วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ เจาะลึกนาทีวิกฤติ.. รอดชีวิตจากคลื่นยักษ์.. สึนามิ

 

เหตุการณ์เดียวกัน.. ณ สถานที่เดียวกัน
แต่ทว่าไม่เหมือนกัน
บางคนรอด.. บางคนไม่รอด
อะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้. !??

             สึนามิ (TSUNAMI) เมื่อเอ่ยถึงชื่อนี้ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักฤทธิ์เดชของมัน...ย้อนไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ก่อนที่ปีเก่าจะจากไป... ปีใหม่กำลังจะมาเยือน ในตอนสายของวันนั้นเหตุการณ์สะเทือนขวัญชาวโลก.!ครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ ๕๕๐ ปี ก็อุบัติขึ้น ปรากฏมหันตภัยคลื่นยักษ์ที่ฝั่งทะเลอันดามัน กลืนกินชีวิต.! ผู้คนกว่าสองแสนคน ด้วยความไม่รู้ถึงพิษสงของมัน และขาดประสบการณ์จากภัยธรรมชาติในครั้งนี้ จึงทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อของสึนามิทันที ความหวั่นวิตกจากภัยอันน่าสะพรึงกลัว เกิดการพลัดพราก สูญเสียสะเทือนใจ ที่ร้ายแรงเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะควบคุมได้

           ธรณีพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวใต้พื้นโลกมีถึง ๙.๐ ริกเตอร์ ทำให้น้ำทะเลบริเวณเกาะสุมาตรา กระทบกันกลายเป็นคลื่นยักษ์สึนามิ ในแถบทะเลอันดามัน ไทย คือหนึ่งในประเทศที่ร่วมชะตากรรมเผชิญคลื่นมรณะ ด้วยความเร็ว ๗๐๐-๑,๐๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสูงของคลื่นขนาดเท่าตึก ๓-๕ ชั้น ใช้เวลาไม่ถึง ๒๐ นาที สามารถกวาดล้างสิ่งปลูกสร้างตึกรามบ้านช่อง ให้พังทลายในพริบตา ด้วยพลังแห่งการทำลายล้างมหาศาล รวดเร็วและรุนแรง ฝูงชนแตกตื่นวิ่งหนีความตาย ทุกคนต้องวิ่ง..วิ่ง..วิ่ง.. การสะดุดล้ม เพียงก้าวเดียวหมายถึงชีวิต คลื่นยักษ์ส่งเสียงคำรามกระหึ่มไล่ล่า เสียงผู้คนร้องขอชีวิต เสียงกระแทกโลหะสิ่งก่อสร้าง ปะทะต้นไม้หักโค่นพลังอันร้ายกาจ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพินาศไปในกระแสน้ำ ธรณีพิบัติครั้งนี้ สร้างความสูญเสียรุนแรงที่สุด ในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ

             ในขณะที่คลื่นยักษ์ ถาโถมเข้าใส่ บางคนก็บาดเจ็บเล็กน้อย บางคนอาการสาหัส บางคนเสียชีวิต สูญเสียทรัพย์สิน แต่บางคนกลับไม่เป็นอะไรเลย รอดปลอดภัย เหตุผลก็เพราะ บุญ-บาป ที่อยู่ในตัวของแต่ละคนนั่นเอง
            
             พระบรมไตรโลกนาถสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงรู้แจ้งโลก รู้แจ้งในความเป็นไปของหมู่สัตว์ทั่วทั้งภพสาม ทรงประทานปัจฉิมโอวาทเป็นมรดกธรรม ก่อนดับขันธปรินิพพาน ความว่า "สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เธอทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงด้วยความไม่ประมาทเถิด" เพราะพระบรมศาสดาทรงรู้แจ้งว่า ในภพสามนี้มีเพียงภูมิมนุษย์เท่านั้น ที่สามารถสั่งสมได้ทั้งบุญและบาป หากมีบุญมากชีวิตก็จะสุขมาก ทุกข์น้อยและปลอดภัย ทั้งในปัจจุบันและปรโลกเบื้องหน้า

             คอลัมน์อานุภาพบุญฉบับนี้จะพาท่านไปเจาะลึก นาทีพลิกผันหวั่นระทึก ขณะเผชิญคลื่น สึนามิ ของผู้ร่วมชะตากรรม..! อานุภาพบุญช่วยให้รอดได้อย่างไร

