วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ "ทำไมวัดพระธรรมกายไม่มีการสอนให้เดินจงกรม เวลานั่งสมาธิก็ต้องมีเสียงนำนั่งด้วย"

 

ลูกเคยชวนเพื่อนมานั่งสมาธิที่วัด เขาสงสัยว่าทำไมวัดเราไม่มีการสอนให้เดินจงกรม และเวลานั่งสมาธิแทนที่จะนั่งกันเงียบๆ ทำไมต้องมีเสียงนำนั่งด้วยเจ้าค่ะ ?

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกับคำว่า "เดินจงกรม" กันเสียก่อน

             สำหรับการทำสมาธินั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน และคำว่า "เดินจงกรม" นั้นจริงๆ แล้วก็คือการเดินทำสมาธินั่นเอง แต่โดยทั่วไปสำหรับผู้ที่ฝึกสมาธิใหม่ๆ วิธีที่ดีที่สุดคือการฝึกสมาธิในท่านั่ง เพราะถ้าฝึกในท่าอื่น ใจไม่ค่อยจะรวม

           แต่เนื่องจากเริ่มฝึกนั่งสมาธิใหม่ๆ อาจจะยังนั่งได้ไม่ค่อยนานนัก พระอาจารย์ที่สอน จึงเกรงว่าจะเบื่อเสียก่อน ก็เลยฝึกให้เดินจงกรมควบคู่ไปด้วย พูดง่ายๆคือท่านฝึกให้ทำสมาธิสลับกัน ไประหว่างการนั่งกับการเดินนั่นเอง

             ส่วนผู้ที่ฝึกสมาธิมานานๆ บางท่านนั่งสมาธิได้ครั้งละ ๕ ชั่วโมงก็มี แต่ว่าแน่นอน พอเลิกนั่งชักจะเมื่อยเหมือนกัน เลยต้องลุกขึ้นเดินทำสมาธิ หรือว่าเดินจงกรมกันบ้าง

             ที่วัดพระธรรมกายของเราก็เช่นเดียวกัน บางครั้งพวกเราไปปฏิบัติธรรมนอกสถานที่กันเป็นหมู่คณะ นั่งสมาธิกันครั้งละ ๓ ชั่วโมงบ้าง ๔ ชั่วโมงบ้าง ในกรณีอย่างนี้ก็จะต้องเตรียมสถานที่เอาไว้สำหรับ เดินจงกรมด้วยเหมือนกัน

             แต่ในกรณีฝึกทำสมาธิอยู่ที่วัด เรานั่งสมาธิกันครั้งละประมาณ ๑ ชั่วโมง ซึ่งสำหรับพวกเราที่มาวัดเป็นประจำ มีความรู้สึกว่าเวลา ๑ ชั่วโมงนี้ นั่งแค่ประเดี๋ยวเดียวเอง ในระหว่างนั้นก็เลยไม่มีการลุกออกมาเดินจงกรมกัน

             ยิ่งกว่านั้น เนื่องจากเป็นการสอนคนจำนวนมาก เป็นพันคน เป็นหมื่นคน บางครั้งเป็นแสนคนก็มี เพราะฉะนั้น การที่จะมาทำทางไว้สำหรับให้เดินจงกรมเลยไม่มี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ที่วัดพระธรรมกายไม่มีการสอนให้เดินจงกรม

             เพราะวิธีเดินจงกรมนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน บางสำนักก็ใช้วิธีกำหนดสมาธิจิต เอาไว้ที่อิริยาบถในการเคลื่อนไหว เช่น กำหนดไว้ที่เท้าขณะที่ก้าวไป เป็นต้น

             ส่วนวิธีเดินจงกรมของวัดพระธรรมกายไม่ได้ทำอย่างนั้น การเดินจงกรมของเราใช้วิธีกำหนดจิต เอาไว้ที่ศูนย์กลางกาย อย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำความรู้สึก รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา เหมือนอย่างกับแมงมุมที่ชักใยทำรัง แต่แมงมุม ไม่ได้วิ่งอยู่ตามขอบรังที่ทำไว้ มันกลับไปเกาะอยู่ตรงกลางรัง เพราะเวลามีอะไรมาโดนรัง มันก็จะรู้ตัว

             เพราะฉะนั้น ที่พูดกันว่าวัดพระธรรมกายไม่ได้สอนให้เดินจงกรมนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะวัดพระธรรมกายสอนให้เดินจงกรมกันอยู่ตลอดเวลา เดินจงกรมกันตั้งแต่ปากประตูวัด จนกระทั่งเข้ามาถึงตัววัดทีเดียว เราเดินจงกรมกันแล้ว แต่ว่า คนอื่นมองไม่ออกเองต่างหาก

             ส่วนคำถามที่ว่า ขณะที่ผู้ฝึกกำลังนั่งทำสมาธิอยู่นั้น ทำไมถึงต้องมีพระอาจารย์คอยพูด กล่าวนำอยู่เป็นช่วงๆ ซึ่งไม่เหมือนกับสำนักอื่น ที่พอถึงเวลาก็นั่งสมาธิกันเงียบไปเลย

             คำตอบสั้นๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ สำหรับผู้ที่มาใหม่ เรามีความจำเป็นต้องให้คำแนะนำกับเขา ให้ครบทุกแง่ทุกมุม แล้วเทคนิคในการที่จะทำให้เขารู้ทุกแง่ทุกมุม ก็ควรจะเป็นในลักษณะว่า ขณะที่กำลังนั่งสมาธิอยู่นั้น ในช่วงเวลา ๑๐ นาทีแรกเขาจะติดปัญหาอะไร ซึ่งเรารู้อยู่ก่อนแล้ว เราก็พูดแนะนำเขาไปเลย ไม่ต้องรอให้เขาลืมตาขึ้นมาถามหรอก

             พอเวลาผ่านไปอีกสักประมาณ ๑๕-๒๐ นาที เรารู้ว่าเขาจะเจออีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องของการปรับระดับใจ จึงได้พูดแนะนำออกไป โดยไม่ต้องรอให้เขาลืมตาขึ้นมาถามอีกเช่นกัน

             เมื่อใกล้จะครบ ๑ ชั่วโมงเราก็รู้อีกว่า ระดับใจของเขาจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น จึงให้คำแนะนำเขาอีกในระหว่างที่นั่งสมาธิใกล้จะครบชั่วโมงนั้น

             การตอบปัญหาขณะกำลังนั่งสมาธิ อย่างชัดเจนและทันเวลานี้เอง ที่เป็นเทคนิคการสอนวิธีฝึกสมาธิ อย่างหนึ่งของวัดพระธรรมกาย เพราะในขณะที่เขาหลับตาทำสมาธิอยู่นั้น เสียงของพระอาจารย์ผู้สอน ซึ่งเป็นเสียงที่อยู่ในสมาธิ ย่อมมีอำนาจ มีพลังที่จะโน้มนำให้ลูกศิษย์ที่ฝึกใหม่ๆ สามารถยกใจให้เข้าสู่ความสงบได้เร็วยิ่งขึ้น

             เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุนี้ที่วัดพระธรรมกายของเราจึงมีการนำนั่งสมาธิด้วยการให้พระอาจารย์ พูดแนะนำ เป็นช่วงๆ อย่างพอเหมาะ พอสมกัน

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร