เรื่อง ดาบสผู้น่าเลื่อมใส

วันที่ 24 มิย. พ.ศ.2562

เรื่อง ดาบสผู้น่าเลื่อมใส

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี ชฎิลโกงผู้หนึ่งเป็นดาบสหลอกลวง อาศัยอยู่ในหมู่บ้านตำบลหนึ่ง กุฎุมพีคนหนึ่ง ช่วยสร้างศาลาในป่าให้ดาบสนั้น
ให้ดาบสอยู่ในบรรณศาลา ปรนนิบัติด้วยอาหารอันประณีตในเรือนของตน เขาเชื่อดาบสโกงนั้นว่า ท่านผู้นี้เป็นผู้มีศีล จึงนำเอาทองพันแท่งไปยังศาลาของดาบส ฝังไว้ในแผ่นดิน เพราะกลัวโจร กล่าวกับดาบสว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ขอพระคุณเจ้าช่วยดูแลทองนี้ด้วย.
ดาบสกล่าวว่า ผู้มีอายุ การพูดแบบนี้กับคนที่ได้นามว่า บรรพชิตไม่สมควรเลย ขึ้นชื่อว่า ความโลภในสิ่งของของผู้อื่น ของเราย่อมไม่มี
เขาเชื่อถ้อยคำของดาบส กล่าวว่า ดีแล้ว พระคุณเจ้าผู้เจริญ แล้วหลีกไป
ดาบสชั่วคิดว่า เราอาจเลี้ยงชีพด้วยทรัพย์มีประมาณเท่านี้ได้ ผ่านไปได้สองสามวัน ก็เอาทองนั้นไปไว้ ณ ที่หนึ่งระหว่างทาง แล้วย้อนกลับมาเข้าไปยังบรรณศาลา พอวันรุ่งขึ้น ทำภัตกิจในเรือนของกุฎุมพีแล้วกล่าวว่า ผู้มีอายุ เราอาศัยท่านอยู่นานแล้ว ความพัวพันกันกับพวกมนุษย์ย่อมมี ก็ธรรมดาว่า ความพัวพันเป็นมลทินของบรรพชิต เพราะฉะนั้นอาตมาจะขอลาไป แม้กุฎุมพีจะอ้อนวอนอย่างไร ก็ไม่ปรารถนาจะกลับ
กุฎุมพีจึงกล่าวกะดาบสว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็นิมนต์ไปเถิด พระคุณเจ้า ดังนี้แล้ว ตามไปส่งจนถึงประตูบ้านแล้วจึงกลับ
ดาบสเดินไปได้หน่อยหนึ่ง คิดว่า เราควรจะลวงกุฎุมพีนี้ จึงเอาหญ้าวางไว้บนชฎา แล้วย้อนกลับไป
กุฎุมพีถามว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญ พระคุณเจ้ากลับมาทำไม ขอรับ ?
ผู้มีอายุ หญ้าเส้นหนึ่ง จากชายคาเรือนของพวกท่านเกี่ยวชฎาของฉันไป ขึ้นชื่อว่า อทินนาทาน ไม่สมควรแก่บรรพชิต อาตมาจึงรีบนำมันกลับมา
กุฎุมพีกล่าวว่า จงทิ้งมันเสีย แล้วนิมนต์ไปเถิดครับ  เขายิ่งเลื่อมใสคิดว่า พระดาบสไม่ถือเอาสิ่งของ ๆ ผู้อื่น ซึ่งแม้เพียงเส้นหญ้า โอ พระคุณเจ้าของเรา เคร่งครัดจริง ดังนี้แล้วกราบส่งพระดาบสไป.
ในครั้งนั้นบัณฑิตท่านหนึ่ง ไปยังชนบทชายแดนเพื่อต้องการสิ่งของ อาศัยพักแรมในบ้านกุฎมพี ท่านฟังคำของดาบสแล้วคิดว่า ดาบสผู้นี้มีพฤติกรรมผิดปกติ เห็นทีจะถือเอาอะไร ๆ ของกุฎุมพีนี้ไปเป็นแน่ จึงถามกุฎุมพีว่า ดูก่อนสหาย ท่านได้ฝากฝังอะไรกับดาบสนั้นหรือไม่
กุฎุมพีตอบว่า มีอยู่สหาย เราฝากฝังทองไว้ ๑๐๐ แท่ง ไว้ในที่ใกล้ดาบส.
บัณฑิตนั้นกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นท่านจงรีบไปตรวจตราดูทองนั้นเถิด
เขาไปบรรณศาลาไม่เห็นทองนั้น รีบกลับมาบอกว่า ทองไม่มี สหาย.
บัณฑิตบอกว่าทองของท่านคงไม่มีผู้อื่นเอาไป ดาบสร้ายนั้นคนเดียวเอาไปแน่ มาเถิด เรามาช่วยกันติดตามจับดาบสนั้น ว่าแล้วก็พากันติดตามไปจนทัน จับดาบสโกงได้ ทุบตีจนบอบช้ำ แล้วให้นำเอาทองมาคืน
บัณฑิตเห็นทองแล้ว กล่าวติเตียนดาบสว่า เมื่อท่านกล่าวคำอ่อนหวานน่านับถืออยู่ว่า การถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้แม้เพียงเส้นหญ้าก็ไม่ควรแก่พวกบรรพชิต  ถ้อยคำของท่านนั้นน่าเลื่อมใสมิใช่น้อย  ดูก่อนชฎิลโกงท่านทำความเคร่ง ในเส้นหญ้าเส้นเดียว ดูติดใจข้องใจเกาะเกี่ยวเสียจริง ๆ แต่เมื่อท่านขโมยทอง ๑๐๐ แท่งนี้ ช่างไม่ติดใจ ช่างหมดข้อข้องใจเลยทีเดียวนะ.
บัณฑิตครั้นติเตียนดาบสนั้น ด้วยประการฉะนี้แล้ว ก็ให้โอวาทแก่ดาบสว่า ดูก่อนชฎิลโกง ท่านอย่าได้ทำกรรมเช่นนี้อีก ดังนี้แล้ว จึงปล่อยไป
จบเรื่อง ดาบสผู้น่าเลื่อมใส

ประเด็นน่าสนใจ
            การเคร่งครัดในวินัยเพียงเล็กน้อยนั่นเป็นการดี แต่หากเคร่งครัดจนเกินไป ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี เพราะมีปรากฏอยู่ว่า บางคนเคร่งเรื่องเล็กน้อย  เพื่อปกปิดการทำผิดในเรื่องใหญ่ เหมือนดาบสที่ขโมยทองนี้  
หรือบางคนรักษาเรื่องเล็กน้อยมากเกินไป จนกลายเป็นความเคร่งเครียด กลายเป็นความวิตกกังวลเกินเหตุก็มี
            ดังนั้นไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ หากรักษาได้ก็ควรรักษา แต่หากรักษาไม่ได้ ก็ควรปล่อยวางเรื่องเล็กน้อย รักษาเรื่องที่สำคัญกว่า นั่นจึงจะเป็นการดี

Cr.ขุนพลไร้เงา
พบกันใหม่โอกาสหน้า
ราตรีสวัสดิ์พระรัตนตรัย