วินาที. . เฉียด

             คุณลักขณา แก้วบำรุง อยู่ที่ ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา อาชีพพนักงานรับจ้าง อยู่ที่โรงแรมติดชายหาดใกล้บ้าน ในขณะที่คลื่นยักษ์โถมเข้ามา เธอกำลังปฏิบัติงานอยู่ในห้องเก็บชุดพนักงาน ในเวลานั้นอยู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงเหมือนเครื่องบินที่บินต่ำมากๆ ดังคำรามไปทั่วบริเวณ เธอจึงวิ่งออกไปดู เห็นฝูงชนแตกตื่น หวีดร้องวิ่งหนีกันอลหม่าน แต่เธอและเพื่อนวิ่งหนีไม่ทันเสียแล้ว เพราะความเร็วของคลื่น น้ำเอ่อท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็วและรุนแรงทะลักเข้ามาในห้องถึงครึ่งขา เธอจึงตัดสินใจปีนหนีขึ้นไปบนโต๊ะ น้ำก็ตามขึ้นไปอีก..เธอหนีต่อปีนขึ้นบนหลังตู้เสื้อผ้า..น้ำตามมาอย่างไม่ลดละ ยืดตัวยืนจนติดเพดาน เธอใช้มือดันฝ้าเพดานออก ปีนป่าย.. คราวนี้ติดหลังคา ..เธอหมดแรงที่จะทุบหลังคาหนีออกไป ได้แต่ยืนยืดตัวให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ น้ำเพชฌฆาตไม่เคยปรานีใคร ทะลักท่วมจากขา ขึ้นไปถึงลำตัว..หน้าอก..คอ..ใต้คาง..ติ่งหู เธอเริ่มสำลักน้ำ สิ่งสุดท้ายที่เธอจะพึ่งได้คือ พระรัตนตรัย เธอรีบอธิษฐานจิตนึกถึงบุญที่เคยทำ " ช่วย... ลูกด้วย "

             ..และเสียงสุดท้ายในห้วงสำนึก กลับเป็นเสียงของลูกสาววัย ๔ ขวบ ที่เคยชวนแม่นั่งสมาธิในเวลาก่อนนอน "แม่ท่อง สัมมา อะระหังซิ แล้วแม่จะพบแต่สิ่งดีๆ" (หนูน้อยจำมาจากจานดาวธรรม ที่ติดที่บ้านคุณยาย) สัมมา อะระหัง ที่พึ่งสุดท้าย เธอหลับตาเม้มริมฝีปากแน่นท่อง สัมมา อะระหังๆ ๆ ๆ ถี่ยิบ ก่อนที่วินาทีสุดท้ายจะมาถึง น้ำกำลังจะไหลเข้าจมูก จุดพลิกผันได้เกิดขึ้น น้ำทะเลที่บ้าคลั่งกลับลดฮวบลง.! สึนามิหมดฤทธิ์คลายตัวลงอย่างฉับพลัน เธอและเพื่อนไม่รอช้า รีบหาทางออกไปให้พ้นจากบริเวณนี้ ซึ่งบัดนี้พื้นห้องเบื้องล่างได้กลายเป็นแม่น้ำยักษ์ที่เชี่ยวกราก เธอว่ายน้ำไม่เป็น แต่โชคดีที่เพื่อนว่ายน้ำเป็น จึงไปหากระดานมาพาดตามแนวกำแพงห้องน้ำให้ไต่ลงไปในจุดที่น้ำสูงระดับหัวเข่า รู้สึกปลอดภัย จึงจูงมือค่อยพากันเดินไปหาที่ปลอดภัย แต่ก้าวไปไม่ถึงสามก้าว ก็มีเสียงเอะอะดังขึ้นมาอีก "มันมา อีกลูกหนึ่งแล้ว" คราวนี้ทั้งสองวิ่งไปกับฝูงชนวิ่ง..วิ่งอย่างเดียวห้ามสะดุดล้ม วิ่งให้เร็วที่สุด เท่าที่จะเร็วได้ เสียงคลื่นไล่ล่าตามหลังมาอย่าง ไม่ลดละ เป้าหมายคือ เนินสูงที่อยู่เบื้องหน้า โชคดี ที่เธอทั้งสองถึงเนินก่อนที่น้ำจะมาถึง คนที่ติด อยู่ก่อนจึงช่วยกันลากตัวเธอไป...เธอทั้งสอง รอดตายอย่างเฉียดฉิว


