาท จะได้ไม่ไปกระทบกระทั่งกับใคร และยังก่อให้เกิดความน่าเคารพเลื่อมใสอีกด้วย มัตตัญญุตา จะ ภัตตัส๎มิง ให้รู้จักประมาณในการบริโภคแต่พอดี ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง ให้อยู่ในเสนาสนะ ที่นอน ที่นั่ง อันสงบ สงัด ที่เอื้ออำนวย ต่อการประพฤติปฏิบัติธรรม และประการสุดท้าย อะธิจิตเต จะ อาโยโค ให้ประกอบความเพียรในอธิจิต คือ หมั่นเจริญสมาธิภาวนาทำใจให้หยุดให้นิ่ง ให้ใจใสใจละเอียด ให้ใจใสบริสุทธิ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เอตัง พุทธานะสาสะนัง นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย 

 

    บทโอวาทปาติโมกข์นี้มีความสำคัญมาก ไม่ว่าจะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้นกี่พระองค์แล้วก็ตาม ก็ทรงสั่งสอนอย่างนี้เหมือนกันหมด เป็นเนติแบบแผนเดียวกัน พุทธโอวาทที่กล่าวมาข้างต้นโดยสรุปนี้ เป็นสิ่งที่ตัวเราและชาวโลกจะต้องนำไปประพฤติปฏิบัติด้วยความเคารพเอื้อเฟื้อในพระธรรม เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สุขทั้งต่อตัวเราเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคม ประเทศชาติ และโลกใบนี้ โดยเฉพาะเราเป็นชาวพุทธจะต้องยึดหลักโอวาทปาติโมกข์นี้อย่างเคร่งครัด และปฏิบัติให้เหมาะสม จึงจะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่สมบูรณ์ ถ้าหากชาวโลกทุกคนได้ศึกษาความรู้สากลนี้ และได้ปฏิบัติตามโอวาท-ปาติโมกข์ โลกก็จะบังเกิดสันติสุขที่แท้จริง มวลมนุษยชาติจะปรองดองกันประดุจครอบครัวเดียวกัน จะมีความรักและปรารถนาดีต่อกันอย่างแท้จริง จะรู้จักการให้อภัย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปัน ความรักสากลที่มาพร้อมกับสันติสุขที่แท้จริงก็จะบังเกิดขึ้นในโลก 

 

    ดังนั้น วันนี้จึงเป็นวันสำคัญของโลก ถ้าหากไม่มีวันมาฆบูชา ชาวโลกก็จะไม่รู้จักวิถีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องสมบูรณ์ในการที่จะนำพาชีวิตไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงได้เลย เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงต้องมาทบทวนโอวาทปาติโมกข์และระลึกถึงหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยความเคารพ เลื่อมใส และร่วมใจกันปฏิบัติบูชาแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ทั้งหลาย เมื่อใจเราบริสุทธิ์ผ่องใส เราก็จะได้ร่วมกันจุดมาฆประทีปถวายเป็นพุทธบูชา รวมทั้งบูชาพระอรหันต์สาวกทั้งหลาย ซึ่งการบูชาด้วยประทีปแสงสว่างนี้ จะทำให้เราได้รับอานิสงส์ทั้งมังสจักษุ ทิพยจักษุ ปัญญาจักษุ สมันตจักษุ และธรรมจักษุ เราจะมีดวงตาแจ่มใสสวยงาม ไม่เป็นโรคเกี่ยวกับดวงตา จะมีรัศมีกายที่สว่างไสว อีกทั้งมีดวงปัญญาสว่างไสว สามารถรู้ทั่วถึงธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายอีกด้วย..     

 

 

 

 

 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๑๓๗ เดือนมีนาคม ๒๕๕๗

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร