ความประพฤติการใช้-รักษาเสนาสนะ

วันที่ 05 มิย. พ.ศ.2563

ความประพฤติการใช้-รักษาเสนาสนะ


เสนาสนวัตร : หลักธรรมในการใช้และรักษาเสนาสนะ


๑. มีสัมมาทิฏฐิ : สอนตนเองว่าการปฏิบัติเสนาสนวัตรอย่างมีสติสัมปะชัญญะ มีความสังเกตพิจารณาและทำด้วยความสำรวม  มีความปรารถนาดีเป็นกรรมดี มีผลดีจริง หรือทำอย่างมี สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ เป็นกรรมดี มีผลดีจริง


๒. มีสติสัมปชัญญะ : เอาใจกลับมาไว้ในตัว กลางตัวเป็นนิจ  จะได้ไม่เครียด ไม่ดูถูกงานที่ทำ


๓. สังเกตพิจารณา : สังเกตเพื่อได้ข้อมูลความจริงของ พื้นที่  บุคคล ทิศทางลม ดินฟ้าอากาศ ที่วางของ สิ่งของที่จะขนออกมา แล้วนำข้อมูลมาพิจารณาเทียบกับหลักพระธรรมวินัยก่อนปฏิบัติเสนาสนวัตร


๔. ปฏิบัติด้วยความสำรวม : เตือนตนเองให้ตั้งใจปฏิบัติให้ถูก  ต้องตามแบบแผนพระวินัย ด้วยความสำรวมกาย วาจา อาชีพ ใจ  ทั้งก่อน ขณะ และหลังปฏิบัติ
 


เสนาสนวัตร : วิธีใช้และรักษาเสนาสนะตามพระธรรมวินัย


๑. ภิกษุอยู่ในวิหารใด ถ้าวิหารนั้นรก ถ้าอุตสาหะอยู่ พึงชำระ


๒. พึงขนบาตร จีวร ออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่งก่อน

 

๓. พึงขนผ้าปูนั่ง ผ้าปูนอน ออกวางไว้ที่ควร


๔. เตียง พึงยกต่ำๆ ขนออกไปให้ดี อย่าให้ครูดสี


๕. ตั่ง พึงยกต่ำๆ ขนออกไปให้ดี อย่าให้ครูดสีกระทบกระแทก


๖. เขียงรองเท้าเตียง พึงขนออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง


๗. กระโถน พึงขนออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง


๘. พนักอิง พึงขนออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง


๙. เครื่องลาดพื้น พึงกำหนดที่ปูไว้เดิม แล้วขนออกไปวางไว้ที่ควร


๑๐. วิหารมีหยากไย่ พึงกวาดตั้งแต่เพดานลงมาก่อน


๑๑. พึงเช็ดกรอบหน้าต่างประตูและมุมห้อง


๑๒. ถ้าฝาทาน้ำมันขึ้นรา พึงเอาผ้าชุบน้ำบิดแล้วเช็ดโดยอยู่เหนือลม


๑๓. ถ้าพื้นทาสีดำขึ้นรา พึงเอาผ้าชุบน้ำบิดแล้วเช็ด


๑๔. ถ้าพื้นเป็นดินไม่ได้ทำเครื่องลาด พึงเอาน้ำพรมแล้วกวาด


๑๕. ไม่เคาะเสนาสนะในที่ใกล้ภิกษุอื่น วิหาร น้ำฉัน น้ำใช้ และไม่เคาะบนที่สูงเหนือลม


๑๖. พึงเคาะเสนาสนะในที่ใต้ลม


๑๗. เครื่องลาดพื้นพึงผึ่งแดด ชำระ เคาะ ปัด ขนกลับไปปูไว้ตามเดิม


๑๘. เขียงรองขาเตียง พึงผึ่งแดดไว้ในที่ควรแห่งหนึ่ง


๑๙. เตียง ตั่ง พึงผึ่งแดด ขัดสี เคาะ ยกต่ำ ๆ


๒๐. ฟูกและหมอน พึงตากไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง เคาะ ปัดให้สะอาด


๒๑. ผ้าปูนั่งและผ้าปูนอน พึงตาก สลัดให้สะอาดแล้วขนไปปูไว้ตามเดิม

๒๒. กระโถน พนักอิง พึงตากไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง


๒๓. เก็บบาตร จีวร เอามือข้างหนึ่งจับบาตร และเอามืออีกข้างหนึ่งลูบพื้นที่ คลำใต้เตียง เพื่อป้องกันบาตรดินเผา ร้าว ชำรุด แตก


๒๔. จีวร พึงเอามือข้างหนึ่งถือ เอามืออีกข้างหนึ่งลูบราว หรือสายระเดียงก่อนพาดหรือตาก


๒๕. ถ้ามีลมเจือด้วยผงคลีพัดมาทางด้านใด ให้ปิดหน้าต่างทางด้านนั้น


๒๖. ถ้าฤดูหนาว กลางวัน พึงเปิดหน้าต่าง กลางคืนพึงปิด


๒๗. ฤดูร้อน กลางวัน พึงปิดหน้าต่าง กลางคืนพึงเปิด


๒๘. ถ้าซุ้มน้ำ โรงฉัน โรงไฟ วัจจกุฎีรก พึงปัดกวาด


๒๙. ถ้าน้ำฉัน น้ำใช้ไม่มี จึงจัดตั้งไว้ ถ้าน้ำในหม้อชำระไม่มีพึงตักน้ำใส่ไว้


๓๐. ถ้าอยู่ในวิหารหลังเดียวกับภิกษุผู้แก่กว่าจะต้องอาปุจฉา คือ พึงขออนุญาตท่านก่อนทำกิจต่อไปนี้ คือ การแนะนำชี้แจง การสอบถาม การสาธยายธรรม การแสดงธรรม การปิด-เปิดไฟฟ้า  การปิด-เปิดหน้าต่าง เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว (อาปุจฉา) จึงกระทำกิจดังกล่าวได้


๓๑. ถ้าเดินจงกรมในที่จงกรมเดียวกับภิกษุผู้แก่กว่า จึงเดินคล้อยตามภิกษุผู้แก่ และไม่พึงกระทบกระทั่งภิกษุผู้แก่กว่าด้วยชายผ้าสังฆาฏิ

 

 

จากหนังสือ กวาดวัด กวาดใจ ไปนิพพาน  "เสนาสนวัตร"

โดย คุณครูไม่เล็ก

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.047031581401825 Mins