เสาแก้วค้ำชีวิต

             พื้นที่ ๖ จังหวัดภาคใต้ของไทย ได้รับความเสียหายจากธรณีพิบัติครั้งนี้อย่างนับค่าไม่ได้ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะ พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โรงแรม รีสอร์ทแสนสวยหลายแห่ง ถูกคลื่นซัดพังพินาศไม่เหลือความหรูหราโอ่อ่าให้เห็น พีพีเกาะสวรรค์ที่เลื่องชื่อลือชาถูกคลื่นยักษ์เข้าโอบล้อมตีกระหน่ำทั้งสองด้านพร้อมๆ กัน มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ตรงข้ามเกาะพีพีคือ เกาะลันตาใหญ่ เกาะทั้งสองประจันหน้ากัน สึนามิ ถาโถมกระหน่ำเข้าใส่เกาะทั้งสองในห้วงเวลาเดียวกันอย่างรวดเร็วและรุนแรง เหตุการณ์หลัง สึนามิถล่ม ที่เกาะลันตาใหญ่แห่งนี้กลับมีเรื่องเล่าที่เหลือเชื่อเกิดขึ้น หลายคนเห็นแล้วงง..เป็นไปได้อย่างไร บางคนบอกสงสัยเจ้าที่ที่นี่แรง แต่เจ้าของกิจการตอบอย่างมั่นใจว่า "ที่รอดมาได้ เพราะบุญเสาแก้วพันปี"

           เราต้องมาทำความรู้จักกับเจ้าของและประวัติความเป็นมากันก่อน โรงแรมลันตาแคชชัวร์รีน่าบีช รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่อ่าวพระแอะ เกาะลันตาใหญ่ จ.กระบี่ บนพื้นที่ประมาท ๕ ไร่ ห่างจากชายทะเลประมาณ ๑๕ เมตร อาคาร ๓ ชั้น ชั้นที่หนึ่งเป็นห้องใต้ดิน คือ ห้องทำงานและเก็บอุปกรณ์สต็อกของทั้งหมด ชั้น ๒ และชั้น ๓ เป็นห้องพัก หันหน้าเข้าหาทะเล มองไปที่หน้าหาด ระหว่างสระน้ำของโรงแรมด้านขวามือเป็นศาลานวด ด้านซ้ายมือเป็นบาร์เบียร์ ถัดลึกไปอีก ๔๐ เมตรเป็นห้องอาหารของโรงแรม

           โรงแรมรีสอร์ทแห่งนี้เริ่มเปิดบริการรับนักท่องเที่ยว เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยการร่วมหุ้นลงทุนกันระหว่างพี่ๆ น้องๆ ของคุณคำนวณ กิจการดำเนินไปด้วยดีเพราะอะไรหลายๆ อย่างที่ลงตัว ที่สำคัญพี่น้องทุกคนล้วนมีจิตใจดีงาม เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน ครอบครัวของคุณธีรวัฒน์และคุณคำนวณ ฐานะโชติพันธ์

           นับว่าเป็นนักสร้างบารมีตัวอย่าง ทั้งสองท่านอยู่ในบุญ สั่งสมบุญทุกรูปแบบทั้งบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และทำหน้าที่กัลยาณมิตรชักชวนคนรอบข้าง ญาติมิตรบริวารให้มีโอกาสสั่งสมบุญอยู่เสมอ ภาพที่เห็นจนชินตาในทุกๆ เช้าของวันอาทิตย์ที่ศาลาหอฉันของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง วัดพระธรรมกาย จะเห็นลูกๆ หลานๆ พี่น้อง ครอบครัวฐานะโชติพันธ์ ครอบครัวคงศุภลักษณ์ และครอบครัวเจียมศิริพร้อมใจกันมาถวายภัตตาหารเช้ากันอย่าง alert เบิกบาน เมื่อถูกทัก คุณคำนวณก็ตอบด้วยความปีติว่า "ทำมาได้ปีกว่า แล้วค่ะ เพราะบุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จทั้งปวง พี่จึงชวนหมู่ญาติมาทำบุญร่วมกันทุกเช้าวันอาทิตย์ สิริมงคลจะได้เกิดขึ้นในชีวิตทุกคนค่ะ"

             ในตอนเช้าของวันอาทิตย์ที่ ๒๖ ธันวาคม พี่น้องโดยการนำของคุณธีรวัฒน์-คุณคำนวณ และคุณจำเริญ คงศุภลักษณ์ ได้นำทีมหลานๆ มาทำบุญถวายภัตตาหารตามปกติ ด้วยใบหน้าที่ เบิกบานอิ่มบุญกันถ้วนหน้า และในวันนี้คุณจำเริญ น้องสาวก็มีความตั้งใจที่จะทำบุญพิเศษร่วมกันกับพี่สาวคือ ถวายปัจจัยสร้างเสาแก้วมหารัตนวิหารคด รองรับพระภิกษุสงฆ์ทุกนิกายทั่วโลก ในขณะที่คณะของคุณคำนวณและคุณจำเริญถวายปัจจัยสร้างบุญใหญ่พนมมือรับพรอยู่นั้น เป็นเวลาเดียวกันกับที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิพอดี คุณจำเริญได้เล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ในวันนั้นว่า

            "โดยส่วนตัวดิฉันเองในเรื่องของการทำบุญแล้ว ยังมีความมุ่งมั่นไม่เท่าพี่คำนวณ จะเป็นคนที่อะไรก็ได้ ยังไงก็ได้ ทำเมื่อไรก็ได้ แต่ ในวันนั้นแปลกมาก ทั้งๆ ที่พระอาจารย์ท่านติดภารกิจ และเราก็มีธุระจะต้องไปทำ แต่ใจอยากจะทำบุญเสาแก้วมาก ยังไงวันนี้ต้องถวายให้ได้ ปกติแล้วถ้าเจอแบบนี้ จะเลื่อน ไม่เป็นไรเอาไว้ถวายอาทิตย์หน้าก็ได้ ดิฉันนั่งรอจนกว่าจะได้ถวาย พอถวายเสร็จสมความตั้งใจ พี่คำนวณก็อยู่วัดปฏิบัติธรรมร่วมกิจกรรมบุญกับครอบครัว ส่วนตัวดิฉันออกไปส่งลูกสาวเรียนพิเศษและทำธุระต่อ

             เวลาประมาณ ๙ โมงเศษ พี่สาวที่อยู่ลันตา ก็โทรเข้ามาบอกมีพายุเข้า คลื่นซัดมาถึงหน้าบันไดโรงแรมเลย! ตอนนั้นตกใจมากกังวลสารพัด เห็นภาพข่าวความเสียหายทางทีวีน่ากลัวมาก นึกถึงแต่พี่คำนวณ เพราะพี่คำนวณยังอยู่วัดก็พยายามโทร พี่เขากำลังนั่งสมาธิอยู่ ไม่ได้รับสาย จนกระทั่งสิบเอ็ดโมง พี่คำนวณรับสายก็รีบบอกพี่ว่า "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว พายุเข้ามีคลื่นยักษ์ บ้านเรือนเสียหายคนตายเยอะแยะเลย โรงแรมของเราไม่รู้เป็นงัยบ้าง" อาจเป็นเพราะพี่คำนวณเขานั่งสมาธิมาก เขาจึงนิ่ง..กว่าเรามาก "ให้ใจเย็นๆ เราทำบุญเยอะขนาดนี้ไม่ต้องกลัวให้นึกบุญทุกบุญ โดยเฉพาะบุญเสาแก้ว เดี๋ยวจะบอกให้หลานและพี่เขยช่วยกันอธิษฐานจิตให้ บุญต้องคุ้มครองเรา ใจเย็นๆ นะ "

             ในวันที่ ๒๙ ธันวาคม ดิฉันลงไปดูพื้นที่ ปรากฏว่าทั่วทั้งเกาะลันตา รีสอร์ทต่างๆ ได้รับความเสียหายอย่างมาก บางแห่งจมหายลงในทะเลหมดเลย รีสอร์ทของเรานับว่าเสียหายน้อยมาก นักท่องเที่ยวที่เข้าพักทุกคนปลอดภัย ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ดิฉันได้ฟังจากคำบอกเล่าของผู้ที่เผชิญคลื่นในโรงแรม เล่าให้ฟังว่า

             ในตอนสายของวันนั้น นักท่องเที่ยวจะมานอนอาบแดดบ้าง เดินเล่นบ้าง เล่นน้ำบ้าง จู่ๆ น้ำทะเลก็ถูกดูดหายเข้าไปในกลางทะเล ฝรั่งก็เฮกันลงไปถ่ายรูป ทางรีสอร์ทได้รับแจ้งข่าวว่าพายุกำลังจะเข้า ผู้จัดการจึงลงไปประกาศเตือนให้นักท่องเที่ยวรีบขึ้นฝั่งเพื่อความปลอดภัย ไม่ถึงอึดใจก็มีคลื่นสูงประมาณ ๑ เมตร ซัดเข้าฝั่งลูกแรกยังไม่แรง ฝรั่งบางคนก็ ขึ้นมาทั้งๆ ที่ไม่พอใจ กระโดดลงเล่นน้ำที่สระต่อโดยไม่สนใจคำเตือน คราวนี้ลูกที่สองตามมาติดๆ แรงกว่าลูกแรกมาก ซัดเอาเก้าอี้ช้างหินที่ปักร่มอยู่ริมสระกระเด็นตกลงไปในสระ ผู้จัดการมัวแต่ห่วงความปลอดภัยของแขก ไม่ทันระวังตัว ถูกคลื่นซัดหอบลอยขึ้นกระเด็นไปติดกำแพงห้องอาหาร ความแตกตื่นโกลาหลเกิดขึ้น ทุกคนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด.. ลูกที่สามมาแรงมากสูงประมาณ ๕ เมตร พุ่งเข้ามาตรงกลาง เป้าหมายของมันคืออาคารห้องพักของโรงแรม คลื่นกระโจนเข้ามาทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ก่อนที่จะถึงบันไดโรงแรม! มันกลับหยุดกึก! แล้วดีดตัว ม้วนกลับ เหมือนมีอะไรบางอย่างมากั้นไว้ แยกออกเป็นสองทางซ้ายขวา ดันรั้วกำแพงด้านข้างทะลุออกไปราว ๒๐ เมตรทั้งสองข้าง กวาดเอาบาร์เบียร์และโรงนวดตกทะเลไปหมด

             เมื่อเหตุการณ์สงบ ทุกคนต่างหาสาเหตุว่า เรารอดกันมาได้อย่างไร ที่น่าอัศจรรย์มากๆ ก็คือ ที่หน้าห้องอาหารเป็นจุดที่คลื่นซัดเข้าแรงสุดก็มีแค่ทรายสูงท่วมขึ้นมาประมาณ ๒ นิ้ว โต๊ะอาหารซึ่งเป็นโต๊ะหวายมีกระจกวางอยู่ด้านบน เหมือนมีมือขนาดใหญ่มาหอบเอาโต๊ะทั้งหมดไปวางไว้ด้านหลังห้อง แหวกเป็นช่องให้คนวิ่งหนีได้สะดวก ที่ว่าเหมือนจับไปวาง เพราะกระจกไม่แตก กระดาษทิชชู ไม้จิ้มฟัน ถ้วยเครื่องปรุงอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีอะไรขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ ของทุกชิ้นยังคงวางอยู่นิ่ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้แต่ กล่องของขวัญเปล่าๆ ที่ประดับต้นคริสต์มาส ก็ไม่หลุด ห้องอาหารก็ยังคงปรุงอาหารบริการแขกได้ตามปกติ สวนหย่อมใช้เวลาในการปรับพื้นที่ ๔-๕ วัน ก็สะอาดสวยงามเหมือนเดิมแล้วค่ะ จากเหตุการณ์นี้ดิฉันมั่นใจว่าที่รอดมาได้เพราะบุญอย่างเดียวเท่านั้น ตั้งใจว่าต่อไปนี้จะตระหนัก เร่งทำทุกๆ บุญให้เต็มที่ บุญช่วยเราได้จริงๆ ค่ะ

             คุณธีรวัฒน์ได้กล่าวเสริมทิ้งท้ายบท สนทนาด้วยความปีติในบุญอีกว่า "บุญเสาแก้วเหมือนเสาหลักค้ำชีวิต ค้ำหลักฐาน คุ้มครองสมบัติของเราทุกชิ้น อยากให้ทุกท่านปีติเหมือนที่เราปีติ ที่ได้ทำบุญนี้ ทุกๆ ท่านอย่าตกบุญนี้เลยนะครับ จะได้เป็นเสบียงบุญคุ้มครองตัวเราไป นะครับ"

             สึนามิ..คลื่นยักษ์ที่มีพลังแห่งการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว ชาวโลกส่วนใหญ่เข้าใจว่า มันอยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์ แต่แท้จริงแล้ว มนุษย์ต่างหาก ที่ควบคุมในทุกสถานการณ์ของโลกใบนี้ไว้ เพราะในตัวมนุษย์มีพลังชนิดหนึ่งที่มีอานุภาพมาก พลังนั้นคือ พลังบุญ ยิ่งบุคคลใดมีบุญมากอานุภาพของบุญ ก็ยิ่งมากทับทวีแปรเปลี่ยนทุกสถานการณ์ในชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์ และสำคัญที่สุดแหล่งที่จะก่อให้เกิด พลังบุญได้ดีที่สุด ก็มีเพียงกายมนุษย์ กายเดียวเท่านั้น ดังนั้นเรามาดำรงชีวิตด้วยความ ไม่ประมาท เร่งสร้างประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน ด้วยการสั่งสมบุญทุกวัน ทั้งทาน ศีล ภาวนา ให้พลังบุญ เป็นเกราะคุ้มภัยชีวิตกันเถิด 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร